ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : การสะเดาะห์เคราะห์ด้วยการปล่อยปลา



(N)
การสะเดาะห์เคราะห์ด้วยการปล่อยปลา ถือว่าเป็นการปล่อยเคราะห์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ถือว่าผู้เคราะห์ไม่ดี จะต้องทำบุญด้วยกสนให้ชีวิตสัตว์ ซึ่งถือเป็นกุศลใหญ่เพราะตั้งใจให้ทานชีวิตสัตว์ ส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นและแก้ไขดวงชะตาได้ให้พ้นเคราะห์ได้

*************************************

คำอธิฐานในการปล่อยปลา
ข้าพเจ้าชื่อ…………………………………………………นามสกุล…………………………………………………….ลูกขอตั้งจิตถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสากลโลก วันนี้ลูกตั้งจิตเป็นมหากุศลในการให้ทานชีวิตสัตว์คือ…………………วันนี้ลูกขอปล่อยท่านทั้งหลายให้เป็นอิสระให้ชีวิตท่าน หากลูกมีเคราะห์ขอให้ไปกับสรรพสัตว์ ขอบุญกุศลนี้ส่งผลให้ข้าพเจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น พ้นเคราะห์ พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย สิ่งไม่ดีทั้งหลายให้ออกไปจากตัวลูกด้วยเถอะ สาธุ

โดยคุณ pupu-25 (4.9K)(8)   [พฤ. 19 ก.ค. 2555 - 14:24 น.]



โดยคุณ ศรีกุญชร (2.6K)  [พฤ. 19 ก.ค. 2555 - 14:28 น.] #2354833 (1/7)


(N)
มีสาระมาก ขอบคุณครับพี่ ..............

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พฤ. 19 ก.ค. 2555 - 14:53 น.] #2354860 (2/7)
ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ PAKOPAKO (4.2K)  [พฤ. 19 ก.ค. 2555 - 16:13 น.] #2354927 (3/7)
ความเข้าใจผิดๆนะครับ เรื่องการปล่อยปลา ได้บุญ แต่ทำลาย ระบบนิเวศ

การที่จะปล่อยปลาเราต้องรู้ด้วยนะครับว่า แหล่งน้ำที่เราจะปล่อย นั้น มีปลาชนิดใดอาศัยอยู่

การเอาปลาไปปล่อยมั่วๆ จะเป็นการทำลายพันธุ์ปลา ดั้งเดิมของท้องถิ่น ร่วมถึงการผสมข้ามพันธุ์ปลา (การข้ามพันธุ์ในที่นี้หมายถึง สัตว์ประจำถิ่นที่อาจจะมี แค่ทีเดียวในประเทศ ) เป็นการเปลี่ยนแปลงDNAของปลาที่มีการพัฒนามาจากธรรมชาติ

ยกตัวอย่าง
ปลาต่างถิ่นที่ทำลายระบบนิเวศไทย
ปลาทับทิบ (ปลานิลเผือก)
ปลานิล

ปลาดุก
ปลาดุกเผือก

ปัจจุบันปลาดุกที่เรานำมาปล่อย คือปลาเพาะเลี้ยง ซึ้ง ผมข้าม พันธุ์ ระหว่าง ปลาดุกอุยและปลาดุกรัสเซีย เพื่อให้ได้ขนาดใหญ่ เรียกว่าบิ๊กอุย มีการปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ ไปผสมพันธุ์กับปลาดุกท้องถิ่น DNAของปลา ดั้งเดิม ถูกทำลายและเปลี่ยนไปทั้งหมด ปลาดุกด้าน หมดไปจาก แหล่งน้ำ ทุกวันนี้ ปลาดุกด้าน จะหายากมากในแหล่งน้ำธรรมชาติ


ไม่ใช่ปลาพันธุ์ของไทย เป็นปลาที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและกินปลาด้วยกันเป็นอาาร มีการปล่อยลงแหล่งน้ำธรรรมชาติจนมันขยายพันธุ์ และกินพันธุ์ปลาไทย ไปจำนวนมาก จนทุกวันนี้ในแหล่งน้ำ เราจะเป็นแต่ปลานิล มีปลานักล่าไม่กี่ชนิดที่สามารถ สู้กับมันได้ เช่น ปลาช่อน ปลาชะโด แต่ ปลาอื่นๆ โดนมันกินไปเพราะ มันสามารถขยายพันธุ์ได้เร็วและมีจำนวนเยอะ




ปลาไหล เป็นปลาพันธุ์เดิมของไทย แต่ร้านขายปลาปล่อย มักจะขายอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง ซึ้งธรรมชาติปลาไหล จะอยู่ ในแหล่งน้ำขังตื้นๆ เช่นในนาข้าว โดยมันจะขุดรูลงไปอยู่และจะ ขึ้นมาหุบอากาศบ้าง เมื่อน้ำไปปลาในแม้งน้ำลำคลองที่ลึกๆ มันไม่สมารถที่จะ มีชีวิตอยู่ได้ เรามักจะเห็นศพ ปลาไหล ตาย อยู่แถวๆที่ปล่อยเป้นจำนวนมาก เพราะคนปล่อย ปล่อยเสร็จก็เดินไปเลย แต่ปลาไหล เป็นปลาที่อยู่ชอบอยู่กับที่ แต่การปล่อยลงในคลอง ซึ้งน้ำไหลตลอดเวลา มันจำเป้นต้อง ว่ายน้ำตลอดเวลา(ทั้งๆที่ธรรมชาติของมันชอบอยู่กับที่) มันจะว่ายน้ำไปเรื่อยๆ จนตาย และที่สำคัญ ในสภาพแม่น้ำ ลำคลอง ปลาไหลไม่สามารถหาอาหารกินได้
แต่ที่สลดไปกว่านั้น คือ ปลาไหลมันจะต้องว่ายน้ำตลอดเวลาจนมันตายไปเอง

นึกดูนะครับ ถ้าเป็นคน แค่วิ่งนานๆก็เหนื่อยแล้ว และเราต้องวิ่งต้านลม(ต้านน้ำที่ไหลตลอด) ตลอดเวลา ไม่สามาถหยุดได้ วิ่งไปเรื่อยๆจนตาย อาหารก็ไม่สามารถหากินได้ คิดดูนะครับว่ามันเป็นการตายที่ทรมานแค่ไหน มีคนจำนวนมากที่ปล่อยปลาไหลโดยไม่รู้ ทำให้ แทนที่จะได้บุญ กลับทำบาป ทรมานปลาให้ ให้ เขาได้รับความทุกข์ทรมาณอย่างหนักก่อนตาย

เต่าน้ำ.....มีชะตาธรรมเช่นเดียวกับปลาไหล ถึงจะเป็นเต่าน้ำ แต่เต่าต้อง ขึ้นมาตากแดด ในตอนเช้าของทุกๆวัน เต่า้ำ จะอยู่ใน นา หรือในคลองเล็กๆ ที่มีตลิ่งให้ปีนขึ้นมานอนพัก ไม่ใช่แม่น้ำ และในสภาพแม่น่ำ ปัจจุบันน้ำไหลปรง มีการทำ ขอบปูนตั้งชัน ไม่มีตลิ่งให้เต่าปีนขึ้น เมื่อคุณปล่อยมาลงไปในกระแสน้ำแรง ชะตากรรมมันคือมันจะว่ายน้ำไปเรื่อยๆ จนตาย และที่สำคัญ ในสภาพแม่น้ำ ลำคลอง ไม่สามารถหาอาหารกินได้
แต่ที่สลดไปกว่านั้น คือ มันจะต้องว่ายน้ำตลอดเวลาจนมันตายไปเอง (และเต่าสามารถจมน้ำตายได้นะครับ)

หอยขม มีชะตากรรมเช่นเดียวกับ เต่าและปลาไหลครับ ปกติหอยขม มันจะเกาะอยู่ ในระบบผิวน้ำ การเทของหอยลงในแม่น้ำที่อาจจะลึกมากกว่า5เมตร มันไม่สามารถ ขึ้นมาได้ และ จมน้ำตายได้เช่นเดียวกับเต่า



ฉะนั้นการปล่อยสัตว์ ต้องคำนึง ถึงสัตว์ด้วยนะครับ ไม่ใช่เวลาปล่อยมันไปโดยที่เราไม่มีความรู้
จะเป็นการทำบาปครับ

การปล่อยลูกปลาอีกครับถ้าเราปล่อยลูก ปลาลงไปที่แม่ น้ำ คุณคิดว่า ลูกปลานั้นจะมีชีวิตเหลือ มั้ย แม่น้ำเป็น ที่อาศัยของปลาใหญ่ การที่คุณเอาลูกปลาไปปล่อยในแม่น้ำ หรือลำคลอง ก็เหมือน เราทำบุญด้วยการ ปล่อยลูกปลาไปเลี้ยงเป็นอาหารปลาใหญ่ เท่านั้นเอง ฉะนั้น การปล่อยลูกปลา เราต้องปล่อยริมตลิ่งที่ตื้นๆ มีวัชพืชน้ำหรือต้นหญ้าขึ้นรกๆ เพราะ ในที่ตื้นๆจะไม่มีปลาใหญ่ อาศัยอยู่ แต่ กอหญ้าหรือวัชพืนจะเป็น ที่อาศัยอย่างดีของลุกปลา



และชื่อปลาต่างๆ ที่เรามาคิดกันไปเองว่า ปล่อยไปแล้วจะได้เงินทอง

ขอถามว่าจริงๆแล้ว ปลามันรู้หรือครับว่า ตัวมันชื่ออะไร คุณคิดว่า ปลาตะเพียนมันรู้หรือเปล่า ว่าตัวมันชื่อ ตะเพียน ทำให้เงินทองมากมี ชื่อปลาก็ตั้งโดยคน แล้วสิ่งที่เราคิดว่า จะได้เงินทองมากมี ก็คิดขึ้นมาโดยคน และใช้ปลาเป็นตัวรับรอง เท่านั้น

ในความคิดผม นี้คือสิ่ง งมงายที่เอามาผูกกับการทำบุญเพื่อเป็นสิ่งล่อใจ ให้คนซื้อปลาปล่อยเยอะๆ คนขายจะได้ตังเยอะๆ แค่นั้น


ปล่อยปลาแบบไหน ได้บุญแบบเดียวกันทั้งนั้น แต่การปล่ิอยต้องคำนึงถึงระบบนิเวศด้วย ถ้าไม่มีความรู้ ก็ไปทำบุญอย่างอื่นจะดีกว่าครับ



ปลาที่ปล่อยได้ในแหล่งน้ำ ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลากราย ปลาหมอไทย ปลาสวาย
ถ้าเป็นลูกปลาต้องปล่อยริมตลิ่งที่มีหญ้ารกๆนะจ๊ะ

โดยคุณ ธฅนนิยม (2K)  [พฤ. 19 ก.ค. 2555 - 17:17 น.] #2354995 (4/7)

โดยคุณ junbangna (1K)(1)   [พฤ. 19 ก.ค. 2555 - 21:13 น.] #2355409 (5/7)

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [พฤ. 19 ก.ค. 2555 - 21:49 น.] #2355502 (6/7)

โดยคุณ duckfaire (1.9K)  [ส. 21 ก.ค. 2555 - 13:03 น.] #2357872 (7/7)
คุณ PAKOPAKO ข้อมูลเยี่ยมมากครับ ผมว่าเป็นประโยชน์ให้กับหลายคนที่ยังไม่รู้ได้ดีเลยล่ะ

ผมเองเวลาจะปล่อยปลา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องหาแหล่งที่ปล่อย แล้วปลาดำรงค์ชีพได้ และมีแหล่งอาหารตามธรรมชาติ มีต้นไม้ มีกอหญ้า ริมน้ำไว้เป็นที่อาศัย และน้ำต้องไม่เชี่ยวจนเกินไป ผมไปปล่อยตามลำคลอง สายเล็กๆ แทนแม่น้ำเจ้าพระยาครับผม

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1