(N) ฤดูกาลอันยาวนานจะปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์กับศึกชิงเจ้ายุโรปฟุตบอลยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่น 2011-12 ระหว่างเชลซี ตัวแทนของอังกฤษพบกับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งแข่งขันที่สนามของบาเยิร์นพอดี ถ้าจะได้เปรียบก็คงเป็นสภาพสนามเท่านั้นเอง ส่วนตั๋วชมเกมนั้นแบ่งเท่ากันทั้งสองทีม
บาเยิร์น มิวนิค นั้นครองแชมป์มาแล้ว 4 ครั้ง ขณะที่เชลซีนั้นเข้าชิงชนะเลิศมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อปี 2008 แต่พลาดหวังแพ้จุดโทษแมนฯยูฯ ครั้งนี้พวกเขาคาดหวังถึงแชมป์..แม้ว่าตัวผู้เล่นจะไม่สมบูรณ์เนื่องจากติดโทษพักแข้งสี่คนด้วยกัน และเป็นกำลังสำคัญทั้งหมด ทางฝั่งบาเยิร์น มิวนิค เองก็มีเช่นเดียวกันคือกองหลังที่พักแข้งและหมดสิทธิ์ลงเล่นเกมนี้
เชลซี VS บาเยิร์น ศึกชิงเจ้ายุโรปฟุตบอลยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก
ถ่ายทอดสด : วันเสาร์ที่ 19 พ.ค. เวลา 01.45 น.
สนาม : อัลลิอันซ์ อารีนา (ช่อง 7 และ 3 ถ่ายทอดสด)
เส้นทางสู่มิวนิค 2012
รอบเพลย์ออฟ
เชลซี : ไม่มี
บาเยิร์น ชนะ เอฟซี ซูริค รวม 3-0
รอบแบ่งกลุ่ม
เชลซี : เป็นแชมป์กลุ่มชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1
บาเยิร์น : แชมป์กลุ่มชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1
รอบ 16 ทีม
เชลซี ชนะ นาโปลี รวม 5-4
บาเยิร์น ชนะ บาเซิล รวม 7-1
รอบ 8 ทีม
เชลซี ชนะ เบนฟิก้า รวม 3-1
บาเยิร์น ชนะ มาร์กเซย รวม 4-0
รอบรองชนะเลิศ
เชลซี ชนะ บาร์เซโลนา รวม 3-2
บาเยิร์น ชนะ เรอัล มาดริด (2-2 ชนะจุดโทษ 3-1)
สถิติเชลซี-บาเยิร์น
พบกัน 1 ครั้งในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2004-05 นัดแรกเชลซีชนะ 4-2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดสองบาเยิร์น ชนะ 3-2 รวมสองนัดเชลซีชนะ 6-5 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศก่อนแพ้ลิเวอร์พูลในรอบรองชนะเลิศท้ายที่สุด
ผู้ตัดสิน : โปรเอนก้า
เปโดร โปรเอนก้า ผู้ตัดสินชาวโปรตุกีสทำหน้าที่พร้อมกันกับทีมผู้ตัดสินโปรตุกีสอีก 4 คนด้วยกัน เขามีประสบการณ์ตัดสินฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีกมา 65 แมตช์ อายุ 41 ปี อาชีพเดิมคือผู้อำนวยการ การเงินของแบงค์ในโปรตุเกส นี่คือนัดชิงชนะเลิศเกมแรกของเขา
เชลซี
รองแชมป์ชปล. 1 ครั้ง 2008
เป็นฤดูกาลอันผกผันสำหรับเชลซีไม่ใช่น้อยๆ ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลง อังเดร บีลาช โบอาช มาคุมทีมแล้วจากนั้นเขาก็โดนปลดออกไปจากตำแหน่ง ฟอร์มไม่คงเส้นคงวาแต่นับจาก โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ มาคุมทีมในช่วงเวลา 2 เดือนเศษๆ พวกเขาได้แชมป์เอฟเอ คัพ และชิงชนะเลิศ ชปล. กับบาเยิร์น มิวนิค อันเป็นถ้วยเดียวที่ โรมัน อบราโมวิช ต้องการ
ผลงานในชปล.ปีนี้ถือว่ามาเริ่มชัดเจนในรอบนอคเอาต์หลังจากผ่านรอบแบ่งกลุ่มแบบหืดจับต้องลุ้นนัดสุดท้ายเหมือนกัน โดยเกมนอคเอาตเกมแรกพวกเขาพลิกสถานะการณ์หลังจากแพ้นาโปลีเกมแรก 3-1 มาชนะ 4-1 และนั่นก็ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่น่าจับตามองและเมื่อมาล้มบาร์เซโลนาในรอบรองชนะเลิศผ่านเข้าชิงได้ ตอนนี้พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวบาเยิร์น
ดาวซัลโวในถ้วยนี้คือ ดิดีเยร์ ดรอกบา ยิงไป 5 ลูกซึ่งดูเหมือนน้อยแต่ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นใน 6 เกมที่ดรอกบาลงสนามให้กับเชลซี นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าสถิติของดรอกบานั้นเกือบร้อยเปอร์เซนต์เลยทีเดียว
พักแข้ง : จอห์น เทอร์รี, อีวาโนวิช, รามิเรส, ราอูล เมย์เรเรส
ความฟิต : แกรี เคฮิลล์กับ ดาวิด ลุยส์ พร้อมจะลงสนามแต่ขาด แมตช์ ฟิตเนสส์ เท่านั้นเอง คือร่างกายพร้อมแต่ไม่มีเกมเล่น ส่วนคนอื่นๆนั้นไม่มีปัญหาพร้อมลงสนามทุกคน
บาเยิร์น มิวนิค
แชมป์ชปล. 4 สมัย 1974,75,76,2001
รองแชมป์ชปล. 4 สมัย 1982,87,99, 2010
เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค มีเกมที่ยากที่สุดในชปล.คือรอบรองชนะเลิศเมื่อพวกเขาพบกับเรอัล มาดริด แชมป์ 9สมัย แต่พวกเขาก็ผ่านมาได้ด้วยการยิงจุดโทษในนัดที่สอง อย่างไรก็ตามปีนี้ถือว่าเป็นปีที่พวกเขาล้มเหลวในบอลภายในเมื่อลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาแพ้ดอร์ทมุนด์ ต่อด้วยบอลถ้วยเดเอฟเบ โพคาล พวกเขาก็ยังแพ้ดอร์ทมุนด์แบบสู้ไม่ได้อีกต่างหาก
ทำให้เหลือถ้วยเดียวเท่านั้นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่ง จุปป์ ไฮย์เกส เคยพาทีมเรอัล มาดริด คว้าแชมป์มาแล้ว 1 ครั้ง นี่คือความหวังเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่สำหรับพวกเขา
ส่วนดาวซัลโวประจำทีมบาเยิร์นคือ มาริโอ โกเมส ยิงไป 12 ลูกในซีซั่นนี้ กำลังทอปฟอร์มและเป็นอีกซีซั่นหนึ่งที่สุดยอดมากสำหรับ โกเมส นักเตะสายเลือดสเปนคนนี้
พักแข้ง : ดาวิด อลาบา, บาดสตูเบอร์, ลุยส์ กุสตาโว
ความฟิต : ไม่มีปัญหา
กลยุทธ์และผลที่คาด
ดิ มัตเตโอ : จุดเด่นของเขาคือทำให้นักเตะรวมใจกันเล่นได้ง่ายกว่า อังเดร บีลาช โบอาช นักเตะเชื่อฟังและรวมใจเป็นหนึ่งเดียว แต่จากปัญหานักเตะโดนแบน 4 คนนั้นดูแล้วถ้าจะมีปัญหาก็ตำแหน่ง รามิเรส คนเดียว นอกนั้นสามารถหาตัวแทนได้อย่างเซนเตอร์ฮาล์ฟ แกรี เคฮิลล์ กับ ดาวิด ลุยส์ น่าจะยืนคู่กันได้โดยแบกขวา โบซิงวา แบกซ้าย โคล แดนกลางที่แทน ราอูล น่าจะเป็น มิชาแอล เอสเซียง นอกนั้นก็ โอบี มิเกล และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ข้างหน้ามี ดรอกบา, กาลู และ มาต้า เล่นแบบ 4-3-3
ไฮย์เกส : เล่นเกมระบบ 4-2-3-1 ปัญหาคล้ายกับ ดิ มัตเตโอ คือตัวหลักในตำแหน่งแบกซ้าย อลาบา แบน, เซนเตอร์ฮาล์ฟ บาดสตูเบอร์ และตัวหลักแดนกลาง กุสตาโว แบนสามคน ซึ่งคาดว่าแดนกลางไม่มีปัญหาแต่แดนหลังนี่แหละที่ ไฮย์เกส ต้องเลือกใช้อย่างรอบคอบที่สุดในตำแหน่งเซนเตอร์กับแบกซ้าย
2 ตำแหน่งในแดนหลังที่ต้องแก้ไขดูแล้วในตำแหน่งเซนเตอร์นั้นอาจดึง ทิโมชุค มายืนเซนเตอร์กับ บัวเต็ง ส่วนแบกซ้ายอาจโยก ฟิลิป ลาห์ม มาเล่นแล้วใช้ ราฟินญ่า เล่นแบกขวา หรืออีกหนึ่งทางเลือกคือ คอนเตนโต เล่นแบกซ้าย ส่วน ลาห์ม เล่นแบกขวา
ส่วนแดนกลางนั้นตำแหน่งของ กุสตาโว จะถูกแทนที่โดย โทนี โครส ถอยมายืนกับ ชไวน์สไตน์เกอร์ แล้วส่ง โทมัส มุลเลอร์ มาเล่นแนวรุกประสานกับ รอบเบนและ ริเบรี โดย โกเมส เล่นหน้าเป้า
เกมนี้เชลซีน่าจะยึดมั่นกับการเล่นแบบตั้งรับเหมือนที่ใช้ได้ผลนัดเตะกับบาร์เซโลนามาแล้ว แต่บาเยิร์น อาจเป็นทีมที่เล่นด้วยสไตล์แตกต่างจากบาร์ซ่า คือหลากหลายในการโจมตีมากกว่า เพราะบาเยิร์น มีปีกสองข้างเร็วมาก อีกทั้งบาเยิร์นมีเซตพีซที่น่ากลัว รวมทั้งการเจาะตามช่อง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่หนึ่งที่ต้องระวังคือปีนี้เชลซี แพ้ยาก
มักมีจังหวะพิเศษโจมตีคู่แข่งเหมือนที่บาร์ซ่าเจอมาแล้ว ดังนั้นหากบาเยิร์น ประมาท อาจพลาดท่าได้  |
|