ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ตำนาน.,,,,,,,ผีปอบ



(N)
ผีปอบ" มีต้นกำเนิดมาจากผู้ที่มีวิชา ไสยศาสตร์ มนต์ดำ

"ผีปอบ" มีต้นกำเนิดมาจากผู้ที่มีวิชา ไสยศาสตร์ มนต์ดำจนแก่กล้า สามารถใช้อำนาจอันเข้ม ขลังจากเวทมนตร์คาถาไปกระทำร้ายหรือทำลาย ชีวิตผู้อื่นได้ เช่น ทำ เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปฝัง รอยเสกหนังควาย เสกตะปูเข้าท้อง หรือใช้มนตราบังคับวิญญาณ ภูตผีไปเข้าสิง วิชาไสย ศาสตร์เหล่านี้มีข้อห้าม ข้อปฏิบัติกำกับอยู่ด้วย ผู้ที่มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์ซึ่งพระ พุทธเจ้า ทรงระบุว่า เป็นเดียรฉาน วิชา จะต้องระวังไม่ให้ละเมิด ข้อห้าม ข้อปฏิบัติโดยเด็ดขาด หากกระ ทำผิด ข้อห้าม ซึ่งชาวอีสานเรียกว่า "คะลำ" ก็จะเกิดโทษหนักในข้อ "ผิดครู" วิญญาณบรมครู จะลงโทษ ให้กลายเป็น ปอบ หรืออีกประการหนึ่งของผู้ที่ กลายเป็นปอบก็คือ เล่น คาถาอาคม อย่างคลั่งไคล้ และใช้ความขลังแห่งวิชา มนต์ดำไปทำลาย ทำร้ายผู้อื่นอย่างไม่กลัว บาปกลัว กรรมกระทำชั่วเป็นอาจิณกรรม กระทั่งถูกอาถรรพณ์ของไสยเวทย์ย้อนกลับมาเข้าตัวเองกลาย เป็น ปอบไปในที่สุด
ผีปอบ" ยังแบ่งออกเป็นหลายประเภท

................... . "ปอบ ธรรมดา" หมายถึงคนที่มีปอบสิงอยู่ใน ร่าง (คือตนเองเป็นปอบ ) เมื่อคนประเภทนี้ตายไป ปอบที่สิงสู่อยู´´ก็จะ ตายตามไปด้วย
.................... "ปอบเชื้อ" หมายถึงครอบครัวใดพ่อแม่เป็นปอบเมื่อพ่อแม่ตายไปลูก หลานก็จะสืบทอดให้ เป็นปอบต่อไป อีกประการหนึ่งเป็นกรรมพันธุ์ไม่ว่า จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม เรียกว่า เป็นปอบต่อเนื่องกันไปไม่รู้จบ
.................... "ปอบแลกหน้า" หมายถึง ปอบเจ้าเล่ห์ถนัดเอาความ ผิดไปโยนให้ผู้อื่น กล่าวคือเวลาไปเข้าสิงใคร เมื่อถูกสอบ ถามว่ามีผู้ใดเลี้ยงหรือบังคับ ปอบ จะไม่บอกความจริงหากไปกล่าวโทษว่าเป็นคนนั้นคนนี้โดยที่ผู้ถูกระบุชื่อ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เลย
.................... ปอบกักกึก (กึก ภาษาอีสานแปลว่า "ใบ้") หมายถึงปอบที่ไม่ยอมพูดอะไรเวลามีคน ถาม จนกว่าญาติพี่น้องจะไปตามหมอผีมาขับไล่ จึงจะยอมเปิดปากพูดว่าตนเป็นปอบของ ใครมีใครใช้ให้มา เข้าสิง ผู้ที่ถูกผีปอบเข้าสิงหรือที่ชาวอีสานเรียกว่า "ปอบเข้า" จะมีอาการแตกต่างกันไป บางคนแสดงกิริยาอาการ ดุร้ายบางคนจะนอนซมซึมคล้ายกับป่วยไข้อย่างหนัก บางคนจะ ร่ำไห้รำพันไปต่างๆ นานา แต่ไม่ว่าจะมีทีท่า อาการอย่างไร
ลักษณะผู้ที่ถูกปอบเข้าสิง

โดยคุณ santana (1.3K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 10:01 น.]



โดยคุณ santana (1.3K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 10:02 น.] #2211168 (1/17)
ลักษณะผู้ที่ถูกปอบเข้าสิง

....................ผู้ที่ถูกปอบเข้าสิงจะเรียกร้องให้ นำอาหารสุกๆ ดิบๆ พวกหมูตับไก่ต้มมากิน เหมือนๆ กับเวลา กินก็แสดงความตะกละมูม มามและกินได้จุผิดปกติเมื่อญาติพี่น้องรู้ว่าคนป่วยถูกปอบเข้าสิง เขาก็จะไปตามหมอ ผีให้มาไล่ปอบ การไล่ปอบให้ออกจากร่างมีหลายวิธีตามแนวทางที่หมอผีได้ร่ำเรียนมา บางคนจะเอาพริกแห้ง มาเผา ให้ควันรม คนป่วยจนสำลักควันน้ำตาไหลพาก ครั้นปอบ ออกจากร่าง แล้วหมอผีจะข่มขู่สอบถามว่าผีปอบเป็นใครมาจากไหน เมื่อปอบรับสารภาพ หมอผีก็ จะปล่อยไป คนป่วยได้สติหายเป็นปกตินัยน์ตาที่แดงก่ำเนื่องจากถูกควันพริกเผา รมจะหายไปทันที แต่เจ้าของ ปอบกลับมีอาการนัยน์ตาแดงก่ำด้วยสายเลือดจนต้องหลบ หน้าอยู่แต่ในห้องไม่กลัวให้ใครพบหน้า อีกวิธีหนึ่งที่ วิธีไล่ผีปอบ

หมอผีทั่วไปนิยมใช้ไล่ผี คือใช้หวาย เฆี่ยนไล่ปอบซึ่งก็เท่ากับเฆี่ยนคนป่วยนั่นแหละหากปอบกล้าแข็งหมอผีจะ เฆี่ยนหนักๆ กระทั่งเนื้อตัวคนที่ถูกปอบเข้าสิงเขียวช้ำด้วยรอยหวาย เมื่อปอบยอมแพ้ออกจากร่างไป ร้อยหวายก็ จะจางหายไปทันที แต่วิธีไล่ผีปอบแบบนี้เคยเป็นเรื่องเป็นข่าวมาแล้ว
....................เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้ถูกปอบเข้าสิง หากป่วยเป็นโรคประสาท ญาติคิดว่าปอบ เข้าจึงไปตามหมอผีมาไล่ หมอผีจัดการเฆี่ยนคนป่วยด้วยหวายได้รับบาดเจ็บบอบช้ำจน หลายครั้งหลายหน โดยคิดว่าปอบฮึดสู้ไม่ยอม แพ้ในที่สุดคนป่วยก็เสียชีวิตร้อนถึงตำรวจ ต้องมาจัดการกับหมอผีและญาติตามกฎหมายและหมอผีคงคิดคุก ติดตะรางไปตามระเบียบ
....................อีกวิธีหนึ่งหมอผีจะนำสัตว์น่าเกลียดน่ากลัวบางชนิดมาข่มขู่ให้ปอบกลัวเช่น คางคก ตุ๊กแก งู ในกรณีนี้ คนที่ ถูกปอบเข้าสิงมักจะเป็นผู้หญิงหรือตัวปอบเป็นหญิง แม้จะเป็นผีปอบ (เธอ) ก็ยังขยาดแขยงสัตว์ประเภทนี้ และ มักจะยอมออกจากร่างที่ เข้าสิงง่าย ๆ
....................ผีปอบที่แก่กล้าเวลาเข้าสิงใครจะอกยาก กล่าวกันว่าใครที่ผีปอบประเภทนี้ เข้าสิงมักจะถูกปอบสิงจนตาย เมื่อหมอผีดำเนินการไล่ผีปอบจากร่างที่ถูกปอบสิงมี ข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ จะปรากฏเป็นก้อนกลมอยู่ใต้ ผิวหนังปูดนูนขึ้นมา เวลา หมอผีจี้อ้อนกลมๆนี้ด้วยไพลเสก มันจะเลื่อนหนีได้ และเมื่อก้อนกลมๆนี้หายไปหมอ ผีที่มีวิชาอาคมยังไม่เก่งนักมักคิดว่าปอบออกไปแล้ว แต่ที่แท้จริงๆ ปอบมันจะเลื่อน หนีไปซ่อนตามซอกขาหนีบ หรืออวัยวะเพศ ทำให้หาไม่พบ

โดยคุณ santana (1.3K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 10:03 น.] #2211169 (2/17)
....................สำหรับหมอผีรุ่นครูจะจู่โจมเข้ามัดข้อมือ ข้อเท้าและรอบคอ ด้วยด้าย สายสิญจน์เพื่อไม่ให้ปอบหนีออกจาก ร่าง จากนั้นก็จะใช้ไพลเสกจี้ลงไปที่ก้อนกลมๆ ใต้ผิวหนัง เรียกว่าก้อนกลมนี้หนีไปที่ใดก็จะตามจี้ไม่ยอมปล่อย เวลาที่ถูกไพลเสกจี้ ทางอีสานเรียกว่า "แทง" ปอยจะเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส (คนที่ถูกปอบสิงจะร้องโอด ครวญดังลั่น) หมอผีจะขู่บังคับให้บอกว่าเป็นใคร ซึ่งปอบมักจะยอมสารภาพโดยดี หลังจากทรมานปอบให้หวาด กลัวเข็ดหลาบแล้ว หมอผีจึงจะแก้มัดด้วยด้ายสายสิญจน์ ปล่อยให้ปอบออกไป หมอผีบางรายมีวิธีไล่ปอบชนิดดุเดือด ให้คนเป็นปอบอับอายขายหน้าเป็นที่เปิดเผยแก่ สาธารณชนทั่วไป โดยหมอผีจะไปหาหม้อดินของแม่ม่ายที่มีเขม่าควันไฟจับหนามา แล้วเอาหม้อดินครอบศีรษะคนถูกปอบสิง ใช้มีดโกนขูดเขม่าควันไฟ คล้ายกับโกนผมให้ หมดไปครึ่งศีรษะ จากนั้นปล่อยให้ปอบออกจากร่าง วิธีการ ไล่ปอบแบบนี้จะทำให้ผู้เป็น ปอบหรือเลี้ยงปอบไว้ต้องหลบซ่อนอยู่แต่ในห้อง หรือเวลาออกนอกห้องไปไหน มาไหน ต้องใช้ผ้าคลุมศีรษะตลอดเวลา เนื่องจากเส้นผมแหว่งหายไปครึ่งศีรษะ

โดยคุณ santana (1.3K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 10:12 น.] #2211177 (3/17)
..........บางคนต้องการมีอำนาจเหนือผู้อื่นโดยใช้วีธีเลี้ยงผีปอบ โดยให้เลือดของตัวเองเป็นน้ำเลี้ยงเพื่อให้ปอบเหล่านั้นจงรักภักดี เมื่อถูกปอบสูบเลือดมากเข้าตัวเองก็ต้องสะสมเลือดให้มากๆโดยการทำทุกวิถีทางเช่นสูบเลือดของคนอื่นๆทั้งในประเทศและต่างประเทศเอ๊ยทั้งคนในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านเพื่อสะสมไว้เลี้ยงปอบ และต้องคอยป้อนปอบให้อิ่มหนำสำราญเพื่อที่จะได้บังคับบัญชาปอบได้ พวกวิชาอาคมแบบนี้สุดท้ายมักไม่รอด เพราะปอบไม่มีวันอิ่มปอบบางตัวที่ฉลาดนอกจากจะกินเลือดนายตัวเองแล้วเมื่อมีอำนาจมากขึ้นก็ออกหากินเลือดจากคนอื่นโดยไม่ต้องฟังคำสั่งนาย และแพร่พันธ์ปอบไปเรื่อยๆ ปกติปอบหากินกลางคืนแต่ในตัวที่แก่กล้าจะออกมาหากินกลางวันได้
ปอบมักกินจุ ไม่รู้จักอิ่ม เมื่อเจอคนมีวิชาอาคมมันก็จะไม่กล้าออกหากินหลบๆซ่อนๆ พอออกหากินไม่พอยาใส้หนักๆเข้ามันก็จะหันไปรุมกินนายมันเอง

โดยคุณ ร่มฉัตร (2.1K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 10:27 น.] #2211195 (4/17)

โดยคุณ pupu-25 (4.9K)(8)   [ส. 21 เม.ย. 2555 - 11:20 น.] #2211263 (5/17)


(N)


"หนุ่มสาวป่วย ทยอยตายปริศนากว่า 30 ศพ ช่วงแค่ 4 เดือน เชื่อฝีมือผีปอบอาละวาด...” ...นี่เป็นส่วนหนึ่งจากคำบรรยายภาพข่าวเหตุการณ์การทำพิธีจับ “ผีปอบ” โดยพระสงฆ์ร่วมกับหมอผี โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “เซียงข้อง” โดยพิธีครั้งนี้มีการทำกันใน 4 หมู่บ้านของจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน

นี่เป็นอีกเหตุการณ์-อีกครั้งที่บ่งชี้ว่า “ผีปอบยังมีอยู่ ?”

อย่างน้อยก็ “ในความเชื่อ” ของคนไทยจำนวนไม่น้อย

ในบรรดา “ผี” ต่าง ๆ ที่มีชื่อ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่คนในประเทศไทยเชื่อกันมาแต่โบราณ และจนวันนี้ก็ยังมีความเชื่อกันอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก ที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในพื้นที่ภาคกลาง น่าจะเป็น “ผีกระสือ” ส่วนในภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องยกให้ “ผีปอบ”

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวสำหรับ “ผีปอบ” นั้น แม้จะเชื่อกัน มากในบางภาค แต่ความป๊อปปูลาร์เกี่ยวเนื่องก็กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งในจุดนี้ยืนยันได้ทั้งจากเรื่องเล่าขานกันปากต่อปาก จากหนังสือเกี่ยวกับผีปอบที่มีการพิมพ์ขาย จากละครทีวีเกี่ยวกับผีปอบ และโดยเฉพาะจากภาพยนตร์เกี่ยวกับผีปอบที่เคยมีการสร้างเป็นสิบ ๆ ภาค และทำเงินได้ดีพอสมควรทุกภาค จนคาแรกเตอร์ “ปอบหยิบ” ติดอยู่ในความทรงจำคนไทยทั่วไป

และแม้แต่ในโลกไซเบอร์ก็มีเรื่องราวของ “ผีปอบ”

เหล่านี้ยืนยันว่า “ผีปอบ” ถือว่าป๊อปปูลาร์ไม่น้อย !!

ทั้งนี้ ลองค้นเรื่องราว “ผีปอบ” ในโลกไซเบอร์-ในอินเทอร์เน็ต ก็มีเนื้อหาอยู่พอสมควร เช่นเนื้อหาประกอบการประชาสัมพันธ์หนังสือเกี่ยวกับผีปอบที่ว่า... “...ผีปอบเป็นผีที่จัดอยู่ในประเภทผีดุร้าย โผล่ขึ้นมาที่ไหนจะมีคนตายศพแล้วศพเล่า และเป็นการตายอย่างไร้เหตุผลหาสาเหตุไม่เจอ ผู้ที่เชื่อว่าผีปอบมีจริงบอกว่า ผีปอบได้แอบเข้าสิงร่าง กินตับ ไต ไส้ พุง จนร่างที่ถูกสิงซีดผอม หมดแรงลงอย่างรวดเร็ว และตายในที่สุด ผีปอบเป็นผีที่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องรูปร่าง ไม่เหมือนกับผีกระสือที่มีหัวกับไส้ลอยไปแล้วมีไฟกะพริบวาบ ๆ แต่ผีปอบจะปรากฏตัวด้วยการเข้าสิงใช้ร่างกายผู้อื่นเป็นสื่อ...”

นอกจากนี้ยังมีบทความ “ตำนานผีปอบ” สรุปได้ว่า... ผีปอบ มีต้นกำเนิดมาจากผู้ที่มีวิชาไสยศาสตร์มนต์ดำจนแก่กล้า สามารถใช้ อำนาจอันเข้มขลังจากเวทมนตร์คาถาไปกระทำร้ายหรือทำลายชีวิตผู้อื่นได้ เช่น ทำเสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปฝังรอย เสกหนังควาย เสกตะปูเข้าท้อง หรือใช้มนตราบังคับวิญญาณภูตผีไปเข้าสิง

วิชาไสยศาสตร์เหล่านี้มีข้อห้าม ข้อปฏิบัติกำกับอยู่ด้วย ผู้ที่มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงระบุว่าเป็น “เดียรัจฉาน วิชา” จะต้องระวังไม่ให้ละเมิดข้อห้าม ข้อปฏิบัติเด็ดขาด หากกระทำผิดข้อห้าม ซึ่งชาวอีสานเรียกว่า “คะลำ” ก็จะเกิดโทษหนักในข้อ “ผิดครู” วิญญาณบรมครูจะลงโทษให้ กลายเป็นปอบ

หรืออีกประการหนึ่งของผู้ที่กลายเป็นปอบก็คือ เล่นคาถาอาคม อย่างคลั่งไคล้ และใช้ความขลังแห่งวิชามนต์ดำไปทำลาย ทำร้ายผู้อื่นอย่างไม่กลัวบาปกลัวกรรม กระทำชั่วเป็นอาจิณกรรม กระทั่งถูกอาถรรพณ์ของไสยเวทย้อนกลับมาเข้าตัวเอง กลายเป็น “ปอบ” ไปในที่สุด

ในบทความดังกล่าวนี้ยังว่าไว้อีกว่า... ผีปอบแบ่งออกเป็นหลายประเภทคือ... “ปอบธรรมดา” หมายถึงคนที่มีปอบสิงอยู่ในร่าง คือตนเองเป็นปอบ เมื่อคนประเภทนี้ตายไป ปอบที่สิงสู่อยู่ก็จะตายตามไปด้วย, “ปอบเชื้อ” หมายถึงครอบครัวใดพ่อแม่เป็นปอบ เมื่อพ่อแม่ตายไป ลูกหลานจะสืบทอด เป็นปอบต่อไป อีกประการหนึ่งคือ เป็นกรรมพันธุ์ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม เรียกว่าเป็นปอบต่อเนื่องกันไปไม่รู้จบ

“ปอบแลกหน้า” หมายถึงปอบเจ้าเล่ห์ เอาความผิดโยนให้ผู้อื่น เวลาไปเข้าสิงใคร เมื่อถูกสอบถามว่ามีผู้ใดเลี้ยงหรือบังคับ ปอบจะไม่บอกความจริง แต่ไปกล่าวโทษว่าเป็นคนนั้นคนนี้โดยที่ผู้ถูกระบุชื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย, “ปอบกักกึก” (กึก แปลว่า ใบ้) หมายถึงปอบที่ไม่ยอมพูดอะไรเวลามีคนถาม จนกว่าญาติพี่น้องจะไปตามหมอผีมาขับไล่ จึงจะยอมเปิดปากพูดว่าตนเป็นปอบของใคร มีใครใช้ให้มาเข้าสิง

ผู้ที่ถูกผีปอบเข้าสิง หรือที่เรียกว่า “ปอบเข้า” จะมีอาการแตกต่างกันไป บางคน “แสดงกิริยาอาการดุร้าย” บางคนจะ “นอนซมซึมคล้ายกับป่วยไข้อย่างหนัก” บางคนจะ “ร่ำไห้รำพันไปต่าง ๆ นานา” แต่ไม่ว่าจะมีทีท่าอาการอย่างไร ลักษณะผู้ที่ถูกปอบเข้าสิงจะเรียกร้องให้นำ “อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ” มาให้กิน เวลากินก็จะแสดง ความตะกละ มูมมาม และกินได้จุผิดปกติ

ทั้งนี้ เรื่องราวของผีปอบยังมีต่อเนื่องไปถึงวิธีไล่-วิธีปราบของหมอผี รวมถึงการ “เกิดคดีทำร้ายผู้อื่นเพราะเข้าใจผิดคิดว่าปอบเข้า !!” ซึ่งในเนื้อหานั้น ณ ที่นี้ขอละไว้ และก็จะไม่ก้าวล่วงในความเชื่อเรื่อง “ผีปอบ” แต่จะสรุปด้วยคำกล่าวของจิตแพทย์ นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่เคยสะท้อนความเชื่อเรื่อง “ผี” ไว้ว่า...

“หากเชื่อมากไป ก็ย่อมจะไม่ส่งผลดีต่อการใช้ชีวิต” “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ถูกหรือไม่ถูก แต่อยู่ที่จะสามารถปรับทิศทางความเชื่อให้อยู่ในด้านบวกได้หรือไม่ ??

ที่มา : Daily News Online

โดยคุณ junbangna (1K)(1)   [ส. 21 เม.ย. 2555 - 11:46 น.] #2211288 (6/17)


กลายเป็นอมตะไปแล้วครับ เฉพาะภาพยนต์ก็มีเป็นสิบๆภาคแร้วววววว

โดยคุณ ของขวัญ (1.5K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 11:50 น.] #2211294 (7/17)


(N)


ผมเคยเจอบ่อยแถวบานผม (ขอนแก่น อำเภอพล) เจอกับตัวก็มี
สมัยที่ผมอยู่ที่บ้าน เวลามีเรื่องอะไรก็วิ่งเข้าวัด ชาวบ้านจะมามุงดู บอกมีคนถูกของเข้า นำมาให้หลวงพ่อรักษา พวกที่ถูกผีเขานี้ หมาจะไม่กล้ากัด ขนาดหมาที่หลวงพ่อเลี้ยงใว้ที่วัด 20-30 ตัวที่ว่าดุ ๆ พอเห็นพวกถูกผีเข้านี้ จะเห่าแบบกลัว ๆ เหมือนหมารอบกัด วิ่งอ้อมด้านหลัง เห่าแล้วก็วิ่งหนี หอนและรับส่งกันเป็นทอด ๆ มันจะไม่เข้าใกล้คนที่มีอาการแบบนี้เลยเท่าที่ผมสังเกตมาหลายครั้ง ไม่เหมือนคนทั่ว ๆ ไปเข้ามาที่วัดเวลาถ้าไม่เข้ามาทีละหลายคนเป็นถูกกัดไม่คนใดคนหนึ่ง มันจะจ้องกัดให้ได้.....
ผมจึงเห็นบ่อยและอาการแตกต่างกันออกไป อย่างที่ท่าน santana เขียนมานี้ถูกต้องครับ เวลาหลวงพ่อรักษาจะใช้วิธีที่แตกต่าง จะให้หิ้วคนป่วยไปที่โบสถ์ ผีร้ายที่ว่าแน่ ๆ จะอ่อนกำลังลงกว่าครึ่งเมื่อเข้ามาในเขตสีมาครับ ยิ่งตอนสมัยผมบวชด้วยแล้วผมเป็นผู้ช่วยหลวงพ่อทำพิธีไล่ผีปอบบ่อยมาก ในหนึ่งสัปดาห์จะมีคนถูกผีปอบมาให้หลวงพ่อไล่ประมาณ 5-6 คน ทั้งเอามาให้ช่วยไล่ที่วัด หรือนิมนต์ท่านไปรักษาที่บ้านเพราะเอาโช่ล่ามใว้มันไม่ยอมให้จับ จะวิ่งหนีอย่างเดียวพร้อมทั้งอาละวาด ท่านก็รับนิมนต์นั้น เพราะมีเมตตาธรรม เช้า-เที่ยง-ค่ำ ตีหนึ่งตีสองก็เคยมี บางทีไล่กันยันเช้ากว่ามันจะออกและรับสารภาพครับ
อ้อ....ผมเป็นผู้เตรียมอุปกรณ์ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอกครับ หลวงพ่อให้ผมเตรียมน้ำมนต์ เตรียมบาตร เตรียมแส้หางปลากระแบน เตรียมมีดหมอ สายสิจญ์ ฯลฯ
แล้วก็ถือย่ามตามท่านไปเหมือนพระเลขาสมัยก่อน อิอิ
ที่ผมเล่ามานี้บรมครูใหญ่คือหลวงปู่พระครูวรพรตวิธาน แห่งวัดจุมพล อริยสงฆ์ แห่งเมืองขอนแก่นผู้สร้างอภินิหาริย์เหยียบรถกระดกครับ ท่านเป็นพระที่เก่งมากเรืองวิทยาคมอีกรูปของแดนอีสาน งานหลัก ๆ ของหลวงปู่คือ ไล่ผี-ไล่ปอบ กันคุณไสยคุณคน กันบ้านเรือนของผู้ที่อาศัยนั้นไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาสิ่งสู่ภายในบ้านหลังจากท่านทำพิธีเสร็จแล้ว ท่านได้สอนให้ศิษย์หลายต่อหลายรุ่นรวมทั้งอาจารย์ของผม หลวงพ่อพระครูวรสารสุนทร (ชาลี เฉทโก) วัดศรีทอง บ้านหนองแวงนางเบ้า อำเภอพล ขอนแก่น ผมเป็นลูกศิษย์ หลวงพ่อ ชาลีครับ
เวลาที่หลวงพ่อท่านขับไล่ก็ไม่มีอะไรมาก ท่านให้คนป่วยที่มีสายสิญจ์พระเครื่องผูกข้อไมข้อมือจากบ้านมา ให้ญาติเอาออกจากตัวให้หมด ทั้งสร้อยแหวนกำไลต่างหู ให้เหลือเฉพาะเสื้อผ้าที่น่งห่มเท่านั้น หลวงพ่อบอกถ้าไม่เอาออกเวลาที่เราเอาไพลเสกแทงมัน ปอบจะหนีไปหลบตาม แหวนบ้าง กำไรบ้าง สายสิญจ์ บ้าง ฯลฯ
ดังนั้นต้องระวังให้ดี เมื่อเอาเครื่องพันธนังออกแล้ว ท่านก็จะเสกน้ำมนต์ให้กินพร้อมทั้งอธิษฐานในน้ำมนต์นั้นให้คนป่วยกิน เวลาที่มันกินมันจะไม่กล้ากินเพราะมันรู้แต่ปอบเป็นอะไรที่ชอบท้าทาย....เวลาที่ท่านถามว่ามึงกลัวกูเหรอ....?
ปอบมันจะตาขวางสวนทันที.....ไม่กลัว...?
ถ้ามึงไม่กลัวกูก็ขอให้มึงกินน้ำมนต์ให้หมดขันสิ....?
มันจะรับคำท้ากินทันที....ผีบางตัวพอกินน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์เข้าไปแล้ว เยี่ยวไหลออกมาสลบและออกจากร่างไปเลยก็มี (ออกง่าย ๆ )
บางตัวกินเข้าไปแล้วหนาว ร้องไห้เริ่มกลัว หลวงพ่อชาลี ก็จะเริ่มท่องคาถาลงไม้เท้าของท่านหรือต้นไพลเสก แล้วถามคนที่ถูกผีสิงสู่ว่า ยังมีสติอยู่ไหม....?
ถ้ามีเจ็บตรงไหนให้บอก...?
เพราะเวลาปอบมันไปสิงสู่คนมันจะวิ่งไปซ่อนตามมุมต่าง ๆ ของร่างกาย ท่านก็จะเริ่มแทงตั้งแต่หัวลงมาที่ขา จากขานิ้วมือนิ้วเท้าขึ้นมาที่หัว พร้อมทั้งบังคับให้กินน้ำมนต์เข้าไปอีก ถ้าตัวไหนแก่วิชามาก ๆ เข้า ก็จะเจอต้นไพลเสกตีตามลำตัวพร้อมด้วยมีดหมอลงอาคมจี้แทน นั่นคือกรรมวิธีที่ท่านรักษา พอผีที่ออกแล้วส่วนมากจะเยี่ยวไหลออกมาแบบกลัวไม่รู้สึกตัว แล้วก็สลบไปประมาณ 1-5 นาที แล้วท่านก็จะถามว่าจำอะไรได้ไหม....?
รู้ไหมใครนั่งอยู่ด้วย ญาติพี่น้องที่มานี้ชื่ออะไรก็บ้าง...?
ถ้าตอบถูกหมดทุกคน หลวงพ่อก็จะทำพิธี จอดปอบ...?
การจอดปอบ....(ภาษาอีสาน) หมายถึงการที่จะทำให้ผีที่เข้ามาสิงสู่คนนั้นไม่เข้ามาสิงสู่ได้อีกจึงต้องทำพิธีจอบปอบให้....หลวงพ่อบอกเหมือนบ้านที่มีรูโหว่ จะมีสัตว์เลื้อยคลานเข้ามาในบ้านได้จึงต้องหาอะไรมาอุดมาซ่อมฝาบ้านไม่ให้มีรู
เหมือนกับการจอดปอบนี้....คนที่เคยถูกผีเข้าบ่อย ๆ เนื่องมาจากเป็นคนธาตุอ่อน ชอบเห็นอะไรแบบนี้บ่อย ๆ หรือจิตอ่อน มีกรรมเก่า ผีหรือสิ่งไม่ดีจึงมาชักจูงใจได้ง่ายมันเคยเข้ามันก็จะเข้าอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นจึงต้องจอดหรือปิดใว้...?ด้วยคาถาอาคม
ท่านก็จะเสกสายสิญจ์ผูกขา (ข้อเท้า) ทั้งสองข้าง ผูกแขนทั้งสองข้าง ที่คอก็จะผูกให้ทำเหมือนสร้อย...?
บางทีเจ้าของ (ตัวคนป่วย) ไม่ให้ผูกเพราะอายเพื่อน เวลาไปทำงาน บางคนยังสาว...?
หลวงพ่อก็จะเสกน้ำมนต์เอามีดหมอจุ่มน้ำมนต์แล้วเอามาขีดที่ข้อมือข้อเท้าแทนสายสิญจน์พร้อมกำกับชับข้อห้ามต่าง ๆ แล้วก็ให้คนป่วยอาราธนาศีล 5 แล้วก็กลับบ้านไป
นี่คือที่ผมเจอมากับตัว
วิชานี้ท่านได้มอบให้ผมเก็บรักษาใว้เอาใว้ภายหน้าจะได้รักษาคนป่วยที่ถูกผีเข้าต่อไป แต่ผมยังไม่ได้ขึ้นครู ยกขันธ์ครับ (เพราะช่วงนี้ไม่มีเวลาจริงๆ)
มีแต่คนมาขอสืบทอดขอเรียน ผมก็เลยยังไม่ได้ให้ใครให้เพื่อนที่เป็นพระเจ้าอาวาสกันใว้ประมาณ 4-5 รูป นอกนั้นผมยังเก็บใว้จนลืม
แบ่งปันประสบการณ์ครับ
นี่คืออริยสงฆ์ ของแดนอีสานบรมครูใหญ่ หลวงปู่พระครูวรพรตวิธาน วัดจุมพล บ้านก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย ขอนแก่น พระอริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน มรณภาพเมื่ออายุได้ 103-104 ปี ปัจจุบันสังขารท่านไม่เน่าไม่เปื่อยครับ ท่านใดผ่านไปวัดจุมพลแวงน้อย แวะไปกราบสังขารท่านได้ครับ

โดยคุณ ของขวัญ (1.5K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 11:52 น.] #2211296 (8/17)


(N)


นี่คืออริยสงฆ์ ของแดนอีสานบรมครูใหญ่ หลวงปู่พระครูวรพรตวิธาน วัดจุมพล บ้านก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย ขอนแก่น
พระอริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน มรณภาพเมื่ออายุได้ 103-104 ปี ปัจจุบันสังขารท่านไม่เน่าไม่เปื่อยครับ ท่านใดผ่านไปวัดจุมพลแวงน้อย แวะไปกราบสังขารท่านได้ครับ

โดยคุณ ของขวัญ (1.5K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 12:02 น.] #2211304 (9/17)


(N)


นี่คือศิษย์ต้นของหลวงปู่พระครูวรพรตวิธานที่ท่านมอบวิชาให้....
หลวงปู่พระครูวรสารสุนทร (ชาลี เฉทโก) อดีตรองเจ้าคณะอำเภอพลรูปที่ 2 ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้วเมื่อปี 53 รวมสิริอายุได้ 75 ปี พรรษา 55 ครับ
ท่านเป็นคนมอบวิชานี้ให้ผมเก็บใว้เพราะท่านรักผมเหมือนลูก ขอบูชาคุณครับ

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 13:32 น.] #2211388 (10/17)
อูย!!!!!!!!

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 17:58 น.] #2211577 (11/17)

โดยคุณ santana (1.3K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 20:31 น.] #2211743 (12/17)
ท่านของขวัญข้อมูลเยี่ยมมากครับ มีโอกาสจะไปกราบหลวงปู่ชาลีให้ได้ครับ

โดยคุณ ป็อป19 (1.3K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 20:33 น.] #2211746 (13/17)

โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 21:44 น.] #2211851 (14/17)
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากครับพี่santana พี่ของขวัญพี่ pupu-25

เปิดโลกทัศน์หลากหลายแง่มุมสมัยเด็ก ๆ จำความได้ในหมู่บ้านผมก็มีไล่ผีปอบเหมือนกัน

แต่เขาใช้หวายตี ที่เข้าสิงผู้หญิง แต่พอร้องโหยหวลสลบไปและฟื้นขึ้นมา กลับเป็นปกติจะ

ถามว่าญาติพี่น้องมาทำไมกันเยอะแยะ มันน่าแปลกมาก ๆ

โดยคุณ ของขวัญ (1.5K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 23:35 น.] #2212038 (15/17)


(N)


สมัยก่อน...ตอนที่ผีเข้าสิงสู่คน หลวงพ่อชาลีมักจะถามเวลาที่มันยอมรับสารภาพ หรือเวลาที่มันเริ่มกลัวท่านแล้ว ว่าเหตุใดมันจึงกลายมาเป็นปอบ....?
ผมนั่งฟังบางทีก็ขนลุก มันตอบว่าไปเรียนสาริกาลิ้นทองมา...? อาจารย์สักที่ลิ้นให้พร้อมทั้งมีคาถากำกับ แล้วก็มีข้อห้ามด้วย...พอดีล่วงเกินข้อห้ามที่อาจารย์สั่งสอนใว้เลยกลายมาเป็นปอบ...?
บางรายบอกเป็นหมอคุณไสย เรียกร้องเอาเงินเขามากไป บางทีวิชาที่เรียนมาสมัยก่อนค่ายกครูที่อาจารย์สั่งสอนใว้ บางวิชาค่าครู 10 สตางค์บ้าง 6 สตางค์บ้าง 5 บาทบ้าง 13 บาทบ้าง 99 บาทบ้าง 199 บาทบ้าง ฯลฯ
พอยุคสมัยมันเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เริ่มไม่มีผล เวลาไปรักษาเขาวิชาบางวิชาไม่ให้เรียกร้องเอาเงินค่าสินจ้างหากเรียกเอาแล้วจะป่วยหนัก วิชาที่เรียนมาด้านดีก็กลับเป็นมนต์ดำ แล้วหนักเข้าก็จะกลายเป็นผีพราย เริ่มออกหาเงินเป็ดไก่ วัวควายชาวบาน หนัก ๆ เข้าก็เริ่มสิงสู่คนแล้วกินคน ๆ นั้นจนตาย หรือที่เราเรียกว่า "ปอบ"
บางคนสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ พ่อแม่พาเลี้ยง เลี้ยงแล้วจะร่ำรวย พอพ่อแม่ตายลงตัวเองก็เลี้ยงต่อ หรือที่เราเรียกว่า "ปอบเชื้อ"
บางคนเรียนวิชาพิสดาร ผู้หญิง....อีสานกลัวผัวไม่รักไม่หลง หรืออยากได้ผัวชาวบ้านไปเรียนมนต์ดำนี้มา วิชานั้นเรียกว่า ครูHeeใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผู้ชายหลงไหลเมื่อร่วมเพศด้วยหรือเห็นแค่อวัยวะเพศของเธอเท่านั้น (แปลกแต่จริง....ครับ)
หลวงพ่อชาลีถามว่า.....เวลามันใหญ่มันใหญ่ขนาดไหนว่ะอีปอบ....?
มันตอบแบบอ้อยอิ่งว่า ใหญ่ไม่ใหญ่....เวลาอาบน้ำปะแป้งตบตรงนั้นทีไรผัววิ่งมาหาทุกที (555)
นี่คือภาพผมสมัยที่ผมบวชเรียนครับ ไปกราบหลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้วฝากตัวกับท่าน พร้อมทั้งหลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียนครับ ไม่มากไม่น้อยพรรษาบวช 9 ปี ครับ
ของขวัญพระเครื่อง

โดยคุณ ของขวัญ (1.5K)  [ส. 21 เม.ย. 2555 - 23:37 น.] #2212040 (16/17)


(N)


นี่คือภาพผมสมัยที่ผมบวชเรียนครับ ไปกราบหลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้วฝากตัวกับท่าน พร้อมทั้งหลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียน หลวงปุ่เกลี้ยง วัดโนนแกด ศรีษะเกษครับ ไม่มากไม่น้อยพรรษาบวช 9 ปี ครับ
ของขวัญพระเครื่อง

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 22 เม.ย. 2555 - 08:46 น.] #2212279 (17/17)
..........บางคนต้องการมีอำนาจเหนือผู้อื่นโดยใช้วีธีเลี้ยงผีปอบ โดยให้เลือดของตัวเองเป็นน้ำเลี้ยงเพื่อให้ปอบเหล่านั้นจงรักภักดี เมื่อถูกปอบสูบเลือดมากเข้าตัวเองก็ต้องสะสมเลือดให้มากๆโดยการทำทุกวิถีทางเช่นสูบเลือดของคนอื่นๆทั้งในประเทศและต่างประเทศเอ๊ยทั้งคนในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านเพื่อสะสมไว้เลี้ยงปอบ และต้องคอยป้อนปอบให้อิ่มหนำสำราญเพื่อที่จะได้บังคับบัญชาปอบได้ พวกวิชาอาคมแบบนี้สุดท้ายมักไม่รอด เพราะปอบไม่มีวันอิ่มปอบบางตัวที่ฉลาดนอกจากจะกินเลือดนายตัวเองแล้วเมื่อมีอำนาจมากขึ้นก็ออกหากินเลือดจากคนอื่นโดยไม่ต้องฟังคำสั่งนาย และแพร่พันธ์ปอบไปเรื่อยๆ ปกติปอบหากินกลางคืนแต่ในตัวที่แก่กล้าจะออกมาหากินกลางวันได้
ปอบมักกินจุ ไม่รู้จักอิ่ม เมื่อเจอคนมีวิชาอาคมมันก็จะไม่กล้าออกหากินหลบๆซ่อนๆ พอออกหากินไม่พอยาใส้หนักๆเข้ามันก็จะหันไปรุมกินนายมันเอง

...................................................................................

ชอบมากครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1