ถ้าออกกฎมา....ว่า
ผู้ชนะประมูลต้องเสียเงินเพิ่ม คนละครึ่ง กับผู้ตั้งประมูล คือ ฝ่ายละ 200 บาท เท่าๆกัน ไม่รวมราคาที่ชนะการประมูล
เช่น ชนะประมูล โดยดันราคากันให้ถึง 4,000 บาท เพื่อหวัง ส่วนลด ก็ต้อง บวกความต้องการมาก......ที่จะมีบัตร เพิ่มอีก 200 บาท เป็นที่ 4,200 บาท ก็ยังพอรับได้......บ้างงงงงงงงง
เท่ากับผู้ตั้งประมูล เสียเงิน แนบในการส่งอีก 200 บาท (400 บาท ลบกับความอยากได้บัตร รับรอง ของผู้ชนะประมูล ที่ต้องเสียเพิ่มอีก 200 บาท)
เท่ากับ ราคาปิด ที่ 4,000 บาท ลบ ค่าออกบัตร คนละครึ่ง 200 บาท รายรับจากราคาปิดก็ยัง คงเหลืออยู่ ที่ 3,800 บาท
กฏ แบบคิดเอง เออเอง ของผมแบบนี้ ก็น่าจะดี และรับได้ครับ
แต่ทุกวันนี้ หาก พระ ราคาปิดแตะที่ 4,000 บาท (ตามความอยากได้ บัตร จึงขอเพื่อน ดันให้ถึง 4,000 บาท )
ผู้ประมูลจะเสียค่า ออกบัตร + ค่าส่ง รวมแล้ว ประมาณ 400 บาท
และเสียเวลาที่จะได้รับเงิน อีกประมาณ ร่วม ครึ่งเดือน
ผู้ตั้งประมูล ก็ต้องยอม ลดจากราคาปิดให้ 500 บาท เพื่อแลกกับการที่ไม่ต้องออกบัตร และรับเงินได้ทันที ไม่ต้องรอนาน
ราคาปิดที่ 4,000 บาท เหลือเงิน เพียง 3,500 บาท ลดไปเพื่อตัด รำคาญ 500 บาท
แถมยัง มีประกันตลอดชีพให้อีก คืนพระกันได้ตลอดหากยังไม่ตาย จากกัน.........เฮ้อ
แถม พอผู้ตั้งประมูลลดให้ ด้วยการถูกบังคับ ด้วยกฏ
ผู้ชนะการประมูล.....ก็ลืมความอยากได้บัตร ไปเสีย นี่.......
ความอยากได้บัตร มันหายไปไหนครับ ??????????????

ผู้ตั้งประมูล เปรียบเป็นคนไข้ ก็เป็นคนไข้ชั้นดีครับ ต้องรักษาไว้ ซึ่งเครดิต ชื่อตนเอง รับประกันกัน ยันหลาน บวช
ผู้ชนะประมูล ท่านก็เป็นผู้ชำนาญการอยู่แล้ว(ส่วนมาก เกิน 80%) พระเก้ พระไม่สวยโดนใจ ผมว่าท่านไม่เอาชื่อท่านมา เคาะประมูลให้เสียเวลา หรอกครับ
บ้านมีกฏ ผมก็เคารพ ครับ
แต่การอ้างขอออกบัตร ทำให้ คำว่า มิตรภาพ ลดน้อยลงครับ
............................ผมบ่นอีกแหละ 5 5 5 ........................... |
|