การพบพระองค์ที่ 10 ครั้งแรก พระเดชพระคุณหลวงพ่อ อายุประมาณ 28 ปี ในครั้งนั้น พระเดชพระคุณ หลวงพ่อได้รับกิจนิมนต์ไปเทศน์ที่จังหวัดราชบุรี พอดีมีงานทำบุญของชาวบ้าน ใกล้กับวัดที่ไปเทศน์ จึง รับกิจนิมนต์ไปสวดมนต์เย็น ซึ่งเจ้าภาพได้นิมนต์พระไว้ 9 รูป มีเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นหัวหน้าคณะ
เมื่อถึงเวลา พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เจ้าคณะจังหวัดและพระอีก 7 รูป ได้เดินทางไปบ้านเจ้าภาพพอไป ถึงก็ขึ้นไปบนบ้าน ปรากฎว่ามีพระอยู่รูปหนึ่ง ท่านนั่งถัดจากพระพุทธรูปมา ท่านนั่งนิ่งไม่ขยับที่นั่งให้เจ้า คณะจังหวัด เจ้าคณะจังหวัดจึงต้องนั่งต่อจากพระรูปนั้น ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว พระรูปนั้น อายุประมาณ 28-30 ปี แต่ทว่ากิริยา ท่าทาง ตลอดจนผิวพรรณท่านดูสวยสดงดงามมาก เป็นที่น่าเคารพ น่ากราบไหว้ น่าบูชามาก เวลาที่เริ่มสวดมนต์ ท่านก็สวดมนต์ได้ทำนองสุ่มเสียงกังวาลไพเราะจับใจมากเนื่องจากเจ้า ภาพ นิมนต์พระมาสวด 9 รูป เมื่อท่านมาเพิ่มอีก 1 รูป พระเดชพระคุณหลวงพ่อ จึงได้เรียกท่านว่า
"พระองค์ที่ 10"
เมื่อกลับถึงวัด พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้พูดคุยกับท่านเจ้าคณะจังหวัด ถึงพระองค์ที่ 10 ว่า รู้จักท่าน หรือไม่ ท่านเจ้าคณะจังหวัดตอบว่า ไม่เคยเห็นคิดว่าไม่น่าจะเป็นพระแถวนี้ และได้ถามเจ้าภาพแล้วเจ้า ภาพก็บอกว่านิมนต์พระมา 9 รูปเท่านั้น
พระเดชพระคุณหลวงพ่อถามเจ้าคณะจังหวัด ว่า "รู้สึกอย่างไร ที่พระองค์ที่ 10 ท่านดูอ่อนกว่าแต่ท่านนั่ง หัวแถว"
ท่านเจ้าคณะจังหวัดตอบว่า "เจ้าภาพเขานิมนต์ไปสวดมนต์ ไม่ได้นิมนต์ไปนั่งจัดลำดับ"
พระเดชพระคุณหลวงพ่อ จึงปรึกษากับเจ้าคณะจังหวัด ในวันรุ่งขึ้น เจ้าภาพนิมนต์ไปฉันเช้า ให้ถามพระ องค์ที่ 10 ว่าท่านจำอยู่วัดไหน
วันรุ่งขึ้นเมื่อไปถึงปรากฎว่าพระองค์ที่ 10 ท่านได้นั่งอยู่แล้ว เจ้าคณะจังหวัดและพระเดชพระคุณหลวงก็ ได้ขึ้นไปนั่งต่อจากพระองค์ที่ 10 เมื่อสวดมนต์และฉันอาหารเสร็จ เจ้าคณะจังหวัด จึงได้ถามพระองค์ที่ 10 ว่าพระเดชพระคุณจำอยู่วัดไหนพระองค์ที่ 10 ท่านก็ตอบว่าท่านไม่มีวัดอยู่ เจ้าคณะจังหวัดก็ถามอีก ท่านบวชได้กี่พรรษาแล้วพระองค์ที่10 บอกว่าจำไม่ค่อยได้ แต่ได้ยื่นใบสุทธิให้ดูเจ้าคณะจังหวัดพระเดช พระคุณหลวงพ่อเมื่อดูแล้ว คำนวณอายุได้ประมาณ 300 ปี
เมื่อเสร็จพิธีพระองค์ที่ 10 ท่านกลับก่อนเมื่อท่านได้เดินลงจากบ้านไป พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้บอก ให้เจ้าภาพให้คนตามไปดูว่า ท่านเดินไปทางไหนปรากฎว่า คนที่ตามไปดู ไม่พบท่าน ถามคนข้างล่างก็ ไม่มีใครเห็นพระลงมาเลย พระเดชพระคุณหลวงพ่อ บอกกับท่านเจ้าคณะจังหวัดว่า ท่านพบพระอย่างนี้ มาหลายครั้งแล้วเมื่อครั้งที่ออกเดินธุดงค์
การพบพระองค์ที่ 10 ครั้งที่สอง ประมาณปี พ.ศ.2528 ก่อนถึงวันงานทำบุญประจำปี ซึ่งจัดในช่วงเดือน มีนาคมของทุกปี พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้พบกับพระองค์ที่ 10 ที่สายลม ท่านบอกว่าจะมางานทำบุญ ประจำปีท่านถามว่า จะเอาตำหนิที่ตรงไหน ที่โหนกแก้ม หรือ ที่คิ้วขวา พระเดชพระคุณหลวงพ่อ กราบ เรียนว่า แล้วแต่ท่านจะแสดงให้เห็น แต่ขอให้เห็นชัดๆ ก็พอ
ก่อนวันงาน 3-4 วัน ท่านก็มาอีกและบอกว่าจะมีพระที่มีความสำคัญมาด้วยหลายองค์ญาติโยมทราบข่าว ต่างก็จ้องจะพบพระองค์ที่ 10 และพระองค์ที่ 10 และพระองค์อื่น ๆ เพื่อว่าจะได้ทำบุญ กับพระที่มีความ สำคัญ
พอถึงวันงาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ ตรวจตราดูพระที่แอบอ้าง บ้างก็แอบอ้างเป็น ลูกศิษย์หลวงปู่ปานบ้าง บ้างก็มาปักกลดข้างศาลาบ้าง เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ศรัทธาแล้วจะได้ลาภสักการะ ในงานวันนั้น ปรากฎว่ามีพระองค์หนึ่งท่านได้สอนธรรมเป็นที่ถูกใจชาวบ้านมากท่านรู้อารมณ์จิตของทุก คน ท่านนั่งที่ใต้ต้นโพธิ์ (ดังรูป) ชาวบ้านต่างได้ทำบุญกับท่าน เมื่อท่านได้เงินจำนวนมาก ท่านก็ให้คน นำไปมอบให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ หลายครั้งหลายคราว พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ ไปดู แล้วกลับไปรายงาน เพื่อต้องการทราบว่าเป็นพระองค์ที่ 10 หรือไม่ ปรากฎว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง บริเวณที่พระองค์ที่ 10 นั่งอยู่ กลับไม่พบเห็นอะไรเลย พระเดชพระคุณหลวงพ่อคิดว่า ท่านคงแสดงอภินิ หาร เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นท่าน
การสอนธรรมของพระองค์ที่ 10 ในวันนั้น ทุกคำพูดเป็นภาษาที่ฟังง่ายเข้าใจง่าย ใครคิดอะไรจะถามอะ ไรท่านก็ตอบไปตามที่คนนั้นคิด ท่านสามารถรู้อารมณ์จิตของทุกคน โดยท่านได้กล่าวไว้ประโยคหนึ่งว่า
พระนิพพาน ไม่ใช่ภาษาพูด ไม่ใช่ภาษาเขียน แต่เป็นภาษาปฏิบัติ
ต่อมา พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็ได้หล่อรูปของพระองค์ที่ 10 และได้ประดิษฐานไว้ที่ มณฑปแก้ว
คัดจากหนังสือ มรดกของพ่อ จัดทำโดยคณะคุณมิตรดา เลิศสุมิตรกุล |
|