| หัวข้อกระทู้ : +++ วันแรกของปี (ตามประเพณีคนจีน) เชิญอ่านข้อความดีดีครับ +++ |
(N)
จากหนังสือพิมพ์ คม ขัด ลึก ออนไลน์ วันนี้ครับ (ขอขอบพระคุณ นสพ.คม ชัด ลึก) : -
ตะคอกพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณ เป็นบาปไหม : ปุจฉา -วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล
ลูกกตัญญู ปุจฉา : อยากจะเรียนถามพระอาจารย์ว่า ลูกบาปมากไหมกับการพูดจาเสียงดัง บางครั้งเหมือนตะคอกบุพการี คือคุณแม่เพราะตอนนี้ลูกดูแลคุณแม่อยู่ สุขภาพท่านไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนก่อน ท่านเคยเป็นอัมพฤกษ์มาเมื่อกว่า ๑๐ ปีที่แล้ว จากเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ แต่ตอนนี้ท่านเดินได้แล้วและพูดได้ ลูกต้องลาออกจากงานมาเพื่อดูแลท่าน เพราะพี่ๆ เขามีงานกันและมีธุระกันหมด จึงยกภาระการดูแลแม่ให้เป็นหน้าที่ของลูกไป บางครั้งเราพูดเสียงดัง ตะคอกไป เราก็ไม่สบายใจ พอพูดแล้วเราก็จะพูดกับตัวเองว่าเราคงบาปมากเลยนะที่พูดไม่ดีกับแม่เรา แต่ลูกก็อยากให้ท่านได้ดีเหมือนที่เราบอก
วิสัชนา: การพูดตะคอกไม่ว่ากับใคร ย่อมเกิดจากใจที่มีโทสะหรือความโกรธ จึงเป็นอกุศล จะเรียกว่าเป็นบาปก็ได้ ยิ่งตะคอกกับผู้มีพระคุณ เช่น บุพการี ก็ยิ่งทำให้เดือดเนื้อร้อนใจมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับเป็นบาปมาก เพราะไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือทำร้ายท่าน อีกทั้งมิใช่อนันตริยกรรม เมื่อได้เผลอทำไปแล้ว วิธีที่จะบรรเทาบาปนั้นก็คือ ขอขมาท่านและตั้งใจจะไม่ทำอีก ขณะเดียวกันก็ไม่ควรหวนกลับไปคิดถึงการกระทำนั้นบ่อย ๆ หาไม่จะเป็นเสมือนกับว่าได้กลับไปกระทำกรรมนั้นอีก แม้เป็นแค่มโนกรรมก็ตาม
ที่จริงก็น่าเห็นใจคุณ เพราะการที่คุณดูแลท่านมาต่อเนื่องย่อมมีความเหนื่อยทั้งกายและใจ จึงย่อมมีความหงุดหงิดและความเครียดเป็นธรรมดา ทำให้เผลอพูดไม่ดีกับท่าน อย่างไรก็ตามการที่คุณลาออกจากงานมาดูแลคุณแม่ นับว่าเป็นความเสียสละและเป็นบุญที่มีอานิสงส์มาก แต่เมื่อทำงานหนักก็่ยอมมีความหงุดหงิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอยากให้คุณจัดหาเวลาพักกายและพักใจบ้าง รวมทั้งพยายามตั้งสติเวลาดูแลท่าน จิตใจจะได้มั่นคงไม่หวั่นไหวเวลามีอะไรมากระทบ ขณะเดียวกันก็จะรู้เท่าทันความหงุดหงิด ไม่เผลอตะคอกท่านเวลาท่านทำอะไรไม่ถูกใจ ////
- ไม่ว่า ท่านจะเป็นฝ่ายไหน บุพพการี หรือ ลูก ... โปรดพิจารณาด้วยครับผม  |
|
|