ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : วาเลนไทน์ มีที่มาอย่างไรใครทราบบ้าง . .

(N)
- เอาตามที่ท่านทราบนะครับ

โดยคุณ Chartoba (1K)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 12:46 น.]



โดยคุณ ร่มฉัตร (2.1K)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 13:45 น.] #2105733 (1/13)
ประวัติ
วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด

โดยคุณ ร่มฉัตร (2.1K)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 13:46 น.] #2105735 (2/13)
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ ด้วย

และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศีรษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์

โดยคุณ ร่มฉัตร (2.1K)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 13:46 น.] #2105737 (3/13)
การส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์
มนุษย์ได้ใช้ดอกไม้เป็นสื่อในการแสดงความรักต่อกันมานานแล้ว เราอาจจะคิดว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่สามารถใช้สื่อความหมายเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วดอกไม้แต่ละชนิดสามารถสื่อความรักได้หลายรูปแบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย

กุหลาบแดง (Red Rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ"
กุหลาบขาว (White Rose) : กุหลาบขาวแทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
กุหลาบชมพู (Pink Rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน
กุหลาบเหลือง (Yellow Rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส แทนความรักแบบเพื่อน

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 14:07 น.] #2105753 (4/13)


(N)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 14:26 น.] #2105777 (5/13)


(N)
วันนี้มีข่าวออกมาตามสื่อทั่วไปว่า กุหลาบดำมีราคาแพงที่สุดครับ ... บ้างก็ว่าแทนความหมายของความรักนิรันดร์ครับ ...... แต่ถ้าใครให้กุหลาบดำแก่ผม ผมก็ชักเสียวๆเหมือนกันนะครับ

โดยคุณ junbangna (1K)(1)   [อ. 14 ก.พ. 2555 - 15:03 น.] #2105799 (6/13)

โดยคุณ Natthanan (649)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 16:14 น.] #2105877 (7/13)
ระลึกถึงนักบุญ ชื่อ วาเลนไทน์

โดยคุณ Natthanan (649)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 16:16 น.] #2105880 (8/13)
เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การ ดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การ ทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระ หว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine”
.
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะ เป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความ กล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมายของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 16:49 น.] #2105906 (9/13)


(N)
อ้าว !!! ลืมตอบท่านชาติ ที่ถามว่า วาเลนไทน์ มีที่มาอย่างไร ????

คำตอบครับ : วาเลนไทน์ มาจาก บาเลนไทน์ ครับผม

โดยคุณ Chartoba (1K)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 17:02 น.] #2105921 (10/13)


(N)
โดยคุณ BCC-106 (301) (115.87.158.*) [14 Feb 2012 16:49] #2105906 (9/9)

อ้าว !!! ลืมตอบท่านชาติ ที่ถามว่า วาเลนไทน์ มีที่มาอย่างไร ????

คำตอบครับ : วาเลนไทน์ มาจาก บาเลนไทน์ ครับผม
-----------------------------------
สวัสดีครับอาวิบูลย์

เป็นเหล้านอกยี่ห่อแรกที่ได้ชิมครับเมื่อสมัยปี 2526ครับ(มีงานทำเลยมีตังค์ซื้อ)
ทุกวันนี้ก็ยังชิมอยู่เหมือนกันครับ

โดยคุณ Chartoba (1K)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 17:18 น.] #2105932 (11/13)
ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้เกียรติเข้ามาแสดงความเห็นกันครับ
------------------------
ส่วนตัวผมแล้วตามที่รู้มาค่อนข้างจะแตกต่างกัน แตกต่างตรงที่การเสียชีวิตและสาเหตที่ทำให้เสียชีวิต
นานแล้วครับผมเคยได้ยินพิธีกรอ่านข่าวช่อง 3 ท่านหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า Valentine เป็นชื่อของนักบุญคนหนึ่งในประเทศกรีก ซึ่งถ้าออกเสียงตามภาษากรีกออกเสียงว่า วาเลนติโน แต่ถ้าออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษออกเสียงว่า วาเลนไทน์ (อันนี้ถือว่าไม่แตกต่าง)
- แต่ที่แตกต่างก็คือสาเหตุการเสียชีวิต คือ นักบุญท่านนี้เสียชีวิตด้วยตัวเองคือฆ่าตัวตาย เพราะว่าผิดหวังเรื่องผู้หญิง ถูกกีดกันจากญาติของฝ่ายหญิง (ลักษณะบูชาความรักเลยยอมตายดีกว่า)
- ถ้าข้อมูลนี้ผิดผลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 21:10 น.] #2106242 (12/13)


(N)
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ครับ

โดยคุณ wattana09 (601)  [อ. 14 ก.พ. 2555 - 22:23 น.] #2106458 (13/13)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1