(N) ครม. สัญจรที่เชียงใหม่วันนี้คึกคัก เสนอ 10 โครงการพัฒนาเชียงใหม่ เน้นการขนส่งเป็นหลัก
วันนี้ (15 มกราคม) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ครั้งที่ 1 หรือ ครม. สัญจร ซึ่งในครั้งนี้ ได้ย้ายสถานที่ประชุมจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มาเป็นที่หอประชุมธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จ. เชียงใหม่ ทั้งนี้ กระทรวงต่าง ๆ ได้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ดังนี้
1. กระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอการถวายพระสมัญญา บิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศ อดุลยเดชวิกรม บรมราชชนก
2. กระทรวงคมนาคม ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.อนุวัติการภาคผนวกแนบท้ายความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรหมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวม 3 ฉบับ และเสนอร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก เพื่อเป็นการปรับปรุงหน่วยงานราชการที่ได้รับการยกเว้นภาษีประจำปี รวมไปถึงนิรโทษกรรมประจำปีของหน่วยงานที่ค้างชำระ ปรับปรุงประเภทหน่วยงานราชการที่ได้รับการงดเว้นภาษีประจำปี อีกทั้งยัง เสนอ พรบ.ขนส่งทางบก เพื่อปรับปรุงน้ำหนักของรถบรรทุกที่ใช้ในการประกอบการขนส่งส่วนบุคคล และ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดน้ำหนักรถยนต์ส่วนบุคคล
3. กระทรวงการต่างประเทศ ได้เสนอเรื่องที่ รัฐบาลโบลิเเวีย รัฐบาลนิวซีแลนด์ และรัฐอิสลามอิหร่าน ขอแต่งตั้งเอกอัครราชฑูตประจำประเทศไทย และประเทศลักเซมเบริ์ก ได้เสนอแต่งตั้งนายปีแยร์ แมซ เป็นกงสุลกิติมศักดิ์
4. กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ
5. กระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอรายงานดัชนีผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2554
6. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอความคิดเห็นและข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ในเรื่อง ผลกระทบจากการปรับเงินสงเคราะห์การทำสวนยาง
7. สำนักงานอัยการสูงสุด เสนอคำพิพากษาศาลปกครองกลาง เกี่ยวกับการที่นายแพทย์เหวง โตจิราการ ฟ้อง ครม. และพวก รวม 2 คน
9. ศาลรัฐธรรมนูญ ได้เสนอรายงานประจำปี 2553
10. นายเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอรายงาน ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด
11. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เสนอผลการพิจารณา การขออนุมัติปรับโครงสร้างและอัตรากำลังข้าราชการของกระทรวงการต่างประเทศ
นอกเหนือไปจากการเสนอรายงานของกระทรวงต่าง ๆ และ ทางจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้เสนอโครงการต่าง ๆ ต่อคณะรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 200 ล้านบาท
2. โครงการจัดระบบสาธารณูปโภคลงใต้ดินเพื่อพัฒนานครเชียงใหม่ จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 180 ล้านบาท
3. โครงการพัฒนาโครงข่ายในเขตผังเมืองรวมเชียงใหม่ จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 742 ล้านบาท
4. โครงการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,908.154 ล้านบาท
5. โครงการจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพและบริการสาธารณสุข จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2,000 ล้านบาท
6. โครงการอุทยานเทคโนโลยีและความสร้างสรรค์ภาคเหนือ จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3,800 ล้านบาท
7. โครงข่ายถนนวงแหวนรอบ 4 ของเชียงใหม่
8. โครงการแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่แตง และอำเภอพร้าว จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท
9. โครงการโรงกำจัดขยะ จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท
10 โครงการก่อสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่ จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น 16,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ที่เด่น ๆ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง เชียงราย-เชียงใหม่ การสนับสนุนเที่ยวบินตรงมายังท่าอากาศยาน จังหวัดเชียงใหม่ และการขุดเจาะอุโมงค์ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางการจีนและญี่ปุ่น ได้เสนอความสนใจต่อโครงการดังกล่าว โดยจะส่งผลดีคือ เมื่อพม่าเปิดเมือง เนปิดอว์ เมืองหลวงแห่งใหม่ ก็จะช่วยในการขนส่งสินค้าไปขายที่พม่าได้ สร้างความเจริญให้กับการค้าบริเวณภาคเหนือตอนบน
ส่วนท่าอากาศยานเชียงใหม่นั้น ได้เสนอการสร้าง private terminal เป็นจำนวน 100 ล้านบาท และโครงการ ย้ายโรงเก็บเครื่องบินของกงสุลใหญ่ประจำสหรัฐอเมริกา ไปไว้ที่ด้านใต้สุดของสนามบิน จำนวนงบประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อขยายลานจอดอากศยานและสร้างหลุมเพื่อเครื่องบินขนาดใหญ่ 2 หลุม
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ครม. สัญจรอนุมัติงบ 3.8 แสนล้านสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว ซึ่งเป็นสายระหว่างกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนาระบบขนส่งและกั้นน้ำอีกด้วย |
|