(N)
เมื่อค่ำวานนี้ ผมไปฟังสวดพระอภิธรรม ในงานศพเพื่อนรุ่นพี่ผม (แก่กว่าผม 3 ปี) ที่รู้จักคบหากันมากว่า 30 ปี ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี สี่แยกเกียกกาย
ก็เหมือนกับงานสวดพระอภิธรรมทั่วไป แต่ ที่ศาลาที่สวดเพื่อนรุ่นพี่ผมนี้ มีอะไรให้น่ารับฟังและจดจำ คือมีเจ้าหน้าที่ของวัด (น่าจะเรียนทางธรรม ทางสงฆ์ มามากพอสมควร) แกจะขึ้นมาพูดขั้นเวลาตอนพระสวดจบไปแต่ละครั้ง
ผมถูกเชิญเข้าไปนั่งในศาลาที่มีเครื่องปรับอากาศ ก็เลยต้องนั่งฟังพระคุณเจ้าสวดพระอภิธรรมอย่างสงบ ... ไม่ได้คุยกระซิบกระซาบบ้าง ดังบ้างกับคนข้างๆที่รู้จักเหมือนนั่งอยู่นอกศาลาเฉกเช่นกับที่ผมเคยทำและหลายๆคนชอบทำกัน
อะไร คือสิ่งที่ผมประทับใจเมื่อคืนนี้ ก็คือ เจ้าหน้าที่ของวัด คนที่ว่า แกได้มาพูดอะไรต่ออะไรดีดีมากมาย และสิ่งที่ผมประทับใจมีอยู่ 2 สิ่งคือ
แกแนะนำว่า ในศาลาวัดที่ติด Air หรือเครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่บ้านเรือนคนทั่วไป ไม่ควรจะจุดธูป เพราะควันธูป ก็ร้ายแรงพอๆกับควันบุหรี่ ที่เรารณรงค์ให้เลิกสูบนั่นแหละ ... แกบอกว่า พระที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณีนี้ ไปตรวจสุขภาพ ปรากฎว่า มี 12 รูปที่พบว่าปอดมีจุดดำอันเกิดจากควันพิษ ทั้งๆที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลยสักมวนมาเลยในชีวิต ... แกจึงขอให้ญาติโยมจุดธูปในที่โล่งแจ้งครับ (ที่ศาลานี้ มีที่จุดธูป-เทียนเคารพศพผู้ตายอยู่ นอกศาลา ในศาลาจุดแต่เทียน ครับ)
อีกเรื่องหนึ่งที่แกพูดถึง คือการฉีดฟอร์มาลีนศพ กันเน่า แกบอกว่า เราไม่ควรไปลูบไล้ศพ (ที่ฉีดฟอร์มาลีนมาแล้ว) เพราะฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีที่มีพิษ มันจะพยายามระเหยออกจากศพ แต่ศพจะถูกปิดกั้นการระเหยด้วยสำลีที่จมูก หู ฯลฯ มันจึงต้องระเหยออกทางรูขุมขนของศพ ถ้าเราไปคลุกตลีสัมผ้สศพด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็จะรับสารพิษนั้นเข้าตัวได้ ถ้าเราไม่รีบล้างออกเสียก่อนที่จะไปสัมผัสใบหน้าของเราครับ
ฟังแล้วก็ได้คติเตือนใจดีนะครับ ก็เลยนำมาฝากครับ ขออาณิสงส์นี้ เป็นบุญกุศลส่งให้วิญญาณเพื่อนผมสู่สุคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ  |
|