 (N)
ปากคำของครูที่อยู่ในเหตุการณ์เสี่ยงชีวิตทุกวัน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ !!!!
ทางการรับปากว่าจะได้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทราบแล้ว ท่านรัฐมนตรีศึกษาฯ ก็ทราบแล้ว จะให้หรือไม่ให้อยู่ที่ผู้มีอำนาจและหน้าที่ ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องดูแลจิตใจกันก็ช่วยเถอะ แต่ถ้าคิดว่ามีปัญหา ผมก็ไม่ขอ แต่จะบอกให้สังคมได้รับรู้
ผมมั่นใจว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องดูแลส่วนนี้เป็นพิเศษ
ผมพูดแล้วก็รู้สึกเหนื่อย เรื่องสวัสดิการนี้เราคุยกันมานานมาก
ยิ่งกว่า
ไม่อยากจะใช้คำว่า วณิพก มันเหนื่อยครับ มาเห็นภาพในงานพระราชทานเพลิงศพ ก็จะเห็นว่าความสูญเสียเป็นอย่างไร
เมื่อได้รับคำอธิบาย ว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า เรื่องเพิ่มค่าตอบแทนเสี่ยงภัยมีผลต่อข้าราชการทั้งหมด ไม่เพียงแต่ครู เสียงตอบคือ
ผมต่อสู้เรียกร้องเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2553
ผมขอถามว่าใครต้องเสียชีวิตมากที่สุด? ครูตายไป 157 คนแล้วครับ
ขอไปก็บอกว่าจะให้ แต่ถึงเวลาก็มีปัญหาอีก ผมก็ไม่เข้าใจ เรื่องที่ควรจะง่ายก็กลายเป็นยาก มีระบบกฎเกณฑ์อะไร ผมก็ไม่ทราบ ไม่ได้ผมก็อยู่ได้ ไม่มีปัญหาครับ ผมเหนื่อยแล้ว เบื่อแล้ว
ครูกำลังจะขอย้ายออกกันหมดแล้ว ถ้าไม่ได้ก็บอกมา ผมจะได้แถลงว่าไม่ได้ก็จะได้จบครับ ไม่ต้องเอาแล้วเพราะเหนื่อยแล้ว นี่ผมพูดด้วยความน้อยใจนะ
นั่นคือ เสียงของคุณครู บุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ระบายความอัดอั้นตันใจผ่าน วิทยุจุฬา เมื่อเช้าวันจันทร์เมื่อพูดถึงเรื่องสวัสดิการที่ขอเพิ่มให้กับครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นประเด็นมาช้านาน
ประเด็นที่สร้างความน้อยใจให้กับผู้นำครูทางใต้ คือ ที่ขอเพิ่มค่าชดเชยสำหรับผู้เสียชีวิตจากเดิม 5 แสน เป็น 4 ล้าน และเงินพิเศษทำงานเสี่ยงภัยในพื้นที่จาก 2,500 เป็น 3,500 บาท
ล่าสุด นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, รัฐมนตรีศึกษาธิการ พงศ์เทพ เทพกาญจนา และ รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ลงไปเรียกประชุมคุณครูกว่าพันคน หลังจากครูถูกยิงเสียชีวิตเป็นรายที่ 157 และมีการประกาศหยุดเรียนจนเปิดใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ที่น่าสังเกต คือ คุณครูบุญสม แสดงความน้อยเนื้อต่ำใจเรื่องรัฐบาล รับปากแล้วยังไม่ทำ เรื่องเพิ่มสวัสดิการเงินให้กับครู หลังจากที่ได้พบทั้ง นายกฯ และรัฐมนตรีแล้ว
ทั้งๆ ที่ข่าวออกช่วงที่นายกฯ ลงใต้ นั้น เป็นการอ้างว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และ นายกฯ กับรัฐมนตรีศึกษาฯ รับปากว่าจะพิจารณาเรื่องสวัสดิการเพิ่มเติมของครูภาคใต้
แต่ความรู้สึกที่สะท้อนผ่านครูที่เป็นผู้นำท้องถิ่นอย่างคุณครูบุญสม นั้น เป็นไปทางลบหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิมไปอีก
โรงเรียนกว่าพันโรงที่สามจังหวัดภาคใต้ เปิดอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยที่ประธานสมาพันธ์ครูภาคใต้ บอกว่า ได้ขอให้ทางความมั่นคงให้มาตรการรักษาความปลอดภัยคุ้มครองครู ตลอด 24 ชั่วโมง
และให้จัดหน่วยเฉพาะกิจดูแลครูโดยเฉพาะ โดยให้ความสำคัญกับครูพุทธที่อยู่ในภาวะความเสี่ยงสูง
คุณครูบอกว่า จะมีการทำ MoU หรือข้อตกลงว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน
จากนั้นให้มีการประเมินร่วมกันระหว่างครูกับฝ่ายความมั่นคงของรัฐ ว่า มาตรการใหม่เหล่านี้จะได้ผลหรือไม่ อย่างไร
อีกเรื่องหนึ่งคือการแจ้งข่าวกรอง หากมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุร้ายก็ต้องแจ้งให้โรงเรียนทราบ
ทางสมาพันธ์เป็นผู้เสนอเป้าหมาย และสิ่งที่ต้องการ ส่วนการกำหนดวิธีการเป็นเรื่องของกองทัพ, กอ.รมน. ภาค 4 หรือ ตำรวจไปวางแผนในรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร หากเป็นไปตามที่ประชุมกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่อไปนี้กองกำลังทหารจะต้องลงเต็มพื้นที่ โดยแบ่งหน้าที่กับตำรวจให้ชัดเจน
ถามว่า แต่ก่อนนี้มาตรการคุ้มครองครูเป็นอย่างไร คุณครู บอกว่า ถ้าพูดให้สุภาพคือแต่ก่อนนี้ความรอบคอบยังไม่เกิด เพราะเพียงแค่ 5 นาที หรือ 10 นาที กลุ่มก่อเหตุร้ายก็สามารถเล็ดลอดเข้าไปก่อเรื่องได้
ต่อไปนี้ที่เขาคาดหวัง คือ ฝ่ายความมั่นคงจะทำหน้าที่เหมือนมี ตาสับปะรด อย่างแท้จริง
ถามว่าขวัญและกำลังครูดีขึ้นหรือไม่ ครูบุญสม บอก ก็ยังทรงๆ อยู่ ก็ยังกลัวอยู่ กลัวถูกยิงครับ ซึ่งต้องดูว่าเครือข่ายครูจะเฝ้าติดตามว่าโรงเรียนไหนไม่มีตำรวจ ไม่มีทหารไปช่วยเพิ่มมาตรการความปลอดภัยบ้าง
นี่คือ ข้อมูลจากปากคำของครูที่อยู่ในเหตุการณ์เสี่ยงชีวิตทุกวัน ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
อ่านแล้วสรุปได้ครับว่า ความเหินห่างระหว่างรัฐบาลส่วนกลางกับผู้เผชิญปัญหาในท้องถิ่นนั้น ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง แม้แต่น้อย
www.suthichaiyoon.com |