โดยคุณ ของขวัญ (359)
(101.108.130.*) [14 Apr 2012 22:33] #2203563 (16/17)
นานาจิตตัง.......
ส่วนตัวของผม คนเรามีทั้งมุมมืดและมุมสว่าง แบบหยินหยาง บางทีคำพูดที่เราพูดไปเราเหมือนว่าเรากลั่นกรองแล้ว....
แต่เวลาคนอื่นมานั่งฟังเราบอกเราพูดไม่รู้เรื่อง....พูดไม่ให้เกียรติคนอื่น อย่างนี้ก็มี.....
พระสมเด็จกับของอาจารย์....?
มันต่างกรรมต่างวาระกัน...? ต่างกาลเวลาด้วย....?
สมัยก่อนตั้งแต่สมเด็จขรัวโตวัดระฆังกับชาวบ้านธรรมดา จะหาคนอ่านออกเขียนได้ก็น้อยมากอยู่แล้วเพราะตั้งแต่สมัย ร.2-ร.4 จะมีก็แต่เจ้าขุนมูลนายสมัยนั้น และก็คนที่เคยบวชเรียนฯลฯ
ซึ่งก็แตกต่างกันมากอยู่แล้วกับยุคนี้ ร.9 เริ่มเจริญวัฒนธรรมบางอย่างเปลี่ยนไป ความเจริญด้านวัตถุเริ่มเข้ามาการแลกเปลี่ยนกับชาติอื่น ๆ ก็เริ่มมากขึ้น รวมทั้งศิลปะและวัฒนธรรมด้วย บางอย่าง....
สมัยก่อนตอนที่พระสมเด็จวัดระฆังของขรัวโต ท่านสั่งทำนั้นก็คงไม่คิดอะไร....?
เพราะคงจะหาตัวแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสักองค์มาเป็นสื่อกลางทำวัตถุมงคลนี้ขึ้น....?
ไม่ได้คิดจะทำให้สวยงามอะไร เจตนาจริง ๆ ก็คงจะให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแก่พวกเราชาวพุทธไม่ได้มีจิตคิดเป็นพุทธพาณิชย์เหมือนกับวัดอื่น ๆ บางวัดในยุคนี้ที่มีนายทุนมาขอจัดสร้าง
แต่ ณ ปัจจุบันสิ่งที่ท่านได้ฝากให้เราใว้นั้นข้ามยุคข้ามกาลเวลา ข้ามสมัยมานั้น ทำให้เราท่านทั้งหลายต่างได้รู้ว่า.....พุทธคุณนั้นมีอยู่จริงในบวรพุทธศาสนานี้....?
และคำว่าอภิญญา มรรคผล นิพพานนี้ ก็มีอยู่จริงแก่ท่านที่เจริญสมาธิภาวนาและผู้ที่มีศีลอันบริสุทธิ์ เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อภินิหาริย์แก่ผู้ที่นำไปกราบใหว้ก็ย่อมเกิด..?
ทำให้ศรัทธาไม่เคยสิ้นสุด พระอรหันต์ไม่เคยสิ้นไปจากสยามประเทศนี้ แต่รูปแบบพระสมเด็จนี้เป็นอมตะไปแล้วครับ แม้นจะดูไม่สวยเพราะทำยุคนั้น แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้ที่เราเห็นอยู่จนชินตา ทำให้เกิดเป็นลัทธิผู้ใหญ่ผู้น้อยเอาตาม (เลียนแบบเกิดขึ้น)
มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ หากสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) ท่านอยู่ยุคนี้ ช่างที่ทำให้ท่านผมว่าศิลปะก็คงจะสวยงามไม่แพ้ของอาจารย์หรอกครับ ดังนั้นมันจึงเปรียบเทียบกันมิได้ด้วยประการทั้งปวง
สมดังภาษิตที่ว่า.....
อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังคำพูด
โดยส่วนตัวของผมนะครับ (ของขวัญพระเครื่อง)
***************************************************
+1,000,000 เลยครับพี่....ผมคิดเหมือนกับพี่ แต่ผมเรียบเรียงไม่เป็น... |
|