ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : รู้หรือไม่ ข้อสอบโอเน็ต ของลูกๆ หลานๆคุณเป็นยังไง



(N)


รู้หรือไม่ ข้อสอบโอเน็ต ของลูกๆ หลานๆคุณเป็นยังไง เจอแล้วอึ้ง จึงนำมาแชร์


Mthai News

Pics: dek-d.com


ที่มา http://news.mthai.com/general-news/154115.html

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [อ. 21 ก.พ. 2555 - 22:18 น.]



โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [อ. 21 ก.พ. 2555 - 22:18 น.] #2119992 (1/21)


(N)



โดยคุณ ไม้มงคล (11.6K)(1)   [อ. 21 ก.พ. 2555 - 22:36 น.] #2120016 (2/21)


ดีนะที่ไม่ได้เกิดยุคนี้

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [อ. 21 ก.พ. 2555 - 22:37 น.] #2120018 (3/21)
1.ข
2.ก
3.ข
4.จ

******************

ไม่รู้ตอบถูกหรือเปล่า....แต่ผมว่าก็ปกติดีครับ


โดยคุณ junbangna (1K)(1)   [อ. 21 ก.พ. 2555 - 22:39 น.] #2120024 (4/21)
--ผมอยากเห็นหน้าคนที่ออกข้อสอบจังครับ... มีคำถามมากมายที่อยากให้ตอบ
แต่ละข้อมันพัฒนาสมองอนาคตของชาติมากๆเลยครับ......

โดยคุณ ศรีกุญชร (2.6K)  [อ. 21 ก.พ. 2555 - 22:42 น.] #2120030 (5/21)
ดูข่าวเมื่อเช้า เห็นแล้วมึนครับ ยังนั่งด่าคนออกข้อสอบอยู่เลยครับ

โดยคุณ nupoen (10.5K)  [อ. 21 ก.พ. 2555 - 22:52 น.] #2120051 (6/21)
เสียดายภาษีประชาชนคนไทยที่ต้องไปจ่ายให้กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกข้อสอบ

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 00:21 น.] #2120214 (7/21)
ไม่ได้ต้องการจะว่าใครนะครับ...........เพียงแต่อยากให้พี่ ๆ ทุกท่านเข้าใจมากขึ้น
ในฐานะที่ผมเป็นครูคนหนึ่ง......เท่านั้นเองครับ

จากกระทู้นี้......คำถามข้อที่ 1-3 เป็นวิชาสุขศึกษา

ก็ขอพูด 3 ข้อนี้ก่อนนะครับ.......อยากให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ เข้าใจบริบทของการออกข้อสอบด้วยว่า
จะต้องตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้.......ในวิชานั้น ๆ และต้องครอบคลุมทุกจุดประสงค์

ทีนี้วิชาสุขศึกษาในปัจจุบันได้ถูกบูรณาการไปจากวิชาสุขศึกษาที่เราเรียนในอดีตมากมาย

มันไม่ใช่เรื่องอาหาร โภชนาการ การออกกำลังกาย การรักษาสุขภาพ.....เท่านั้น
แต่มันมีเรื่องของการดำเนินชีวิตในสังคม การดำรงตนในการอยู่กับเพื่อน กับสังคมอีกมากมาย
ซึ่งก็รวมไปถึงเรื่องการมีแฟน การมีเพศสัมพันธ์ด้วยครับ

ซึ่งไม่เหมือนจากที่เราเคยเรียนมา.........ซึ่งจะไปโทษผู้ที่ออกข้อสอบก็คงไม่ได้
เพราะท่านก็ออกข้อสอบหรือตั้งคำถาม เพื่อที่จะวัดหรือประเมินผล

ว่าผู้เรียนนั้นผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ในข้อนั้น ๆ หรือไม่............คงเข้าใจนะครับ
ที่นี้มาดูคำถาม.......ที่หากมองผิวเผิน อาจจะดูไม่เข้าท่า

แต่ในความเป็นจริงแล้ว.......ข้อสอบแบบนี้จะเรียกว่าเป็นข้อสอบแบบปลายปิด
กล่าวคือจะมีตัวเลือกให้เลือก.....อย่างน้อย 2 ตัวเลือกขึ้นไป และไม่ควรมีตัวเลือกมากเกินไป

เวลาจะทำข้อสอบแบบนี้....เงื่อนไขจะต้องมี เช่น
"จงทำเครื่องหมาย ในคำตอบที่คิดว่าถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว" เป็นต้น

และหากข้อสอบเป็นเชิงสังเคราะห์ความรู้แบบนี้.....ซึ่งก็คือข้อสอบของโอ-เน็ต
เป็นไปได้มากว่าคำตอบที่ถูกต้องจะมีมากกว่า 1 ข้อ........เสมอ

แต่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด......ย้ำคำว่า"ที่สุด"นะครับจะมีเพียงข้อเดียว
ทีนี้เรามาดูคำถามแต่ละข้อ.........กันครับ

ข้อ1.เป็นแฟนกันต้องแสดงออกอย่างไรให้ถูกประเพณีไทย?

หากผู้เรียนได้เรียนรู้มาและวิเคราะห์เป็น.......ไม่เอาสีข้างถูกหรือแถ
เงื่อนไปของคำตอบคือ"ประเพณีไทย" แปลว่าผู้เรียนต้องมีความรู้ในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

ดังนั้นผู้เรียนที่สังเคราะห์ความรู้เรื่องประเพณีไทยมาใช้ในวิชาสุขศึกษาได้นั้น
จะต้องเข้าใจประเพณีไทย..........ที่นี้ถ้าเข้าใจก็จะตอบได้ทันทีว่า

คำตอบคือข้อ "ข." เพราะที่เหลือไม่ใช่ประเพณีไทยแน่นอน

พวกที่มึนหรือแกล้งมึนก็จะแถว่า........ประเพณีไทยไม่มีชวนไปกินข้าวดูหนัง
ถ้าแถแบบนี้ก็แปลว่าไม่รู้จักประเพณีไทยครับ............

ไม่ต้องรุ่นเราหรอกครับ.....รุ่นปู่-ย่า ตา-ยาย หรือพ่อ-แม่เรา เวลาเป็นแฟนกันทำอย่างไรครับ
ก็ชวนไปทานข้าว......สมัยก่อนอาจไปทำกับข้าวทานกันที่บ้าน
ไปดูหนัง....สมัยก่อนอาจเป็นโขน ลิเก หนังกลางแปลง ก็ว่ากันไป

แต่นี่ก็คือประเพณีไทยที่กระทำสืบต่อกันมาจนเป็นประเพณี......คงเข้าใจ
ผู้เรียนที่ตอบผิด.......ก็แปลได้ว่าไม่สามารถสังเคราะห์ประเพณีไทยให้เข้ากับสาระการเรียนรู้ได้

แต่ถ้าผู้เรียนที่สามารถสังเคราะห์ได้ก็ตะตอบได้ทันทีครับ........คือข้อ ข.

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 00:36 น.] #2120232 (8/21)
ข้อที่ 2. หากเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมา ต้องทำอย่างไร?

ผู้เรียนที่จะตอบคำถามนี้ได้ ก็จะต้องมีการเรียนรู้ก่อนว่าอารมณ์ทางเพศเกิดขึ้นได้อย่างไร
ซึ่งก็จะมีเนื้อหาหรือสาระการเรียนรู้ในวิชาอยู่แล้วครับว่าเกิดจากฮอร์โมนทางเพศ
ผู้ชาย.........ทอสเทสเทอโรน
ผู้หญิง........เอสโตรเจน

เมื่อเกิดก็ต้องมีดับ.....คำตอบที่ถูกต้องก็คือต้องไม่ให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนตัวนี้ออกมา
เงื่นไขของคำตอบนี้ก็คือกระบวนการหรือวิธีการที่จะไม่ให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนตัวนี้ออกมา
หรือไม่ก็ต้องทำให้หมดไป..............คำตอบจึงอยู่ที่ร่างกาย ไม่ใช่อารมณ์

ผู้เรียนที่สังเคราะห์เนื้อหาวิชาได้...........ก็จะเหลือคำตอบเพียง 2 ข้อ คือ ก.และ ง.
เพราะนี่คือวิธีที่จะทำให้ฮอร์โมนทางเพศหมดไปหรือผลิตมาน้อยจนไม่เกิดอารมณ์

ดังนั้นคำตอบ.......คือข้อ ก.

พวกมึนพวกแถก็จะบอกว่า.....ไม่เคยเตะบอล เป็นผู้หญิง เป็นตุ๊ด กะเทย ฯลฯ
แล้วจะตอบข้อก.ได้อย่างไร...........ตรรกะนี้ก็แปลว่าจะต้องตอบข้อ ง. งั้นหรือ

เพราะคำตอบของคำถามนี้........ต้องการให้ห์ผู้เรียนเข้าใจและเกิดการเรียนรู้
ถึงกระบวนการในการเกิดอารมณ์ทางเพศว่าเกิดจากอะไร กระบวนการเกิด การควบคุม
และสุดท้ายการทำให้อารมณ์นี้หมดสิ้นไป

คงเข้าใจนะครับว่าจุดมุ่งหมายของคำถามนี้คืออะไร.......คำตอบ ก.

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 00:44 น.] #2120239 (9/21)
ข้อที่ 3. อาการ"ลักเพศ"จะมีพฤติกรรมที่แสดงออกมาอย่างไร?

ข้อนี้ไม่น่าจะมีปัญหานะครับ.....ในหนังสือสุขศึกษาที่เรียนมีนิยามของคำว่าลักเพศอยู่แล้ว
ซึ่งคำตอบก็คือข้อ ข.

แต่พวกแถพวกมึนก็จะตะแบงไปว่า....ไม่จริงข้ออื่น ๆ พวกลักเพศก็ทำนี่แล้วจะตอบอะไรเล่า
เงื่อนไขของข้อสอบก็บอกอยู่แล้วครับว่า........"เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพีัยงข้อเดียว"

จริงอยู่ว่าข้ออื่นก็อาจจะถูกต้อง.....แต่ไม่ถูกต้องที่สุด
ผู้เรียนที่ผ่านการเรียนรู้จะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ...ยกเว้นผู้เรียนที่ไม่อ่านหนังสือ

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 00:57 น.] #2120254 (10/21)
ข้อสุดท้าย.............เป็นวิชาวิทยาศาสตร์

ข้อที่ 4.ชาวบ้านเจอวัตถุประหลาด ลักษระกลม ๆ นิ่ง ๆ ต้องให้น้ำกิน ไม่งั้นจะหดเล้กลงเป็นก้อนแข็ง ๆ แต่พอให้น้ำก็จะกลับสภาพเดิม ถามว่าสิ่งนี้คืออะไร?

ข้อนี้ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสังเคราะห์อย่างมีเหตุผลและเป็นระบบสามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ซึ่งหากมองแค่นี้คำตอบก็น่าจะมีเพียง.....ข้อ ง. และ จ.

แต่ข้อนี้ก็ยากสำหรับผม....เพราะผมไม่เคยทานชานมไข่มุข ด้วยความสัตย์จริง(เชยฉิบเป๋ง)
ก็เลยไม่รู้ว่าเม็ดชานมไข่มุขนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร......แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา

เพราะคำถามเป็นวิทยาศาสตร์...การวิเคราะห์ก็ต้องเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์
เงืือนไขคือ "ชาวบ้าน" + "พบเจอ" + "ต้องกินน้ำ"......นี่แหละครับกระบวนการวิทยาศาตร์

ผู้เรียนที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้และเกิดการสังเคราะห์การเรียนรู้ได้นั้น....
ก็จะต้องมีกระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล........พวกที่มึนที่แถนั้น
คงตอบได้แค่เพียงว่ากระบวนการคิดไม่เป็นเหตุเป็นผล............ตอบไม่ได้ก็เอาสีข้างถูไป
ว่าข้อสอบไม่เช้าท่า ไม่ได้เรื่องดังนั้น..........คำตอบ ข้อ จ.

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 01:15 น.] #2120266 (11/21)
การที่เราจะไปตำหนิผู้ออกข้อสอบเหล่านี้นั้น....อยากให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ สมาชิกเข้าใจด้วยว่า

ผู้ที่ออกข้อสอบนั้น...ออกข้อสอบตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ที่มาตรฐานการศึกษากำหนดไว้ให้
ซึ่งทุกท่านก็สามารถที่จะหาตำรา/สาระการเรียนรู้ในวิชานั้น ๆ ดูได้
ก็ดูจากตำราของลูก ๆ หลาน ๆ ท่านแหละครับ....มีเขียนไว้ทุกเล่ม

เพียงแต่เราไม่เข้าใจในบริบทของผู้ออกข้อสอบ.........และเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของคนไทย..........ที่ผมว่าถูกฝังไว้ใน ดีเอ็นเอ ไปแล้ว

เราชอบคิดไปว่าอะไรที่ไม่เข้าท่า ไม่ถูกใขเรา....คือสิ่งไม่ดี
และเราก็จะคิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติม....ว่าทำไมเราคิดแบบนั้น

ในทางกลับกันเราพร้อมที่จะหรี่ตาลงหรือปิดตาลง.....ไม่รับรู้กับสิ่งที่ไม่เข้าท่าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
แต่มันส่งผลดีต่อเรา....เราก็จะพร้อมที่จะยอมรับมัน เพราะส่งผลดีต่อเรา

แม้มันจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเท่าไร....เรารับได้
แต่เราพร้อมที่จะโจมตี ต่อว่า นินทา ให้ร้าย.......กับทุกสิ่งได้ แค่เราคิดว่าไม่ดี
แต่พอถามว่าทำไมไม่ดี.....ฉันไม่รู้ รู้ว่าฉันไม่ชอบแล้วก็คือไม่ดี ไม่เอา

เคยอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าไม๊ครับ..............ข่าวพาดหัวหน้าหนึ่ง"คนชั่ว....."
เรารับรู้ไปแล้วว่ามันชั่ว.........โดยไม่อ่านเนื้อข่าว หรือหาเหตุผลมารองรับเลยว่าทำไมเขาชั่ว

แม้กระทั่งต่อให้ความจริง "คนชั่ว" คนนั้นไม่ได้ชั่ว....
คนไทยก็สามารถหาสิ่งต่าง ๆ ทั้งในประเทศหรือนอกประเทศหรืออาจจะนอกโลกเสียด้วย
มารองรับความคิดเราว่า......คนนั้นชั่ว และเขาคนนั้นจะชั่วไปตลอดชีวิตฉัน

แม้ว่าเขาคนนั้นจะไม่ได้ชั่วตามความคิดเราก็ตาม...........ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนี้
ก็มากจากระบวนการคิดแบบนี้แหละครับ....ปัญหาเลยไม่จบ และแก้ไขไม่ได้

ราตรีสวสัดิ์ครับ............

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 01:16 น.] #2120267 (12/21)
วงการพระก็เป็นแบบนี้เช่นกันครับ........เพราะเป็นวงการของคนไทย


โดยคุณ longago (1.6K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 02:12 น.] #2120284 (13/21)
ดูที่คุณเจ๋งจริงอธิบายก็พอเข้าใจครับ แต่ไอ้ตำราที่เอามาให้เรียนเนี่ยมันใช้ได้จริงหรือเปล่า พูดแล้วนึกถึงตอนที่นั่งสอนการบ้านลูก ตอนแรกก็คิดว่าเออเรามันแค่อนุปริญามั้งเลยสอนการบ้านเด็กประถมต้นไม่ได้ ถือไปถามเด็กวิทยาลัยก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน งั้นต้องถามพวกเรียนปริญญาโทแต่ก็ยังไม่มีใครตอบได้ อีกครั้งลูกมาถามว่าม้า เรียกอะไรได้อีก ผมก็เลยบอกไปว่าอาชา วันรุ่งขึ้นลูกมาบ่นว่าผมมั่วครูให้ผิดเลย ผมสงสัยก็เลยหยิบตำราเรียนลูกมาดู ปรากฏว่าไอ้คำว่าม้าในหนังสือมีอยู่ 3-4 คำ แต่ดันไม่มีคำว่าอาชา ผมไปบอกอาชาก็เลยผิดเพราะไม่มีในตำราเรียน เหอ ๆ จำไว้นะครับ อาชาไม่ใช่ม้า

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 02:31 น.] #2120291 (14/21)
ครับพี่ longago เรื่องตำราผมก็ไม่ทราบครับ......เพราะไม่ได้สอนสายสามัญ
เพียงแต่เห็นบ่นผู้ออกข้อสอบ......ว่าไม่เข้าท่า

คณะกรรมการที่ออกข้อสอบนั้น....ไม่ได้สอนนะครับ
แต่ท่านออกตามวัตถุประสงค์ที่เขามีอยู่.......ดังนั้นก็คงจะโทษท่านฝ่ายเดียวไม่ได้

เพียงแค่อยากตั้งคำถามไว้ว่า....พอสื่อนำเสนอว่าไม่ดี
โลกไซเบอร์ว่าไม่ดี........คนก็แห่ตามกันไปว่าไม่ดี ไม่ได้เรื่อง

ผมว่าไม่ยุติธรรมต่อผู้ออกข้อสอบเท่าไรนัก.............ก็แค่นั้น

ลูกหลานสอบไม่ได้......ก็บ่นว่าข้อสอบยาก ไม่รู้เรื่องออกข้อสอบไม่เข้าท่า
แต่ไม่เคยว่าตัวเอง....ผู้ปกครองก้เออ ออห่อหมกตามกันไป

กลับกันผู้เรียนสอบตก....ครูก็ชอบบอกว่าเด็กไม่ได้เรื่อง หัวไม่ดี
แต่ก็ไม่เคยดูวิธีหรือกระบวนการสอนของตัวเอง.......ส่งเสริมหรือพัฒนาการผู้เรียนได้ดีหรือไม่

นี่แหละครับปัญหาของคนไทยและเมืองไทย....ไม่เคยโทษตัวเอง


ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่นั้น......ผมว่าอยู่ที่ผู้สอนครับ
ยึดติดแต่กับตำรา.....ไม่ค้นคว้าเพิ่มเติม (ไม่น่าเป็นครูนะครับแบบนี้)

ม้า = อาชา อาชาไนย สินธพ พาชี ดุรงค์ หัย อัศวะ


โดยคุณ seaman (4.9K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 06:14 น.] #2120349 (15/21)
โชคดีที่เกิดไม่ทัน ว่ะอาจารย์ ไม่งั้นผมคงสอบตกแน่

โดยคุณ aon99 (440)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 08:22 น.] #2120466 (16/21)

โดยคุณ Toom-HxH (534)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 08:37 น.] #2120482 (17/21)
ผมเห็นด้วยกับคุณครูเจ๋งจริงครับ

เท่าที่ผมดูลูกเรียน หยิบหนังสือลูกมาอ่านและสอนเขา ก็มีเรื่องที่ผมเห็นอยู่ว่า
ตำราเรียนสมัยนี้มีความละเอียดมากขึ้นและลึกกว่าเดิมมากมาย...... จนบางครั้งเราสอนลูกต้องบอกลูกว่า ขอพ่อดูที่ลูกเรียนก่อนได้ไหม ว่าครูสอนอย่างไร ต้องอ่านให้เข้าใจจึงค่อยสอนเขา เหนื่อยเลยเรา 5555

ก็เข้าใจผู้ออกข้อสอบครับ ตามที่คุณครูเจ๋งจริงบอก

โดยคุณ ร่มฉัตร (2.1K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 09:04 น.] #2120514 (18/21)
ขอบคุณมากครับครูหมี..ที่อธิบายและวิเคราะห์โจทย์ให้เข้าใจ
ตอนนี้ที่โรงเรียนลูกได้สอนเพิ่มเป็นวิชาสะท้อนคิดครับ สนุกมากได้ให้เด็กรู้จักคิดเป็นระบบ

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 09:14 น.] #2120532 (19/21)
อ่านข้อเขียนของอาจารย์หมีจนจบทุกตัวอักษร.......

ชื่นชมครับ......อ่านแล้วเข้าใจและรับได้ครับกับแนวคิดแบบนี้........


โดยคุณ โพธโชคชัย (3K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 10:12 น.] #2120694 (20/21)
คุณเจ๋งจริงตอบดีครับ ทำให้คิดไปอีกแบบเลย

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พ. 22 ก.พ. 2555 - 12:18 น.] #2120874 (21/21)
ส่วนตัวไม่ได้แอนตี้ข้อสอบนะคะ แต่เห็นแล้วช๊อคนิดหน่อย ^^"

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1