 (N)
ช่วงนี้เป็นช่วงความคิดพรั่งพรู ( ขอบคุณคุณหมอโรคจิตฮับ)
เลยอยากระบายเรื่องราว ความคิดที่อยู่ในหัวไปซะทุกวัน
อีกนัยหนึ่งคือว่างจัด มาทำงานงานก็ไม่มีอะไรให้ทำ
กระบวนการความคิดที่ว่าให้หัดโทษตัวเองนั้น มันไม่ยากเลย
แค่โทษตัวเองบ้าง แต่ไม่ได้ให้ทำร้ายตัวเองนะ มันต่างกัน
ให้หัดโทษตัวเองแต่พอดี
สิ่งที่ทำให้เราคิดแบบนี้ก็คือ เรามักจะเห็นเวลามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
"มนุษย์ไม่เคยคิดที่จะโทษตัวเอง มักปัดความรับผิดชอบให้คนอื่นไปซะหมด ว่าเค้าเป็นคนผิด"
มันทำให้คิดขึ้นมาว่า เฮ้ย เราโทษตัวเองบ้างก็ได้นะ อาจจะทำให้คนในสังคมไม่ทะเลาะกันก็ได้นะ
ยกตัวอย่างอะไรดีที่เห็นชัดๆนะ อย่างเช่น
เวลาเราเห็นเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัว และทำตัวเสเพล
เด็กเหล่านี้มักจะโทษว่าเป็นความผิดของพ่อแม่ที่ทิ้งเค้าไป ไม่มีเวลามาเลี้ยงดู
อันนี้ไม่เถียงเพราะว่ามันก็มีส่วน แต่ไม่โทษตัวเองไงว่า กูเนี่ยเลวเอง
พ่อแม่ไม่สนใจแล้วไง ต้องเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้เหรอ ไม่ใช่อะ
พ่อแม่ไม่สนใจนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่พ่อแม่ผิด แต่ตัวเราเองนั่นแหละก็ผิดที่เลือกที่จะเดินทางอย่างไมคิดถึงอนาคต
ต่างฝ่ายต่างผิดเท่ากัน แต่เรามักจะโยนความผิดให้คนอื่นก่อนเสมอ
ไม่จำเป็นต้องทำร้ายตัวเอง เพื่อให้ใครมาสนใจ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการกระทำที่โง่มาก
อย่าโง่ จงเลือกวิธีที่ชาญฉลาดกว่านี้ เพื่อเรียกร้องความสนใจในทางที่ถูก
คนเราเลือกที่จะเป็นได้ ไม่ใช่ครอบครัวแตกแยกกูก็จะเลวให้รู้ไป
(อันนี้ แล้วแต่คนนะ ว่าจะคิดแบบไหน แต่นี่เป็นส่วนหนึ่งของความคิดของผม)
อีกตัวอย่างหนึ่ง อย่างเวลาเราเลิกกะแฟน
เราอกหัก เสียใจ ฟูมฟาย เราเหมือนคนบ้าที่ขาดความรักไป
(ทั้งที่จริงๆแล้ว ก่อนหน้านั้นเราก็อยู่ได้โดยที่ไม่มีแฟน)
เราต่างโทษว่าเพราะเธอนอกใจ เพราะเธอเลวที่ทิ้งฉันไปก่อน
ไม่มีใครผิดในโลกของความรัก ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด มันเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ
ณ. วันที่เราเสียใจ เราโทษอีกฝ่าย แต่เราไม่ได้มองเลยว่า บางทีเราคงไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ
เราไม่มีอะไรที่เข้ากันได้ แต่มันก็แล้วแต่กรณีนะ บางทีโทษตัวเองอาจจะทำให้เห็นความผิดพลาดของตัวเองก็ได้
เราจะได้นำมาแก้ไขในความรักครั้งต่อไป เพื่อทำให้มันดีที่สุด
(แต่ถ้าไม่รอดก็ปล่อยไป เพราะจะทรมานตัวเองทำไม)
แต่กรณีนี้ใช้ไม่ได้นะ ถ้าเราเจอคนที่มันเจ้าชู้โดยสันดานจริงๆ ถ้ากรณีนั้นต้องสาปส่ง
และทำบุญเพื่อจะได้ล้างซวย เพื่อที่ครั้งต่อไปจะได้เจอกับคนดีๆ และจงลุกขึ้นมาใหม่อย่างเข้มแข็ง
- กรณีต่อไป ไม่อยากพูดถึงเพราะกลัวพาดพิงหรือคนอ่านอาจคิดเป็นอื่น ก็แล้วแต่คิดแระกัน
" แต่ขอหน่อย "
เพราะอยากแสดงความรู้สึกบางอย่างออกมา (มันอัดอั้นจริงๆ นะพี่น้อง)
เมื่อก่อนเห็นคนที่แบ่งเป็นสองฝ่ายออกมาด่าทอ เหน็บแนม ตอบโต้กันเนี่ยย หงุดหงิดที่สุด
เพราะต่างฝ่ายต่างโทษฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้ตักน้ำใส่อ่างชะโงกดูเลยว่า กูก้อผิดนะ
มันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดไงที่โทษคนอื่นก่อน แต่ไม่ได้ดูแม้กระทั่งพวกคุณนั่นแหละก็แย่นะ
ทั้งที่จริงถ้าเราหัดคิดกันซะบ้างว่า เราทำอะไรที่ผิดไปมากไม่น้อยกว่าอีกฝ่าย
คงไม่มีการแบ่งพรรคพวกชัดเจนขนาดนี้ แค่คนแต่ละกลุ่มมีความเห็นไม่ตรงกัน
ทำให้ต้องออกมาทะเลาะกันมากมาย จนคนที่เดือดร้อนส่วนรวมเนี่ยแหละ
คนเราคิดแตกต่างได้ แต่อย่าแตกแยก ได้ยินบ่อย แต่ไม่มีใครทำได้หรอก
เพราะมนุษย์ทุกคนต่างมีอีโก้ในตนเอง เชื่อมั่นในตัวกู ของกู ต้องดีที่สุด
ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นที่สุดหรอก เพราะว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา
นาฬิกายังหมุน เวลายังดำเนินไป แล้วจะมีอะไรที่เรียกว่าแน่นอน
หัดโทษตัวเองซักนิดบางทีคุณอาจจะรู้สึกแย่น้อยลง ทะเลาะกันน้อยลง และปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นก็ได้
มาหัดโทษตัวเอง ก่อนที่จะโทษคนอื่นกันดีกว่านะ
ปล. วันนี้ฝนตกแต่เช้า เดินอยู่ข้างทางดี ๆ ยังโดนคนที่ขับรถอย่างไร้มารยาททำน้ำกระเด็นใส่ น่าเจ็บใจมาก ที่ไม่แยแสคนที่อยู่ข้างทาง
แต่พอมานึกๆดู เอก็อาจจะเป็นเราที่เราเดินไม่ดู ไม่ระวังเองก็ได้นะ คิดแค่นี้ก็ไม่อยากด่าคนที่มันขับรถคนนั้นแล้ว 5555
** เรานี่ โค- ตะ- ระ เป็นพ่อพระจริงจิ๊ง ที่เราคิดโทษตัวเองไปได้อะ **
แหม่!! รถมันอยู่ไกลไปหน่อย จะด่าเค้าก็ไม่ได้ยิน ถ้าอยู่ใกล้ ๆ คงต้อง " หมี่เหลือง " กันหน่อยแล้ว
ไม่แน่ดอก!! โลกมันกลม...สักวันอาจได้พบเจอกันอีกก็ได้ |