ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : +++ ทำสตูลิ้นวัว กินเองที่บ้านกันไหมครับ +++



(N)
ท่านสิทธิโชติ/เฮียฉิก ไม่อยู่ ไปเอาใจแม่ยายอยู่ที่บางแพ ราดรี ... ขอแย่ง scene ของแกสักครั้งนะครับ กลัวว่ากระดานนี้จะขาดอรรถรสในด้านอาหารการกินนานเกินไปครับ

ผมเองไม่เก่งทางในแขนงนี้ก็ขอลอกทั้งภาพและข้อเขียน ของท่าน สุคนธ์ จันทรางศุ ลงตีพิมพ์ในหน้านสพ.ข่าวสดออนไลน์ มาฝากให้เพื่อนๆที่ไม่ได้อ่านโดยตรงได้ร่วมอ่านกันครับ

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7808 ข่าวสดรายวัน

สตูลิ้นวัว

ทำกินกันเอง
สุคนธ์ จันทรางศุ

สตูลิ้นวัวนี้เขามีของคู่กันอันจะขาดเสียมิได้อยู่อย่างหนึ่ง ก็คือมันฝรั่งค่ะ คุณจะใช้ขนาดหัวเล็กหรือนำเอาหัวใหญ่มาปอกเปลือก แล้วตัดแบ่งออกเป็น 2-3 ชิ้นตามพอใจ แล้วนำไปใส่ลงในหม้อ หลังจากเคี่ยวลิ้นมาได้สักพักใหญ่ เพื่อจะสุกได้ที่พร้อมๆ กัน หรือจะนำไปต้มทั้งเปลือกแล้วนำมาปอกเปลือกใส่ลงไปภายหลังก็ใช้ได้ทั้งสิ้น



กับข้าวยอดฮิต (อีกแล้ว) อีกอย่างหนึ่งในบ้านที่รับประทานกันไม่รู้จักเบื่อก็คือ 'สตูลิ้นวัว'

สามีของผู้เขียนชอบรับประทานแบบอาหารฝรั่ง คือรับประทานกับขนมปัง ส่วนลูกๆ ชอบรับประทานแบบไทยแท้ คือรับประทานกับข้าวค่ะ แต่สรุปแล้วก็คือขายดี ไม่ว่าจะรับประทานแบบไทยหรือเทศก็หมดหม้ออยู่ดีค่ะ

สตูลิ้นทำยากอยู่อย่างเดียวคือ ตอนลอกลิ้นค่ะ

ก่อนอื่นคุณควรตั้งน้ำร้อนไว้สักกาหนึ่งนะคะ พอน้ำเดือดก็ให้รีบยกไปลวกลงบนลิ้นวัว ซึ่งจะใส่หม้อหรือกะละมังก้นลึกไว้ก็ได้ค่ะ ควรใส่น้ำเดือดลงไปให้ท่วมลิ้นเลยนะคะ แล้วทิ้งไว้เช่นนั้นสักพักใหญ่ กะว่าน้ำที่ใช้ลวกเพลาความร้อนลงพอที่จะใช้มือจับได้ คุณก็หยิบลิ้นขึ้นมาวางลงบนภาชนะใบใหม่ แล้วก็ใช้มีดคมๆ ลงมือลอกลิ้นออกอย่างเร็วๆ ค่ะ ก่อนที่ลิ้นจะเย็น เพราะไม่เช่นนั้นจะลอกออกได้ยากมากเลยค่ะ

เมื่อคุณลอกสิ่งซึ่งเหมือนเปลือกของลิ้นออกได้จนหมดแล้ว ก็ใช้มีดขูดสิ่งที่เป็นคล้ายสีขาวๆ ออกให้หมดเกลี้ยงแล้วจึงล้างน้ำให้สะอาด ก็จะได้ลิ้นซึ่งออกเป็นสีเนื้ออมชมพู ยังค่ะ...ยัง ตอนนี้คุณก็พอจะมองออกแล้วว่าส่วนไหนที่เกลี้ยงเกลาดีแล้ว และมีตรงไหนก็จะต้องขูดแต่งอีก

เห็นไหมคะว่าอยากจะรับประทานของอร่อยก็ต้องลงทุนลงแรงเช่นนี้แหละค่ะ

พอแน่ใจว่าหมดจดดีแล้วจริงๆ ทีนี้คุณก็หยิบลิ้นที่ล้างสะอาดแล้ววางลงบนเขียง

ตอนนี้แหละค่ะที่คุณจะใช้ไม้ทุบเนื้อหรืออาวุธประจำครัวเก่าแก่ของคุณ (ลูกครกไงคะ) ก็ได้ ทุบลงบนลิ้นวัวจนทั่ว (แต่ไม่ใช่ทุบจนถึงแหลกนะคะ) วัตถุประสงค์ในการทุบคือ จะทำให้สตูลิ้นของคุณนุ่มอร่อยลิ้นเมื่อทำเสร็จแล้วค่ะ

ทุบเนื้อดีแล้วโรยเกลือป่น 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา เคล้าให้ทั่ว

ต่อไปนำไปทอดในน้ำมันพืชจนเหลือง สวย ตักใส่หม้อ อ้อ! ก่อนยกขึ้นอย่าลืมตักเนยสดใส่ลงไปสัก 1 ช้อนโต๊ะด้วยนะคะ หลังจากนั้นคุณก็เติมน้ำลงไปในหม้อจนท่วมลิ้น แล้วนำไปเคี่ยวบนไฟอ่อน เคี่ยวไปจนกระทั่งลิ้นของคุณนุ่มเกือบจะได้ที่จึงปิดไฟ ตักออกมาวางบนเขียง ใช้มีดคมๆ ตัดตามขวางให้หนาประมาณสักครึ่งนิ้วจนหมดลิ้นแล้วนำกลับไปเคี่ยวต่ออีกประมาณสักสิบห้านาที ก็นำแป้งข้าวโพดมาละลายน้ำสัก 1 ช้อนโต๊ะพูน แล้วนำไปใส่เพื่อ ให้ข้น

ส่วนเรื่องของความเค็มนั้น สมัยก่อนอาหารฝรั่งก็ต้องใช้เกลือลูกเดียว ต่อมาภายหลังผู้เขียนมาลองใช้ซีอิ๊วขาวอย่างดีครึ่งหนึ่ง เกลือป่นอีกครึ่งหนึ่ง รู้สึกรสดีขึ้นกว่าใช้เกลือเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้มีลิ้นเป็นฝรั่งแท้ๆ ก็ได้นะคะ

แล้วก็ยังมีเรื่องจะเล่าให้ฟังอีกค่ะว่า ในสมัยก่อนเมื่อครั้งผู้เขียนยังเป็นเด็กจำได้ว่าสตูลิ้นวัวของมารดาผู้เขียนนิยมใส่กานพลูลงไปด้วยสักหนึ่งดอก เพื่อกลบกลิ่นของวัว ซึ่งผู้ใหญ่สมัยก่อนบอกว่า 'แรง' เกินไป ผู้ใหญ่บางท่านนิยมใส่เครื่องเทศหลายชนิดป่นหยาบ ห่อผ้าขาวมัดไว้เป็นกระจุก ใส่ลงไปในหม้อด้วยระหว่างเคี่ยวไปให้ออกมาแต่เพียงกลิ่นและสีคล้ำๆ ของมัน แล้วก็เรียกชื่อว่า 'วัวดำ' แต่ตกมาสมัยนี้ สามีผู้เขียนเธอเป็นคนแพ้กลิ่นเครื่องเทศแรงๆ ค่ะก็เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นใช้ tomato paste แทน

ผู้เขียนมักจะนำ tomato paste มาผัดกับน้ำมันพืชที่เหลือตอนตักลิ้นใส่หม้อเรียบร้อยแล้ว ผัดไปสักครู่ค่อยตักลงหม้อลิ้น แล้วก็ใส่น้ำลงไปล้างกระทะตามเคยพอน้ำในกระทะเดือด เวลาคุณจะยกกระทะเทน้ำลงไปในหม้อ โปรดหลีกเลี่ยงการเทลงไปตรงๆ บนลิ้นหรือเนื้อสัตว์อะไรก็ตามที่คุณทอดไว้อย่างสวยแล้วนะคะ ขอให้เทลงไปข้างๆ หม้อด้านใดด้านหนึ่ง มิฉะนั้นเนื้อสตูที่เหลืองสวยของคุณก็จะเกิดมีอาการ 'สีตก' ขึ้นมาทันที

แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนเกือบลืมบอกคุณไปว่า อันสตูลิ้นวัวนี้เขามีของคู่กันอันจะขาดเสียมิได้อยู่อย่างหนึ่ง ก็คือมันฝรั่งค่ะ คุณจะใช้ขนาดหัวเล็กหรือนำเอาหัวใหญ่มาปอกเปลือก แล้วตัดแบ่งออกเป็น 2-3 ชิ้นตามพอใจ แล้วนำไปใส่ลงในหม้อ หลังจากเคี่ยวลิ้นมาได้สักพักใหญ่ เพื่อที่จะสุกได้ที่พร้อมๆกัน หรือจะนำไปต้มทั้งเปลือกแล้วนำมาปอกเปลือกใส่ลงไปภายหลังก็ใช้ได้ทั้งสิ้น

แต่ถ้าผู้เขียนเอง ใช้วิธีแรกค่ะ แล้วก็ยังแถม แครอตปอกแล้วจักให้เป็นร่องพอสวยก่อนจะตัดให้เป็นชิ้นพองามใส่ลงไปด้วย

ก็ผู้เขียนชอบรับประทานแครอตนี่คะ

แล้วตัวท่านผู้อ่านล่ะคะ ชอบรับประทานอะไร ข้าวโพดอ่อนๆ ถั่วกระป๋องบร็อกโคลี่ หรือดอกกะหล่ำ

อะไรก็ได้ทั้งนั้นถ้าคุณชอบ ถ้ามันยังดิบอยู่ก็ไปทำให้มันสุกเสียหน่อย จะจัดใส่จานเปลแถมไปอีกจานก็ยังได้

ไม่มีใครเขามาเอาผิดกับเราได้หรอกค่ะ

.... ขอขอบคุณ นสพ.ข่าวสดออนำลน์ และ ท่าน สุคนธ์ จันทรางศุ มาณที่นี้ ครับผม ....

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 09:24 น.]



โดยคุณ pigcity (2.5K)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 09:35 น.] #2203783 (1/11)


(N)


ขอเเจมด้วยครับคุณอา
...เอาไก่อบฟาง+ปี๊ป....ไปกินกันครับ
...................คิดถึงทุกๆท่านคร้าบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดยคุณ ออสก้า99 (7.4K)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 09:39 น.] #2203788 (2/11)


(N)
ท่านสิทธิโชติ/เฮียฉิก ไม่อยู่ พาคู่ใจ ไปเอาใจแม่ยายอยู่ที่บางแพ

คุณ อาวิบูลย์ ขอแย่ง scene ของแกสักครั้งนะครับ

โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 12:16 น.] #2203925 (3/11)


(N)
ขอบคุณมากครับ น่าทานมาก ๆ ทั้งนั้นเลย

โดยคุณ เปิดกรุ (529)(1)   [อา. 15 เม.ย. 2555 - 13:07 น.] #2203979 (4/11)
...เห็นแล้วน้ำลายไหล

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 15:51 น.] #2204096 (5/11)
..น่าอร่อยครับ..

โดยคุณ jcainfo (6K)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 16:08 น.] #2204104 (6/11)
ผมไปทานที่ร้านเลิศรสเป็นประจำครับ ตั้งแต่อยู่ ป.1 ที่ BCC แล้วครับ

โดยคุณ วังทองพระเครื่อง (457)(1)   [อา. 15 เม.ย. 2555 - 16:39 น.] #2204117 (7/11)
ไก่อบปื๊ปเ็นแล้วนึกตอนเด็กๆสุดยอดเมนู ในถ้วยนั่นเอามาทำน้ำจิ้มสุดยอดครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 17:21 น.] #2204133 (8/11)
สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ทำอาหาร ม ท = เมาทั้งวัน

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [อา. 15 เม.ย. 2555 - 20:26 น.] #2204292 (9/11)

โดยคุณ wattana09 (601)  [จ. 16 เม.ย. 2555 - 09:41 น.] #2204669 (10/11)

โดยคุณ pupu-25 (4.9K)(8)   [อ. 17 เม.ย. 2555 - 00:58 น.] #2205526 (11/11)
หวัดดีครับคุณ อา น่าทานครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1