ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : จิตเสื่อม



(N)
จิตเสื่อม

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร / www.watdevaraj.com

ความเสื่อม ความพินาศในปัจจุบันคนทั่วไปเรียกว่า โชคร้าย มี 2 ประการ คือ
1. ความเสื่อมทางโลก
2. ความเสื่อมทางธรรม

ความเสื่อมทางโลกคือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา และประสบทุกข์ ทรัพย์สินเงินทองถูกโจรลักไป บ้านถูกไฟไหม้ เรียกว่าเสื่อมลาภ มียศมีตำแหน่งแล้ว ถูกถอดยศถอดตำแหน่ง เรียกว่าเสื่อมยศ ถูกคนอื่นกล่าวตำหนิติเตียนลับหลัง เรียกว่าถูกนินทา ประสบความพลัดพรากจากคนรัก ของรัก เรียกว่าความทุกข์

ส่วนความเสื่อมทางธรรมได้แก่ ศีลเสื่อม จิตเสื่อม และความเห็นเสื่อม ในที่นี้จะกล่าวถึงจิตเสื่อม

จิตได้แก่ ธรรมชาติชนิดหนึ่ง เป็นใหญ่ เป็นประธาน มีอำนาจบังคับกายให้ทำดีทำชั่วได้ เหมือนเป็นนาย ดังคำว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

จิตเป็นผู้บงการชี้ขาด เป็นที่ตั้งที่เกิดของการประพฤติดีปฏิบัติชอบ เป็นธรรมชาติผ่องใส ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติคือจิตนี้ ประภัสสร บางครั้งก็เป็นพรหม บางครั้งก็เป็นเทวดา บางครั้งก็เป็นมาร บางครั้งก็เป็นยักษ์ ขณะใดจิตมีพรหมวิหารธรรม ขณะนั้นจิตก็เป็นพรหม ขณะใดจิตมีเทวธรรม ขณะนั้นจิตก็เป็นเทวดา ขณะใดจิตมีโทสะเดือดพล่าน ขณะนั้นจิตก็เป็นยักษ์ ขณะใดจิตมีพยาบาท ขณะนั้นจิตก็เป็นมาร

จิตเป็นธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอาการได้รวดเร็วตามกิเลส 2 ประการคือ อภิชฌาและพยาบาทที่จรมาครอบงำ ทำให้จิตเสื่อม ทำกิจผิดธรรม ผิดกฎหมายบ้านเมือง



อภิชฌาคือ ความเพ่งเล็ง หมายความว่า เพ่งทรัพย์ของคนอื่น คิดเอาทรัพย์ของคนอื่นมาเป็นของตนโดยทางทุจริต เห็นคนอื่นมีเงิน หรือเครื่องประดับ จิตก็เพ่งอยู่ที่เงินเครื่องประดับนั้น เมื่อจิตเพ่งแล้วก็ทำให้นึกอยากได้ ความโลภก็เข้ามาทำงานร่วม ให้โลภอยากจะเอาทรัพย์ที่เพ่งอยู่นั้นมาเป็นของตน แล้วแสดงออกมาทางกาย เช่น ลักขโมย เป็นต้น

พยาบาทหมายถึง ความอาฆาตปองร้าย และผูกใจเจ็บคิดจะแก้แค้นเขา เมื่อเวลาขัดใจกับใครๆ อยากจะทำร้ายตอบเขา แต่ไม่ได้โอกาสทำเพราะไม่มีช่องทาง และไม่มีเวลา จึงผูกใจเจ็บว่า คนโน้นได้ด่าเราไว้ ได้รังแกเราไว้ แล้วมาครุ่นคิดแก้แค้นในวันข้างหน้า

การผูกใจเจ็บที่เป็นพยาบาทนั้น หมายเอาเจตนาเป็นสำคัญ เช่น มุ่งให้เขาเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง และเสียชีวิตเป็นต้น เมื่อความพยาบาทเกิดขึ้นในจิตแล้ว จิตก็อยู่ในสภาพเสื่อม ไม่พร้อมที่จะรับเอาคุณธรรมความดี

คนที่จิตเสื่อมเพราะอภิชฌาและพยาบาท เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

เมื่อกิเลสคือ อภิชฌาครอบงำจิต ควรระงับด้วยการให้ การบริจาค พอใจในทรัพย์ของตน เลี้ยงชีพชอบ

เมื่อกิเลสคือพยาบาทครอบงำ ควรระงับด้วยเมตตา แผ่ไปในคนที่ทำให้เราเจ็บใจว่า ขอให้เขาจงอยู่เป็นสุขๆ เถิด และระลึกถึงคุณความดีของเขา เมื่อเป็นเช่นนี้ กิเลสคือ อภิชฌาและพยาบาท ก็จะเบาบางหมดสิ้นไป

สาธุ

โดยคุณ worawitk (588)  [อา. 25 มี.ค. 2555 - 15:14 น.]



โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [อา. 25 มี.ค. 2555 - 16:32 น.] #2174273 (1/8)
ขอขอบคุณมากครับที่นำสิ่งดี ๆ มาบอกกล่าวเสมอ ๆ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 25 มี.ค. 2555 - 16:39 น.] #2174279 (2/8)
ขอบคุณ คุณเทพฯมากๆครับ ที่นำสาระดีมีประโยชน์มาแบ่งปันกันครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 25 มี.ค. 2555 - 16:51 น.] #2174290 (3/8)
ขอบคุณมากครับท่านเทพ

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [อา. 25 มี.ค. 2555 - 18:26 น.] #2174414 (4/8)

โดยคุณ เด็กปลายอัมพวา (745)(10)   [อา. 25 มี.ค. 2555 - 20:24 น.] #2174623 (5/8)

โดยคุณ ออสก้า99 (7.4K)  [อา. 25 มี.ค. 2555 - 20:39 น.] #2174666 (6/8)

โดยคุณ pusit (1.7K)  [จ. 26 มี.ค. 2555 - 05:53 น.] #2175082 (7/8)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ wattana09 (601)  [จ. 26 มี.ค. 2555 - 11:46 น.] #2175464 (8/8)
เจริญธรรม ครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1