(N)
ภาพวาด "หวีด" หรือ "The Scream" ผลงานภาพวาดชิ้นเอกของ"เอ็ดเวิร์ด มุงค์" ศิลปินชาวนอร์เวย์ ถูกประมูลไปด้วยราคาถึง 119.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,597 ล้านบาท) ที่สถาบันประมูลซอร์เธอบี นครนิวยอร์ก วานนี้ (2 พ.ค.) และนับเป็นภาพวาดของศิลปินระดับโลกที่ทำราคาประมูลได้สูงที่สุดในโลก
การเสนอราคาเป็นไปอย่างดุเดือดระหว่างผู้ประมูลทั้ง 7 ราย ส่งผลให้มูลค่าการประมูลภาพวาดพุ่งสูงเป็นสถิติโลกใหม่ภายในเวลาเพียง 12 นาที ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้ที่เข้าชมการประมูลครั้งนี้
โดยเจ้าของสถิติภาพวาดที่มีราคาประมูลสูงสุดของโลกเดิมคือภาพชื่อ "Nude, Green Leaves and Bust" ของปิกัสโซ ซึ่งถูกประมูลไปด้วยราคา 106.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,195 ล้านบาท) เมื่อปี 2010
สำหรับภาพ The Scream ที่เป็นภาพของชายที่กำลังทำท่ากรีดร้องและเอามือป้องหู เป็น 1 ใน 4 เวอร์ชันของผลงานชุด The Scream ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นเพียงชิ้นเดียวที่อยู่ภายใต้การครอบครองของเอกชน ภาพวาดชิ้นนี้เขียนขึ้นเมื่อปี 1895 และเป็นภาพ The Scream เพียงเวอร์ชันเดียวที่ไม่ได้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของนอร์เวย์ ผู้นำออกประมูลคือ เพ็ตเตอร์ ออลเซน ซึ่งเป็นบุตรชายของเพื่อนสนิทที่สนับสนุนผลงานของมุงค์มานาน โดยเขามีแผนจะเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ในนอร์เวย์ด้วย
ภาพนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะทั่วโลก เนื่องจากอารมณ์หวาดกลัวที่สื่อออกมาชัดเจนจากบุคคลในภาพ และการให้สีสันที่สะท้อนการดำรงอยู่ของความกังวลและความท้อแท้สิ้นหวังในโลกปัจจุบัน โดยโซเธอบี เผยว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่มีสีสันสดใสและมีชีวิตชีวาที่สุด และเป็นเพียงงานชิ้นเดียวที่มุงก์เขียนกลอนลงไป เพื่ออธิบายถึงแรงบันดาลใจในการวาดงานชิ้นนี้ โดยเขากล่าวอธิบายตนเองไว้ว่า "รู้สึกสั่นเทาและวิตกกังวล" และว่าเขารู้สึกถึงการกรีดร้องที่ยิ่งใหญ่ในธรรมชาติ
************
รอยเตอร์ - สถาบันการประมูลซอร์เธอบีเตรียมเปิดประมูลภาพ หวีดสยอง (The Scream) มาสเตอร์พีซของเอ็ดเวิร์ด มุงค์ ศิลปินชาวนอร์เวย์ที่นิวยอร์กในวันที่ 2 พ.ค.นี้ คาดได้ราคามากกว่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
วันนี้ (21 ก.พ.) สถาบันการประมูลซอร์เธอบีเปิดเผยว่า ภาพหวีดสยอง หรือ เดอะสกรีมที่จะถูกนำออกประมูลดังกล่าว เป็นหนึ่งในสี่ภาพหวีดสยองที่มุงค์เขียนขึ้นในปี 2438 (ค.ศ.1895) โดยปัจจุบันเจ้าของเป็นนักธุรกิจชาวนอร์เวย์นาม เพตเตอร์ โอลเซน ผู้ซึ่งบิดาของเขาเป็นทั้งเพื่อน เพื่อนบ้านและผู้ให้การอุปถัมภ์กับมุงค์ในอดีต
ปัจจุบันภาพหวีดสยองที่มีชื่อเสียงก้องโลกจากลักษณะของภาพที่มีบุคคลทำท่ากรีดร้องโดยเอามือทั้งสองข้างแนบไว้บริเวณหู มีทั้งหมด 4 เวอร์ชัน ขณะที่อีก 3 ภาพถูกเก็บสะสมไว้โดยพิพิธภัณฑ์ในนอร์เวย์
ไซมอน ชอว์ รองประธานอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายงานศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ และศิลปะสมัยใหม่ของซอร์เธอบีในนิวยอร์กระบุว่า งานที่สร้างสรรค์ด้วยดินสอสี (พาสเทล) ชิ้นนี้ถือเป็นงานศิลปะที่มีความสำคัญระดับต้นๆ ที่อยู่ในมือของนักสะสมเอกชน
โอกาสที่งานระดับโลกอย่างนี้จะออกประมูลในท้องตลาดนั้นถือว่าหาได้ยากยิ่ง ทำให้เป็นการยากที่จะคาดเดาว่ามูลค่าของภาพหวีดสยองนั้นจะสูงเท่าไหร่ ชอว์ระบุในแถลงกรณ์และว่า จากการประมูลผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ผ่านๆ มาของซอร์เธอบี ทำให้เราประเมินว่าราคาของผลงานชิ้นนี้อาจทะลุ 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2,400 ล้านบาท)
ผู้นำออกประมูลยังกล่าวอีกว่า ภาพหวีดสยองนี้ถือเป็นภาพที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการศิลปะ และในยุควัฒนธรรมสมัยนิยม โดยอาจจะเป็นรองเพียงแค่ภาพ โมนาลิซา ของลีโอนาร์โด ดา วินชีเท่านั้น โดยภาพวาดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกความกังวลใจของมุงค์ จิตรกรชาวนอร์เวย์ ระหว่างที่เขาเดินอยู่บนเนินเขาในยามเย็นเหนือกรุงออสโล โดยภาพดังกล่าวถูกตีความถึงการดำรงอยู่ของสภาวะความกังวล และความทุกข์ในโลกยุคปัจจุบัน
ขณะที่ซอร์เธอบีพยายามเปรียบเทียบงานของมุงค์ กับ วินเซนต์ แวน โก๊ะ ยอดศิลปินชาวดัชต์ โดยระบุว่าศิลปินทั้งสองต่างพยายามดึงประสบการณ์ทางจิตของตัวเองถ่ายทอดออกมาบนผืนผ้าใบ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ภาพหวีดสยองชิ้นนี้ยังเป็นภาพหวีดสยองที่สีสันสดใสและมีชีวิตชีวาที่สุดในบรรดาภาพหวีดสยองทั้ง 4 ภาพ โดยหนึ่งในบุคคลที่อยู่ในฉากหลังของภาพยังมองไปยังทิวทัศน์ของเมืองอีกด้วย
มากกว่านั้น งานที่นำออกประมูลชิ้นนี้ยังรวมถึงกรอบรูปที่บนนั้นเขียนด้วยลายมือซึ่งมุงค์ระบุถึงแรงบันดาลใจในการเขียนรูปดังกล่าว โดยข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า เหล่าเพื่อนต่างเดินต่อไป ทิ้งฉันไว้เบื้องหลังให้ยืนตัวสั่นเทาด้วยความกังวลใจ ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงเสียงกรีดร้องของธรรมชาติ ดังลั่นบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ
ก่อนหน้านี้งานหวีดสยองชิ้นอื่นๆ ของมุงค์ตกเป็นเป้าในการโจรกรรมของหัวขโมยงานศิลปะ โดยในปี 2537 หัวขโมยสองคนได้เข้าไปขโมยภาพหวีดสยองของมุงค์ชิ้นที่เขียนขึ้นในปี 2436 (ค.ศ.1893) ซึ่งเก็บไว้ในหอศิลป์แห่งชาตินอร์เวย์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถตามภาพกลับคืนมาได้ในสภาพสมบูรณ์ในปีเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม อีกสิบปีต่อมาก็เกิดเหตุคนร้ายถือปืนบุกเข้าไปโจรกรรมภาพเขียนหวีดสยองของมุงค์อีกชิ้นหนึ่งจากพิพิธภัณฑ์มุงค์ ในกรุงออสโล โดยคราวนี้เป็นภาพที่เขียนขึ้นในปี 2453 (ค.ศ.1910) พร้อมๆ กับภาพเขียนมาดอนนา ก่อนที่เจ้าหน้าที่นอร์เวย์จะใช้เวลานานราว 2 ปีในการตามภาพเขียนดังทั้งสองกลับคืนมา และสามารถนำมาจัดแสดงได้อีกครั้งในปี 2551
************************
*
*
*
*
*
*
*

***ในความคิดส่วนตัวผม*** ถ้าเป็นผมถึงผมจะรวยยังไงก็ไม่ซื้อ
ต่อให้มองเป็นศิลป ก็เหอะ แบบนี้ไม่ไหวครับ ผมเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณ ศิลปของรูปนี้ครับ และอีกอย่าง ภาพก็แพงเกินไปครับ
ตอนนี้ลูกสาวผม 5 ขวบ ภาพแบบนี้อีก 2 ปี ลูกสาวผมก็วาดได้ครับ 
ปล.พี่ๆคิดยังไงกับภาพนี้ และ ราคาของภาพนี้ครับ และถ้าพี่ๆมีเงิน พี่ๆจะซื้อรูปนี้ไหมครับ  |
|