ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ++++++ กระทู้นี้ดีมีสาระ รับประกันโดย "สิทธิโชติ" ไม่เหมาะสำหรับคนไร้สาระ +++++++



(N)
พบกันยามค่ำๆ คงจะต้องถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปสักระยะสำหรับการนำเสนอคำแนะนำในการรับชมกระทู้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ชมหน้าใหม่จะได้รับรู้ว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้ใดมีสาระ เป็นความรู้ทั่วไป วันสำคัญต่างๆ ไร้สาระ ตลกขำขัน กีฬา แฟชั่น มุขหักมุม ก่อนที่จะเข้ามาซึ่งจะไม่ทำให้ไม่ผิดหวังหรือเสียความรู้สึกน่ะครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 20:48 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 20:49 น.] #2231375 (1/17)


(N)
“เป็นอะไรก็ไม่สู้เป็นกูเอง”

กบตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในสระใกล้กุฏิของพระในวัดแห่งหนึ่ง ทุกเช้ามันจะโดดออกจากสระขึ้นไปหมอบอยู่ริมทางเดิน มันเห็นพระเดินออกไปบิณฑบาตและเห็นโลกกว้างทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งมันเห็นพระออกไปบิณฑบาตไม่นานก็กลับวัดพร้อมกับมีข้าวเต็มบาตรมีกับข้าวและขนมเต็มย่าม มันจึงคิดว่า

“เออ เป็นพระนี่ก็ดีเหมือนกันนะ ดีกว่าเราเป็นไหนๆ แค่เดินเข้าบ้านไปชั่วโมงเดียวก็ได้อาหารมากมาย” >>

หลักจากพระฉันอาหารเสร็จแล้ว ท่านก็นำเศษข้าวมาโปรยให้ฝูงไก่กิน กบเห็นเข้าก็คิดอยากเป็นไก่ขึ้นมา >>

“อ๊ะ เป็นไก่นี่ดีกว่าเป็นพระอีก ไม่ต้องเดินไปหากินไกล ๆ ถึงเวลาพระก็มาโปรยข้าวให้กิน สบายดีจริงๆ” >>

ทันใดนั้นมีหมาวัดตัวหนึ่งเห็นไก่กำลังจิกอาหารกินอย่างเพลิดเพลินจึงวิ่งมาไล่ไก่จนแตกกระเจิงไป กบเห็นเข้าก็อยากจะเป็นหมาขึ้นมาอีก >>

“เป็นหมานี่ก็ไม่เบา เป็นฮีโร่ไล่ไก่เล่นสนุกดี ทำอย่างไรเราจึงได้เป็นหมาได้หนอ” >>

ขณะกำลังคิดเพลิน ๆ อยู่ เด็กวัดคนหนึ่งเห็นหมาไล่ไก่เข้าก็คว้าไม้ไล่ตีหมาร้องลั่นวัดไป กบเห็นเข้าถึงกับสะดุ้งโหยง คิดว่า “โธ่เรานึกว่าเป็นหมาจะเก่ง ที่แท้ก็สู้เด็กไม่ได้ ขนาดเป็นเด็กหมายังกลัวถ้าเป็นผู้ใหญ่คงปราบอะไรได้ทั้งหมด เราน่าจะเป็นคนดีกว่า” กบคิดเตลิดไปอีก >>

หลักจากเด็กวัดไล่ตีหมาแล้วก็มานั่งหอบอยู่บนม้านั่งใต้ร่มไม้ ขณะนั้นมีแมลงวันหลายตัวมาตอมแข้งตอมขา เด็กวัดจึงปัดแมลงวันให้วุ่นไป เมื่อสู้ไม่ไหวทนรำคาญไม่ได้ก็ลุกหนีไปพลางบ่นว่า >>

“รำคาญจริง ตอมได้ตอมดีไอ้พวกแมลงวันนี่” >>

กบได้ยินเสียงบ่นก็เลิกคิดเป็นคนทันที สู้เป็นแมลงวันไม่ได้ “หนอยเป็นคนนึกว่าจะเก่ง ที่แท้ก็แพ้แมลงวันตัวเล็กนิดเดียว เป็นแมลงวันท่าจะดีเป็นแน่” >>

กำลังคิดเพลินอยู่นั้น แมลงวันตัวหนึ่งบินผ่านหน้ามันไปพอดีมันจึงใช้ลิ้นตวัดแมลงวันตัวนั้นเข้าปากไปด้วยสัญชาตญาณ พอได้สัมผัสแมลงวันเท่านั้น ตัณหาของกบก็สะดุดกึก มันได้ดวงตาเห็นข้อสัจธรรม ถึงกับรำพึงว่า >>
“เป็นอะไรก็ไม่สู้เป็นกูเอง”


เรื่องนี้สื่อความให้เห็นว่า

>>
อันความอยาก เช่นอยากได้ อยากมี อยากเป็น ที่ภาษาพระเรียกว่าตัณหานั้นไม่มีขอบเขต ไม่มีจุดจบ หาฝั่งไม่เจอ เพราะเป็นเรื่องของใจ ใจจึงคิดอยากเรื่อยไป นี่เป็นธรรมดา

ถ้าหากรู้ทันไม่หลงละเมอไปกับตัณหาที่เกิดขึ้นก็จะไม่เดือดร้อนอะไรมาก หากปล่อยให้มันมีอำนาจเหนือใจเหนือความรู้สึกก็จะยุ่งวุ่นวายไม่เลิก อันที่จริงความอยากนั้นเกิดจากความหิวและความไม่รู้จริง คิดแต่เพียงว่าที่ตัวเองเป็นหรือที่ตัวมีนั้นไม่ดี ยังไม่สมบูรณ์แบบ สู้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ สู้มีอย่างนี้ไม่ได้

แต่ถ้ารู้ความจริงว่าไม่ว่าจะอะไรล้วนมีดีและมีเสีย ล้วนมีข้อดีข้อด้อยอยู่ในตัวทั้งสิ้น ไม่มีอะไรดีอย่างเดียวหรือเสียอย่างเดียว ก็จะผ่อนเพลาความอยากลงได้ และหากยอมรับภาวะที่ตัวเองเป็นอยู่และพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ย่อมประจักษ์ว่าเป็นอะไรก็สู้เป็นตัวเราและเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เลย


โดยคุณ tondrc (3.4K)(2)   [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 20:51 น.] #2231382 (2/17)


(N)
.

โดยคุณ santana (1.3K)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 20:52 น.] #2231386 (3/17)
พอใจในสิ่งที่เป็น ภูมิใจในสิ่งที่มี ไม่เดือดร้อนครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 20:53 น.] #2231392 (4/17)


(N)
ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมารับชมครับ


โดยคุณ tondrc (3.4K)(2)   [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 20:54 น.] #2231394 (5/17)


(N)
ข้างบน สาละเฉยๆ ข้างล่าง สารภี

จัดไป.............................

โดยคุณ tondrc (3.4K)(2)   [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 20:57 น.] #2231406 (6/17)


(N)
ถ้าภาพนี้....สารถี


โดยคุณ tondrc (3.4K)(2)   [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 21:00 น.] #2231435 (7/17)


(N)
ถ้าอันนี้ คุณยายผมเรียก " สา ระ พี " (ทัพพี) ก็เรียก สาระพี ซะงั้น

ชอบแบบไน เลือกชมเอานะครับ...................................

โดยคุณ junbangna (1K)(1)   [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 21:10 น.] #2231490 (8/17)
-ดอกไม้ก็สวย นิทานก็ดี...สวดยวดดดดดดครับพี่


โดยคุณ pupu-25 (4.9K)(8)   [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 21:19 น.] #2231522 (9/17)


(N)


อันนี้ก็น่าดู สาระแนเห็นผี

โดยคุณ pupu-25 (4.9K)(8)   [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 21:20 น.] #2231528 (10/17)


(N)


เรื่องนี้สื่อความให้เห็นว่า

>>
อันความอยาก เช่นอยากได้ อยากมี อยากเป็น ที่ภาษาพระเรียกว่าตัณหานั้นไม่มีขอบเขต ไม่มีจุดจบ หาฝั่งไม่เจอ เพราะเป็นเรื่องของใจ ใจจึงคิดอยากเรื่อยไป นี่เป็นธรรมดา

ถ้าหากรู้ทันไม่หลงละเมอไปกับตัณหาที่เกิดขึ้นก็จะไม่เดือดร้อนอะไรมาก หากปล่อยให้มันมีอำนาจเหนือใจเหนือความรู้สึกก็จะยุ่งวุ่นวายไม่เลิก อันที่จริงความอยากนั้นเกิดจากความหิวและความไม่รู้จริง คิดแต่เพียงว่าที่ตัวเองเป็นหรือที่ตัวมีนั้นไม่ดี ยังไม่สมบูรณ์แบบ สู้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ สู้มีอย่างนี้ไม่ได้

แต่ถ้ารู้ความจริงว่าไม่ว่าจะอะไรล้วนมีดีและมีเสีย ล้วนมีข้อดีข้อด้อยอยู่ในตัวทั้งสิ้น ไม่มีอะไรดีอย่างเดียวหรือเสียอย่างเดียว ก็จะผ่อนเพลาความอยากลงได้ และหากยอมรับภาวะที่ตัวเองเป็นอยู่และพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ย่อมประจักษ์ว่าเป็นอะไรก็สู้เป็นตัวเราและเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เลย


**************************

ยอดเยี่ยมเลยครับ

โดยคุณ COWBOYCM (1.1K)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 21:26 น.] #2231547 (11/17)
ท่านพี่ต้น เอาสาระมาเป็นต้นเลย 5 5 5

สุข สวัสดีครับ ท่านผู้อาวุโสทุกๆท่าน



.............ใจเรา ร่มเย็น เป็นพอ..............


โดยคุณ รักเบ๊นซ์ (738)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 21:53 น.] #2231605 (12/17)

โดยคุณ wattana09 (601)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 22:25 น.] #2231680 (13/17)

โดยคุณ ออสก้า99 (7.4K)  [พฤ. 03 พ.ค. 2555 - 22:46 น.] #2231713 (14/17)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 04 พ.ค. 2555 - 06:27 น.] #2232102 (15/17)
สาธุ ...........................................................................................

โดยคุณ jcainfo (6K)  [ศ. 04 พ.ค. 2555 - 08:03 น.] #2232174 (16/17)
ผมจะเอาภาพสาวๆ

โดยคุณ รักเบ๊นซ์ (738)  [ส. 05 พ.ค. 2555 - 20:55 น.] #2234643 (17/17)
ผมด้วยครับพี่เจ 55555

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1