ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : .......... มะเมียะ ........ยาว แต่โดนใจ



(N)
เรื่องของมะเมียะเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี จากบทเพลง "มะเมียะ" ซึ่งแต่ง/ขับร้องโดยคุณจรัล มโนเพชร และคุณสุนทรี เวชานนท์ ศิลปินชาวล้านนา ที่โด่งดังไปทั่วเมืองไทย ประกอบกับตำนานรักระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษม ณ เชียงใหม่ และ มะเมียะ สาวชาวพม่า ที่ได้รับการเผยแพร่ทั้งโดยการเล่าขานสืบต่อกันมาและจากการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรโดย ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง ทำให้คนทั่วไปรู้จักเจ้าน้อยฯ และมะเมียะมากยิ่งขึ้น และอยากรู้เรื่องราวของสาวพม่าผู้บูชาความรักนามว่า "มะเมียะ" ถึงแม้ว่าจะมีกระแสร่ำลือกันเมื่อหลายปีก่อนว่า "มะเมียะไม่มีตัวตน" ถึงขนาดเกิดการ "ตามรอย" มะเมียะขึ้น แต่ทุกคนก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความรักของเธอสูงส่งและสวยงามอย่างที่สุด ในเมื่อยังไม่มีบทสรุป จึงขอใช้คำว่าตำนานในการเขียนครั้งนี้ เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านควรเปิดเพลง "มะเมียะ" ฟังคลอตามไปด้วยค่ะ
ตำนานโรมิโอ-จูเลียต แห่งนครล้านนา นั้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2442 โดยประมาณ เทียบเคียงจาก บันทึก ณ กู่บรรจุอัฐิ ที่วัดสวนดอก บอกว่า "เจ้าอุตรการโกศล ณ เชียงใหม่ นามเดิม เจ้าน้อยศุขเกษม ณ เชียงใหม่ เป็นบุตรชายใหญ่ของเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่กับแม่เจ้าจามรี เกิด ปี มะเส็ง พ.ศ. 2423 ถึงแก่พิราลัยเมื่อพ.ศ. 2456 ประมวลชนม์ได้ 33 ปี" ดังนั้นเมื่อ เจ้าแก้วนวรัฐ (เจ้าพ่อของเจ้าน้อย) ส่งเจ้าน้อยไปเรียนเมื่ออายุ 15 ปี (พ.ศ. 2438) ที่โรงเรียน St. Patrick School โรงเรียนกินนอนชายซึ่งเป็นคาทอลิกในเมืองเมาะละแหม่ง และเจ้าน้อยพบรักกับมะเมียะ เมื่ออายุ 19 ปี(พ.ศ.2442)
มะเมียะเป็นชาวพม่าอายุ 16 ปี มีฐานะปานกลาง หาเลี้ยงชีพด้วยการขายบุหรี่ซะเล็ก (บุหรี่พม่ามวนโต) อยู่ที่ตลาดใกล้บ้านในเมืองมะละแหม่ง ได้พบกับเจ้าน้อยศุขเกษมครั้งแรก เมื่อเจ้าน้อยไป เดินชมตลาด ทั้งคู่เกิดถูกใจกัน จึงได้คบหากันเรื่อยมา หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา โดยความเห็นชอบของทางบ้านมะเมียะ ในช่วงที่ครองรักกันนั้น กิจกรรมที่คนทั้งสองทำเป็นประจำ คือพากันไปทำบุญตักบาตรและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองมะละแหม่ง จนวันหนึ่ง ทั้งสองก็ได้กล่าวคำสาบานต่อพระธาตุใจ้ตะหลั่นว่าจะรักกันตลอดไป และ จะไม่ทอดทิ้งกัน หากผู้ใดทรยศต่อความรัก ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น
ต่อมาไม่นานเจ้าน้อยศุขเกษม ซึ่งขณะนั้นอายุ 20 ปี ก็จบการศึกษาและเดินทางกลับเมืองเชียงใหม่ เจ้าน้อยฯ จึงให้มะเมียะปลอมตัวเป็นชายตามมาด้วย ในฐานะเพื่อนหนุ่มชาวพม่า โดยไม่รู้ว่าเจ้าพ่อและเจ้าแม่ของตนได้หมั้นหมายเจ้าหญิงบัวนวล ธิดาของเจ้าสุริยวงษ์ (คำตัน สิโรรส) ให้แล้ว ตั้งแต่ปีที่เจ้าน้อยฯ เดินทางไปเรียนที่พม่า
หลังจากที่ต้องแอบซ่อนมะเมียะไว้ในบ้านหลังเล็ก ที่เจ้าพ่อและเจ้าแม่จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่พักมาหลายวัน เจ้าน้อยฯ จึงตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมด แม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ว่ากล่าวอะไร แต่เจ้าน้อยฯ ก็พอจะทราบได้ว่าท่านทั้งสองไม่ยอมรับมะเมียะเป็นสะใภ้อย่างแน่นอน เนื่องจากปัญหาใหญ่ในขณะนั้น คือเจ้าน้อยฯ เป็นผู้ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ต่อจากพระเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าลุง หากเจ้าน้อยฯ เลือกมะเมียะมาเป็นภรรยา ประชาชนย่อมต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน ที่สำคัญในขณะนั้นบ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากอังกฤษกำลังแผ่อิทธิพลไปทั่วดินแดนในคาบสมุทรเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หากมะเมียะ ซึ่งเป็นคนในบังคับของอังกฤษมาอาศัยอยู่ในคุ้มของเจ้าแก้วนวรัฐ อุปราชเมืองเชียงใหม่ อาจเป็นชนวนของปัญหาทางการเมืองที่ใหญ่โตได้ในภายหลัง
ในที่สุดเจ้าพ่อและเจ้าแม่จึงเรียกตัวเจ้าน้อยฯ ไปพบเพื่อยื่นคำขาดให้เจ้าน้อยส่งตัวมะเมียะ กลับพม่า ทั้งยังได้จัดพิธีเรียกขวัญและรดน้ำมนต์ ให้เจ้าน้อย ฯโดยเชื่อว่าจะขจัดสิ่งชั่วร้ายที่มะเมียะ ได้กระทำแก่เจ้าน้อยฯ จนทำให้เจ้าน้อยฯ หลงใหลออกไปได้ ในขณะเดียวกัน มะเมียะก็ถูกเกลี้ยกล่อมโดยหญิง-ชาย ชาวพม่า 4 คน ให้นางกลับไปรอเจ้าน้อยฯ ที่เมืองมะละแหม่ง มิฉะนั้นบ้านเมืองอาจเดือดร้อน แม้จะรู้สึกเสียใจสักเพียงใดก็ตาม แต่มะเมียะ ก็ยินยอมที่จะจากไปเพื่อมิให้ผู้ใดเดือดร้อน ส่วนเจ้าน้อยฯ ยังคงยืนยันในความรักที่มีต่อมะเมียะ และ ขอให้นางกลับไปรออยู่ที่บ้าน หากมีวาสนาจะกลับไปรับนางมาอยู่ด้วยกันที่เชียงใหม่ให้ได้
เช้าวันหนึ่งในเดือนเมษายน อันเป็นวันเดินทางกลับเมืองมะละแหม่งของมะเมียะ ที่ประตู หายยาเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่อยากจะเห็นมะเมียะ ซึ่งลือกันว่างามนักงามหนา บรรยากาศ เต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าหมอง ทั้งสองร่ำลากันด้วยความรักและอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยเจ้าน้อย ได้รับปากกับมะเมียะว่าจะยึดมั่นในคำปฏิญญาที่ให้ไว้กับองค์พระธาตุวัดใจ้ตะหลั่นจนกว่าชีวิต จะหาไม่ และหากนอกใจก็ขอให้ตนประสบแต่ความทุกข์ทรมานใจ แม้แต่อายุก็จะไม่ยืนยาว พร้อมทั้งสัญญากับมะเมียะว่าจะกลับไปหานางภายใน 3 เดือน สุดท้ายมะเมียะได้คุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้าแล้วสยายผมของนางเช็ดเท้าเจ้าน้อยฯ ก่อนที่จะขึ้นช้างจากไป
จากการเดินทางกลับเมืองมะละแหม่งของมะเมี๊ยะด้วยเหตุผลทางการเมือง ยังความโศกเศร้าอาดูรต่อเจ้าน้อยศุขเกษมไม่แพ้กัน ท่านหันหน้าเข้าหาสุราเพื่อหวังจะคลายความทุกข์ระทม เจ้าพ่อเจ้าแม่ของท่านทนไม่ไหวจึงส่งท่านลงไปรับราชการที่กรุงเทพฯ …ต่อมาได้หมั้นหมายกับเจ้าหญิงบัวนวล เจ้าหญิงบัวนวลท่านเก่งด้านขี่ม้า และบริหารงานช่วยท่านพ่อ เจ้าหญิงบัวนวลเมื่อรู้ว่าคู่หมั้นมีหญิงพม่ามาด้วยก็เลยถอนหมั้นไปเลย เจ้าน้อยศุขเกษมถูกส่งตัวมาทำงานที่กรุงเทพฯ อยู่ในความดูแลของเจ้าดารารัศมีซึ่งในคุ้มนั้นมีเจ้าหญิงบัวชุมผู้เลอโฉมอยู่ในนั้นด้วย เจ้าหญิงบัวชุมเก่งด้านศิลปดนตรีพื้นเมือง และได้แต่งงานกันในที่สุด
ต่อมาหลังจากที่มะเมียะทราบข่าวการสมรสระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศล (ยศของเจ้าน้อยฯ ในขณะนั้น) กับเจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม่ แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดีก่อนที่จะตัดสินใจครองตนเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต แต่เจ้าน้อยศุขเกษม ซึ่งได้ยึดสุราเป็นที่พึ่งเพื่อดับความกลัดกลุ้มอันเกิดจากความรักอาลัยในตัวมะเมียะ และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีความสุขในชีวิตเลยนั้น ไม่สามารถหักห้ามความสงสารที่มีต่อมะเมียะได้ จึงไม่ยอมไปพบแม่ชีมะเมียะที่รออยู่ กลับมอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน 800 บาท ไปมอบให้แม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่งให้เป็นตัวแทนของเจ้าน้อยฯ.เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้มะเมียะ และเจ้าน้อยฯ ต่างสะเทือนใจเป็นที่สุด หลังจากกลับไปเมืองมะละแหม่งแล้ว มะเมียะได้ครองชีวิตเป็นแม่ชีตามความตั้งใจ จนกระทั่งถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2501 รวมอายุได้ 75 ปี ส่วนเจ้าน้อยศุขเกษมก็มาถึงแก่พิราลัยเมื่ออายุแค่ 33 ปี ทิ้งทุกอย่างไว้เป็นตำนานเล่าขานสืบมา

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:22 น.]



โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:31 น.] #2165165 (1/19)


(N)
http://www.youtube.com/watch?v=26cmuuzOlzc&context=C42065b0ADvjVQa1PpcFPbjy3TYtE6brLhFdONONRN4DqFosD-Q34=
ไม่รู้ว่าใช่คนหรือไม่ แต่สวยมากกกกกกกกก

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:34 น.] #2165167 (2/19)


(N)


ภาพโดนใจ
ใครว่าเขาแล้งน้ำใจอย่างน้อยก้อมีคนดีมั่งล่ะน่ะ
อ้าว เฮ๊ยตามมาทำไม กรูเลี้ยวผิด

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:34 น.] #2165168 (3/19)


(N)


..............

โดยคุณ ศรีกุญชร (2.6K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:37 น.] #2165170 (4/19)
เพลงไพเราะมากครับ......มะเมี๊ย...!

http://www.youtube.com/watch?v=81fa2qKdDeI

ผมชอบมากๆครับ........ขออนุญาตนะครับ พี่โพธิ์ทอง ครับ


โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:39 น.] #2165174 (5/19)


(N)
วิธีประหยัดเงิน เพื่อความรวย..!!
ไม่ใช่เครื่องสำอางทุกยี่ห้อที่โฆษณาว่าใช้แล้วหน้าเด้งจะทำให้หน้าคุณแจ่มได้ ก่อนจะควักกระเป๋าซื้อของจริงเต็มขวดมาใช้ จึงน่าจะขอสินค้าทดลองมาลองดูก่อน ดูซิว่ามันจะโมดิฟายด์หน้า "เหี่ยว" ของคุณให้กลายเป็น "แพนเค้ก" ได้จริงหรือเปล่า"

+ ถ้าไม่เทรนดี้มากนักคุณจะประหยัดไปได้เยอะเลย เพราะหลังจากที่กระแสของแฟชั่นแบบนั้นซาแล้ว ร้านเสื้อส่วนใหญ่จะเอาเสื้อที่กำลังจะเอ้าท์มาขายลดราคา ตอนนี้ล่ะคือโอกาสที่คุณจะสอยชุดเปรี้ยวที่ทนน้ำลายหกมานานเสียที

+ เวลาเจอของถูกใจอย่าเพิ่งกระโจนเข้าใส่ ให้ลองเดินดูหลายๆ ร้านหาแบบที่คล้ายๆ กัน เพราะส่วนใหญ่แฟชันมันก็หนีกันไม่ค่อยจะพ้นหรอก แต่เรื่องราคามักจะต่างกันหลายบาทอยู่นะ

+ พอกลับถึงบ้านให้เทกระเป๋าสตางค์ออกมาหยอดกระปุกให้หมด ถ้าทำทุกวันตอนสิ้นปีคุณจะมีเงินเก็บอื้อเลย ทั้งๆ ที่ตอนหยอดอาจจะดูเหมือนเป็นเล็กน้อยแท้ๆ

+ เลิกพกบัตรเครดิตการ์ด เพราะมันคือไอ้ตัวดูดเงินดีๆ นี่เอง เพราะะเวลาใช้บัตรรูดซื้อของ เราไม่ได้เห็นเงินสดๆ ลอยหายไปต่อหน้าต่ตา เพราะก็จะไม่ค่อยรู้สึกว่าได้ใช้จ่ายไปมากมายเท่าไร ก็เลยจะยิ่งใช้กันกระจุย กว่าจะมานึกได้อีกทีก็ตอนมีบิลมานั่งยิ้มอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ถึงตอนนั้นสิ่งที่สาวสวยอย่างเราสูญเสียไปก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้ซะแล้ว...

โดยคุณ ศรีกุญชร (2.6K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:41 น.] #2165175 (6/19)
ขอประวัติของเรื่องนี้หน่อยครับ พี่โพธิ์ทอง ครับ

http://www.youtube.com/watch?v=mO6nRsk0N-c&feature=related

ขอบคุณครับพี่.....!


โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 14:45 น.] #2165180 (7/19)


(N)
ขอบคุณค่ะ กะลังจะหาเพลงมาลงพอดี ดื่มน้ำดีกว่า

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 15:30 น.] #2165245 (8/19)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 15:55 น.] #2165311 (9/19)

โดยคุณ Chartoba (1K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 16:13 น.] #2165350 (10/19)

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 17:21 น.] #2165434 (11/19)
น้อยไจยา จัดให้ตามขอ น่าจะใช้ได้นะคะ

"แว่นแก้ว” ลูกท้าวไชลังกา ถูกพ่อแม่หมั้นหมายจะใหั้แต่งงานกับ “ส่างนันตา” ซึ่งเป็นเงี้ยวที่ร่ำรวย แว่นแก้ว ไม่ได้มีใจผูกสมัครรักไคร่กับส่างนันตา เพราะนางเองได้มอบหัวใจรักให้แก่ “น้อยไชยา” .....น้อยไชยารู้ข่าวการหมั้นหมาย จึงร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง จึงนัดหมายแว่นแก้วให้ไปพบตนที่น้ำตกห้วยแก้ว เพื่อปรึกษาหารือกัน …

เมื่อวันนัดมาถึง ทั้งสองต่างมากับพี่เลี้ยง เมื่อถึงน้ำตกห้วยแก้ว ต่างก็พูดคุยกัน น้อยไชยาก็ตัดพ้อต่อแว่นแก้ว ว่าดอกแก้วดอกนี้จะไปเป็นของคนอื่นเสียแล้ว…แว่นแก้วก็บอกว่า นั้นเป็นตามลมที่พัดต้นมันให้ไหวต่างหาก กิ่งใบ หาได้ไหวตามไม่ ก็ยังเป็นแว่นแก้วเงาใสอยู่เช่นเดิม

แล้วแว่นแก้วก็ถามว่า รักตนจริงหรือว่าแค่หยอกเล่นกันแน่ น้อยไชยาก็บอกว่า รักจริงแท้แน่นอน หมายจะเอามาเป็นเมียแพงแนบข้าง แว่นแก้วก็บอกว่าหากพ่อแม่ไม่เห็นแก่ความรักครั้งนี้ ก็จะหนีตามน้อยไชยาไป ขณะที่นัดหมายกันอยู่นั้น “ส่างนันตา” ก็มาพบเห็นพอดี แล้วบอกว่า แว่นแก้วนี้ ตนเองได้หมั้นหมายไว้แล้ว ทำอย่างนี้จักได้อย่างไร ก็จะขอนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อท้าวไชลังกา และอาจถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล

.เมื่อกลับบ้าน ส่างนันตา ก็นำความไปฟ้องแก่ ท้าวไชลังกา จากแค่หมูบอกเป็นช้าง จากแค่แมวบอกเป็นเสือ ท้าวไชยลังกาจึงตามแว่นแก้วมาซักถาม แว่นแก้วก็ปฏิเสธและบอกว่าตนเองไปขายตลับเงินที่ที่ตลาดหัวสะพานใกล้กับคุ้มหลวง(คุ้มเจ้าแก้วนวรัฐ) ริมน้ำปิง ไม่ได้ไปพบใคร ส่างนันตาเห็นดังนั้นจึงนำความขึ้นศาล เมื่อศาลสอบความ สอบพยานต่าง ๆ แล้ว จึงตัดสินให้ แว่นแก้วมีสิทธิ์ในการเลือกคู่ครองเอง และแล้วแว่นแก้วกับน้อยไชยา จึงได้แต่งงานกันในที่สุด…
แต่มีผู้ผูกเรื่องที่ต่อจากนี้อีกว่า หลังจากที่แว่นแก้วแต่งงานกับน้อยไชยาแล้ว ทั้งสองนึกถึงความหลังครั้งไปพบกันที่ห้วยแก้ว จึงพากันไปยังที่ห้วยแก้วอีกครั้ง ขณะที่ทั้งสองชื่นชมกับธรรมชาติอันงดงามอยู่นั้น หาได้รู้ไม่ว่าอันตรายได้รออยู่ข้างหน้า ส่างนันตาที่ผูกพยาบาทได้ลอบติดตามมา เพื่อรอโอกาส… พอได้โอกาส ส่างนันตาก็ยกปืนขึ้นเล็ง ไกปืนที่เหนี่ยวพร้อมกับเสียงปืนที่กึกก้องสะท้อนไปตามหน้าผา ร่างของน้อยไชยาก็ทรุดลง สิ้นใจลงตรงนั้นเอง ..
..................................................................................................................
บทบาทที่โดดเด่นของแว่นแก้ว คือ จิตใจที่มั่นคงในความรัก เพราะถึงแม้ว่าส่างนันตาจะมีฐานะร่ำรวยกว่าน้อยไจยา แต่นางก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ ดังที่กวีบรรยายความซื่อตรงของนางว่า (จาก แม่ญิงล้านน้าดอทคอม)

เต็มเค้าเนิ้ง กิ่งมันบ่ถอน........... บ่ไหวเฟือนคลอน กิ่งใบไหวเล้า
ตามคำลม ที่พัดออกเข้า............ มีแต่เค้า ไหวหวั่นคลอนเฟือน
กิ่งมันแท้ บ่แส่เสลือน............... บ่เหมือนลมเชย ลำเพยก็ชานั้น
ใจคำญิง น้องหนิมเที่ยงหมั้น.... บ่เป็นของเปิ้นคนใด
ยังเป็นกระจก แว่นแก้วเงาใส .... บ่ไหวข้อนเหงี่ยงช้ายเนอ

และถ้าหากถูกบังคับให้แต่งงานจริงๆ นางก็จะหนีตามน้อยไจยาไป ดังนี้

การเรื่องนั้น บ่พอเป็นสัง.................. คันใจระวัง หล้างได้ใฝ่เอื้อ
หลอนปิตา มารดาบ่เอื้อ.................. บ่ปลงปล่อยน้อง กาบซ้อนบัวจีน
ด้วยร่องรอยดี บ่มีจักฟังแล้ว............. ส่วนตนตัว นางน้องแก้ว
จักหนีตามพี่คำชาย จักนัดหมาย..... ไจยาพี่อ้าย มารับตัวนาฏน้องหนา ....

เรื่องราวของ "น้อยไจยา" จึงจบด้วยประการฉะนี้...

โดยคุณ santana (1.3K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 18:24 น.] #2165526 (12/19)


(N)
ชอบมากๆครับฟังดูเศร้าๆได้ใจเหลือเกิน ขอบคุณสำหรับเพลงเพราะๆ

โดยคุณ junbangna (1K)(1)   [จ. 19 มี.ค. 2555 - 19:15 น.] #2165612 (13/19)


ผมชอบดื่มน้ำอัดลมมากๆครับ อ.โพธิ์ทองครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 19:31 น.] #2165654 (14/19)
หรอยๆๆๆๆๆ ครับน้ำดื่ม

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [จ. 19 มี.ค. 2555 - 19:35 น.] #2165670 (15/19)

โดยคุณ เด็กปลายอัมพวา (745)(10)   [จ. 19 มี.ค. 2555 - 19:40 น.] #2165686 (16/19)

โดยคุณ pupu-25 (4.9K)(8)   [จ. 19 มี.ค. 2555 - 21:37 น.] #2165972 (17/19)


(N)
น้ำอัดลม อันไหนดีน๊า เลือกกินไม่ถูกเลยครับ กะป๋องอวบๆทั้งนั้น

โดยคุณ wattana09 (601)  [อ. 20 มี.ค. 2555 - 10:26 น.] #2166686 (18/19)

โดยคุณ ศรีกุญชร (2.6K)  [อ. 20 มี.ค. 2555 - 17:31 น.] #2167176 (19/19)


(N)
ซาบซึ้งมากครับพี่ ขอบพระคุณมากครับ ที่กรุณาหามาให้อ่านครับพี่โพธิ์ทอง


!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1