(N)
เปิด7 เทคนิคซุกซ่อนทรัพย์....
แหล่งข่าวเล่าให้ฟังอีกว่า เทคนิคหรือวิธีการที่ข้าราชการระดับสูง และนักการเมือง นิยมใช้หลบเลี่ยงในการแจ้งบัญชีทรัพย์มีสารพัดวิธี ประกอบด้วย
1. เก็บทรัพย์สินไว้ในชื่อของคนอื่นหรือนอมินี เช่น เก็บทรัพย์สินไว้ในชื่อของภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือชื่อของบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ซึ่งอยู่นอกอำนาจของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม มีข้าราชการและนักการเมืองหลายคนที่เลือกฝากเงินไว้กับคนไว้ใจ แต่กว่าจะเรียกเงินคืนจากนอมินีได้ ก็ต้องพ้นตำแหน่งไปแล้ว 1 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เงินคืน เกิดคดีฆ่ากันมากมาย เพราะไม่มีสัญญาและไม่สามารถฟ้องร้องตามกฎหมายได้
2. จดทะเบียนหย่ากับภรรยา สถิติการหย่าร้างของข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทำให้ภรรยานักการเมืองทุกวันนี้ร่ำรวยกว่าสามีกันทุกคน ทั้งที่เป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านเฉยๆ หรือแม้กระทั่งลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วก็ล้วนแต่มีหลักทรัพย์สูงกว่าบิดาที่มีอาชีพเป็นข้าราชการหรือนักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดกับความเป็นจริงอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่นที่ถูกเพิ่มในรายการผู้ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มเติมในปีนี้ก็ส่งผลให้สถิติการหย่าร้างเพิ่มขึ้นนับพันคู่ภายในเวลาไม่นาน
3. เก็บทรัพย์สินในรูปแบบของหุ้น โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐรับสินบนเป็นตัวหุ้น และอ้างว่ามีทรัพย์สินจากการขายหุ้น
4. เก็บในรูปของที่ดินที่ได้มาโดยมิชอบไว้ในชื่อคนอื่น ส่วนใหญ่เป็นที่ดินบริเวณแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะช้าง เกาะสมุย เป็นต้น
5. ซุกเงินสดไว้ในบ้าน ซึ่งแม้จะเป็นวิธีที่ซับซ้อนน้อยที่สุด แต่การตรวจสอบทำได้ค่อนข้างยาก เพราะหาก ป.ป.ช.มาตรวจที่บ้าน คนในบ้านก็นำเงินไปซ่อนที่อื่นได้
6. เก็บในรูปของทรัพย์สินอื่น เช่น ทองคำ เพชร นาฬิกาโรเล็กซ์
7. ฝังเงินสดหรือทรัพย์สินไว้ใต้ดิน คนไทยมีเงินแฝงจำนวนมาก เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 มีการประเมินว่ามีเงินที่ถูกฝังดินหายไปถึง 1.4 ล้านล้านบาท
CR: www.sanook.com |