แต่ผิดแผนนิดนึงตรงที่พอกินข้าวเย็นกันเรียบร้อยเขาก็ไปนอนรวมกันที่บ้านญาติหลังใหญ่ ปล่อยให้ผมอยู่บ้านนั้นคนเดียว สมัยนั้น(ปี๒๕๒๕) ไฟฟ้าก็ยังเข้าไปไม่ถึงหมู่บ้านนั้น พอมืดก็จุดตะเกียงกระป๋องน้ำมันก๊าด บางทีก็ใช้นำมันโซล่าควันงี้โขมง ผมมีตะเกียงกระป๋องหนึ่งใบเสื่อกับบหมอนอีกหนึ่งผืน.....................บ้านที่อยู่เป็นบ้านไม้ยกพื้นมีใต้ถุนสูง
มีโต๊ะหมู่หิ้งพระและที่เก็บอัฐิของปู่ย่าตายายเขาวางไว้ด้านล่าง พอคุยสาวจนสองสามทุ่มหลายๆคนเขาก็แยกตัวไปนอน ผมเลยต้องมานอนที่ๆเขาจัดไว้ให้
คืนเดือนหงายในไร่ในดงสมัยก่อนมองเห็นได้แทบไม่ต้องใช้ตะเกียงเลยผมดับตะเกียงสวดมนต์เสร็จล้มตัวลงนอนได้สักพัก,,,,,,,,,,พลันได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ใต้ถุนบ้านครับพอจับใจความว่าคุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศ ผลผลิตที่จะได้ ฟังอยู่สักพักใจก็นึกสงสัยว่าคนบ้านใหญ่ก็นอนกันหมดแล้วถ้าจะคุยกันก็น่าจะคุยกะนที่บ้านใหญ่ซึ่งห่างกันประมาณสามสิบเมตร ไม่น่าจะมานั่งคุยกันที่ใต้ถุนบ้านนี้ |
|