 (N)
จุดหลักๆที่ชอบตั้งด่านตรวจจับกัน ติดรถไว้เผื่อมีประโยชน์กับคนใช้รถนะครับ
จุดที่-บริเวณ พิกัด GPS
1 ทางหลวง 4 (สิชล 1) ขาขึ้น N8.95962 E99.89500
2 ทางหลวง 4 (สิชล 2) ขาขึ้น N9.05416 E99.83947
3 ทางหลวง 4 (กาญจนดิษฐ์) ขาขึ้น N9.15042 E99.61305
4 ทางหลวง 346 (กำแพงแสน พนมทวน) N14.09377 E99.72153
5 ทางหลวง 1 (คลองขลุง 2) N16.27383 E99.68297
6 ทางหลวง 32 (หางน้ำสาคร) N15.31261 E100.18383
7 ทางหลวง 36 (มะขามคู่) N12.86280 E101.08066
8 ทางหลวง 4 (ประจวบคีรีขันธ์2) N11 50.798 E99 46.921
9 ทางหลวง 304 (ท่าตูม) N13 54.158 E101 37.005
10 ทางหลวง 35 (ยี่สาร) N13 21.176 E99 54.814
11 ทางหลวง 36 (เขาไม้แก้ว 2) N12.90837 E101.02976
12 ทางหลวง 2 (สีคิ้ว2) N14.86422 E101.70474
13 ทางหลวง 2 (สีคิ้ว3) N14.86119 E101.69302
14 สนามบินสุวรรณภูมิ 1 N13.65548 E100.75536
15 สนามบินสุวรรณภูมิ 2 N13.68153 E100.76222
16 ทางหลวง 3315 (บางตีนเป็ด) N13 39.551 E101 04.057
17 ทางหลวง 4 (ชุมพร 3) N10 20.912 E99 06.732
18 ทางหลวง 354 (เนินผาสุข) N13 46.256 E102 03.633
19 ทางด่วนมอเตอร์เวย์ (พานทอง) N13 19.443 E101 00.865
20 ทางหลวง 12 (หนองเรือ) N16 29.045 E102 34.104
21 ทางหลวง 2 (ปากช่อง 4) N14 40.428 E101 27.332
22 ทางหลวง 4 (ประจวบคีรีขันธ์ 3) N11 43.555 E99 43.670
23 ทางหลวง 2 (อุดรธานี 2) N17.21228 E102.92117
24 ทางหลวง 2 (อุดรธานี 3) N17.31812 E102.84720
25 ทางหลวง 36 (ระยอง) N12.71886 E101.22478
26 ทางหลวง 4 (เพรชบุรี) N13.12059 E99.89596
27 ทางหลวง 4 (รัตภูมิ) N7.18478 E100.23542
28 ทางหลวง 3 (จันทบุรี) N12.66442 E102.11223
29 ทางหลวง 35 (สมุทรสงคราม) N13.39939 E100.00716
การทำงานของเครื่องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์นี้
สามารถใช้งานได้ทั้งระบบควบคุมเองและระบบอัตโนมัติ
โดยเมื่อรถที่ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดผ่านจุดตรวจ กล้องก็จะทำการถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ
จากนั้นความเร็วและภาพรถ จะถูกส่งมาจัดเก็บและแสดงที่ชุดประมวลผล
พร้อมแสดง วัน เดือน ปี เวลา สถานที่ จากนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวง
เพื่อที่จะตรวจสอบทะเบียนรถ และ ออกใบสั่งส่งไปยังที่อยู่ของผู้ครอบครองรถตามทะเบียน ต่อไป
และหากผู้ได้รับใบสั่งไม่ไปชำระค่าปรับภายในเวลา 7 วัน กองบังคับการตำรวจทางหลวง
จะส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งเพื่ออายัดการต่อทะเบียนรถด้วย
เส้นทางที่ตั้งกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัตินี้ มีอยู่หลายจุดทั่วประเทศ ได้แก่
1. เส้นทางสายพหลโยธิน ช่วงรังสิต ถึง สระบุรี 2 จุด
2. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง สระบุรี ถึง นครราชสีมา 2 จุด
จุดตั้งกล้อง จะอยู่ถนนมิตรภาพขาขึ้นไป นครราชสีมา ช่วงเลยทางแยกเข้า ปากช่อง ใต้ถนนต่างระดับ
3. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง นครราชสีมา ถึง ขอนแก่น 2 จุด
4. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง อยุธยา ถึง นครสวรรค์ 1 จุด
5. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง นครสวรรค์ ถึง ตาก 1 จุด
6. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง ตาก ถึง เชียงใหม่ 1 จุด
7. เส้นทางสายกรุงเทพ นครปฐม วังมะนาว 1 จุด
8. เส้นทางสายกรุงเทพ วังมะนาว 1 จุด
9. เส้นทางสายวังมะนาว ถึง หัวหิน 1 จุด
10. เส้นทางสายเพชรเกษม ( เลี่ยงเมือง ) ชะอำ ถึง ปราณบุรี 1 จุด
11. เส้นทางสายเพชรเกษม ประจวบคีรีขันธ์ ถึง ชุมพร 1 จุด
12. เส้นทางสายเพชรเกษม ชุมพรถึง สุราษฎร์ธานี 1 จุด
13. เส้นทางสายบางนา ตราด ระหว่าง กรุงเทพ ถึง บางปะกง 1 จุด
14. เส้นทางสายสุขุมวิท ร ะหว่าง ชลบุรี ถึง พัทยา 1 จุด
15. เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ ชลบุรี ถึง ระยอง 2 จุด
16. และเส้นทางสายสุขุมวิท ระหว่าง ระยอง ถึง จันทบุรี 1 จุด
.
ซึ่งตำรวจทางหลวงจะทำการสุ่มเปลี่ยนจุดตรวจทุกครั้ง ที่มีการติดตั้งด้วย
หลังจากตำรวจทางหลวง ได้จัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์ จำนวน 45 ชุด
แจกจ่ายให้กับสถานีตำรวจทางหลวงกองกำกับการ
และกองบังคับการตำรวจทางหลวงทั่วประเทศได้ใช้ติดตั้ง เพื่อปรามบรรดาตีนผีเหล่านี้
โดยข้อมูลจากหน่วยตรวจจับความเร็วไฮเทค ทั่วประเทศที่ถูกส่งมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวง
พบว่าเพียงแค่ 3 เดือนแรกที่มีการติดตั้ง
เครื่องก็ได้จ่ายใบสั่งให้ผู้ที่ขับรถเร็วเกินกำหนดไปแล้วจำนวนมากถึง 42,304 ราย
ซึ่งจะนำไปสู่การปรามผู้ขับรถเร็วได้ในอนาคต
โดยตำรวจทางหลวงยังได้มีแผนที่จะติดตั้งเครื่องตรวจจับความเร็ว เพิ่มอีก 45 ชุด
เพื่อให้แต่ละหน่วยงานมี 2 ชุดคลอบคลุมพื้นที่การใช้งานในอนาคตด้วย
หลักฐานที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของเครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ
คือ ใบสั่งที่ส่งให้ทางไปรษณีย์
.
ตำรวจเขาบอกว่า
เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ควรขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด
บนทางหลวง ในเขตเทศบาล
รถเก๋งหรือรถปิกอัพ ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กม./ชม.
รถบรรทุกหรือรถโดยสาร ไม่เกิน 60 กม./ชม.
บนทางหลวง นอกเขตเทศบาล
ให้รถเก๋งหรือปิกอัพ ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม.
รถบรรทุกหรือรถโดยสาร ไม่เกิน 80 กม./ชม.
บนมอเตอร์เวย์
รถเก๋งหรือปิกอัพ ไม่เกิน 120 กม./ชม.
รถบรรทุกหรือรถโดยสาร ไม่เกิน 100 กม./ชม.
.
อยากรู้จริงว่า ตำรวจและครอบครัวตำรวจเอง
นอกเวลาราชการแล้ว ขับรถด้วยความเร็วที่อ้างนี้หรือเปล่า?
อีกอย่างหนึ่งก็คือ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนที่ถ่ายภาพนั้น เราขับรถด้วยความเร็วเท่าไหร่
เพราะในใบแจ้งทั้ง 2 ใบ ที่ผมได้รับ กับ ที่เพื่อนผมได้รับอีก 2 ใบ
ทั้ง 4 ใบ แจ้งว่า วิ่งด้วยความเร็ว 127 กม.ต่อชั่วโมง เหมือนกัน (อะไรจะปานนั้น)
ปล.ผมโดนเองครับ |