@ เจ้าพนักงานฯ ยึดทรัพย์ 200 กว่าล้าน ครบหรือยัง
ทรัพย์สินมีไม่ถึง ยึดไปบางส่วน ตอนนี้ก็ตามยึดอยู่ยังไม่ครบ
@ ชีวิตตอนมีทรัพย์สินมั่งคั่งที่สุด จำได้มั๊ยว่ามีเงินเท่าไหร่
มีเป็นพันล้าน แต่นั่นคือตอนเราตกอยู่ในอบายมุข ตอนเป็นรัฐมนตรีก็มีคนห้อมล้อม
@ พอจะเล่าให้ฟังเป็นข้อมูล ได้ไหมว่าสมัยก่อน นักการเมืองใช้เงินกันอย่างไร
สมัยนั้นใช้เงินสด ใช้วิธีเก็บเงินสดที่บ้าน หรืออาจจะใช้บัญชีคนอื่น แต่มันก็อยู่ที่ว่าเงินนั้นมาจากไหน อย่างหลวงพ่อ เงินทุกส่วนมาจากการเล่นการพนันในต่างประเทศ ฉะนั้นเวลาเงินเข้ามาในบัญชี พอเล่นได้เขาก็โอนให้
การเมืองเมื่อก่อน เป็นระบบอุปถัมภ์ นักการเมืองมีค่าใช้จ่าย ก่อนเป็นส.ส.หรือเป็นส.ส.แล้วก็มีค่าใช้จ่าย ค่าหาเสียงสมัยปี 2526 หลวงพ่อได้เงินพรรค 1 แสนบาท แต่เมื่อก่อนหาเสียงจากนโยบายเงินผันของอาจารย์คึกฤทธิ์ (ปราโมช)
พอปี 2529 พรรคการเมืองก็จะมีกลุ่มทุนอุดหนุนการเงิน มีเงินทุนสำหรับส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ก็จะมีเกรดว่า ผู้สมัครแต่ละคนได้เท่าไหร่ ตัวเก็ง ตัวกลาง ได้เท่านั้นเท่านี้ ปีนั้น 2.5 ล้าน เป็นเกรดเอ เกรดกลางๆ ก็ 2 -1.5 ล้าน
ปี 2531 คือ 3,5,7 3 ล้าน 5 ล้าน 7 ล้าน เหมือนเป็นตลาดนักการเมือง มีการขึ้นราคากัน แต่กิจสังคมไม่ได้ไปเร่กับเขาหรอกนะ รุ่นเดียวกันก็มีสุวิทย์ คุณกิตติ สมศักดิ์ เทพสุทิน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กระทั่ง ท่านมนตรี (พงษ์พานิช) เสียชีวิตเมื่อปี 2542 ปี 2544 มีเลือกตั้ง ก็ไปไทยรักไทย อยู่กับท่านทักษิณ (ชินวัตร) หลังจากนั้นค่าใช้จ่ายทางการเมืองก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปี 2535 /2 เป็น 10 ล้าน 15 ล้าน 20 ล้าน พอปี 2544 ท่านทักษิณใช้อย่างต่ำคนละ 20 ล้าน 20 ล้านคูณ 400 เขตก็ 8,000 ล้าน ส่วนกลางอีก 2,000 พันล้าน ก็เป็นหมื่นล้าน นี่คือเรื่องจริงของความจำเป็นของเงินทางการเมือง |
|