ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : เจาะเส้นทางชีวิต“วีรชัย พลาศรัย” ทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของ “สยาม”

(N)
ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย สำหรับชื่อของ “ดร.วีรชัย พลาศรัย” เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ที่นำทีมทนายมือหนึ่ง เข้าชี้แจงต่อศาลโลก ณ กรุงเฮก ในคดีปราสาทพระวิหารตามที่ฝ่ายกัมพูชายื่นคำร้อง

งานนี้ ทูตวีรชัย และทีมงาน ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม ถึงความชาญฉลาดในการวางแผนและแก้ต่างข้อกล่าวหาฝ่ายกัมพูชา

ในวันนี้ “สกู๊ปแนวหน้า” จึงขอนำประวัติชีวิต และเส้นทางการต่อสู้เกี่ยวกับเรื่อง ดินแดนปราสาทพระวิหารของ ทูตวีรชัย มาให้ทุกท่านได้ทราบกัน

ข้าราชการ “ครุฑทองคำ”

ดร.วีรชัย พลาศรัย เกิดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2503 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท มหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์)

ปริญญาเอกจากซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส เข้ารับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศในตำแหน่งเลขานุการตรี กองแอฟริกา และกลุ่มอาหรับ

ต่อมาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ,อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ปัจจุบันได้รับโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้เขายังเคย ได้รับรางวัล “ครุฑทองคำ” ประจำปี 2553-2554 ซึ่งเป็นรางวัล สำหรับข้าราชการพลเรือน ที่มอบให้เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณกับข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรม

ค้านแผนที่เขตแดนกัมพูชา

สำหรับเส้นทางการต่อสู้เรื่องดินแดนเขาพระวิหาร ระหว่างไทยกับกัมพูชา ในปี 2551 ชื่อของ ดร.วีรชัย เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในฐานะ อธิบดีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2551 ดร.วีรชัย ได้เชิญนายโลรองต์ บิลี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และนายอึงเซียน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย มาพบเพื่อแจ้ง ท่าทีของไทยเกี่ยวกับแผนที่โบราณคดีจังหวัดอุดรเมียนเจย และแผนที่โบราณคดีจังหวัดพระวิหาร โดยอาศัยข้อมูลจากกรมภูมิศาสตร์กัมพูชา ซึ่งไทยเห็นว่าแผนที่ทั้งสองฉบับแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นเขตแดนคลาดเคลื่อน

ครั้งนั้น ดร.วีรชัย ได้ขอให้กัมพูชาถอนกำลังทหาร และตำรวจของกัมพูชาออกไป จากดินแดนปราสาทพระวิหาร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไทยกับกัมพูชา อ้างสิทธิทับซ้อนกันอยู่

เด้ง"วีรชัย"เซ่นคดี “ซีทีเอ็กซ์”

วันที่ 6 พ.ค.2551ครม.สมัคร สุนทรเวช มีมติ โยกย้าย ดร.วีรชัย จากอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ไปเป็น เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง การโยกย้ายดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะ ดร.วีรชัย เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเชี่ยวชาญงานกฎหมายระหว่างประเทศมากที่สุดคนหนึ่ง และมีหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่แท้จริงของคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้คือ ฝ่ายการเมืองมีการประสานด้วยวาจา เพื่อขอเอกสารคดีทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์9000 ที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ช่วยแปลให้ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งนายวีรชัย ไม่ส่งมอบให้ เพราะเห็นว่าต้องมีเอกสารแจ้งขอเป็นลายลักษณ์อักษร จึงสร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายการเมือง จนนำมาสู่การโยกย้ายดังกล่าว

ขณะที่ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกด้วยลาย เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2551

ระบุตอนหนึ่งว่า

"...มีความภูมิใจที่ราชอาณาจักรไทยมีนักการทูตที่เก่งกาจ ท่านอธิบดีวีรชัย ซึ่งทำหน้าที่อย่างดีเลิศในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยและผลประโยชน์ของชาติ...ขอให้ข้าราชการทุกท่านของกรมสนธิสัญญาฯยึดถือท่านอธิบดีวีรชัยเป็นบุคคลตัวอย่าง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสุดความสามารถ และรักษาเกียรติยศของชาติ ของกระทรวงการต่างประเทศ และของตนอย่างสมศักดิ์ศรี ของข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

ปกป้องประโยชน์ชาติโดนเด้ง!

ปมความขัดแย้งของดร.วีรชัย และฝ่ายการเมือง สอดคล้องกับ คำบรรยายฟ้องของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง

ชาติ ( ป.ป.ช.) ที่เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2556 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่นายนพดล ขณะเป็น รมว.ต่างประเทศ ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่ 18 มิ.ย.2551 ที่สนับสนุนให้ประเทศกัมพูชา ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทย

คำบรรยายฟ้อง ของ ปปช. ระบุตอนหนึ่งว่า “ หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว วันที่ 3 – 4 มี.ค.2551

นายสมัครไปพบผู้นำกัมพูชา เรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และนายนพดล รมว.ต่างประเทศ ขณะนั้นไปหารือกับนายสก อาน รองนายกฯ และรมต.ประจำสำนักนายกฯกัมพูชา ที่ทางกัมพูชาขอให้ไทย สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร

จากนั้น นายนพดล ได้นำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ให้ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศพิจารณา แต่นายวีรชัย พลาศรัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ (ขณะนั้น) มีบันทึกช่วยจำคัดค้านเรื่องดังกล่าว แต่นายนพดล ไม่เห็นด้วย จึงเสนอ ครม. ให้นายวีรชัย พลาศรัย พ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ทักท้วงว่านายวีรชัย เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ ไม่ควรโยกย้าย แต่นายนพดล ยังยืนยันว่า ไม่สามารถร่วมงานกับอธิบดีฯ ที่มีความคิดเช่นนี้ได้”

คืนเก้าอี้เจ้ากรมสนธิสัญญา ฯ

ช่วงเดือน ก.ค. 2551 ภายหลังเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ดร.วีรชัย ก็มีโอกาสเข้าร่วมคณะเจรจา ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร อยู่หลายครั้ง จนนำไปสู่การลดกำลังทหาร และ จัดประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม(เจบีซี) ต่อไป

ด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์ ต่อมาวันที่ 5 ส.ค. 2551 ช่วงปลายสมัย ครม.สมัคร สุนทรเวช จึงมีการย้าย ดร.วีรชัย จากเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง กลับมาเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เช่นเดิม ครั้งนั้น นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ได้ให้กลับไปอยู่สถานะเดิมก่อนการโยกย้าย เพราะจะช่วยให้การทำงานดีขึ้น”

ย้ายไป “กรุงเฮก” วางแผนสู้คดี

หลังหวนคืนสู่ตำแหน่งเดิม ตลอดช่วงปลายปี 2551 ดร.วีรชัย ได้เดินหน้าเจรจาและเข้าร่วมประชุม เพื่อลดความตึงเครียดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายครั้ง โดยในระหว่างนี้มีเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทย และกัมพูชา

17 มี.ค.2552 ครม.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติย้าย ดร.วีรชัย จากอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ไปเป็น เอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ โดยหลายฝ่ายมองว่า ดร. วีรชัย เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รัฐบาลจึงให้ไปเตรียมการ ในการต่อสู้ข้อพิพาทเขาพระวิหาร เนื่องจากประเทศเนเธอร์แลนด์นั้น เป็นที่ตั้งของศาลโลก

ภายหลังจากย้ายมาดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ประจำเนเธอร์แลนด์ ดร.วีรชัย ได้ใช้เวลาร่วมกับทีมงาน วางแผน และต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารอย่างเต็มที่

ไม่ว่าผลการพิจารณาของศาลโลกจะออกมาเป็นเช่นไร อย่างน้อยคนไทยทั้งประเทศ ก็ได้ประจักษ์ถึงความพยายามอย่างเต็มที่ของ

ทีมทนายไทย ดังคำพูดของ ดร.วีรชัย ที่กล่าวว่า...

“ผมไม่เคยพูดว่าเราชนะแน่ ปกติผมจะตอบสามคำ สู้เต็มที่ !!!

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 12:39 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 12:41 น.] #2787866 (1/33)


(N)
ไม่ว่าผลการพิจารณาของศาลโลกจะออกมาเป็นเช่นไร อย่างน้อยคนไทยทั้งประเทศ ก็ได้ประจักษ์ถึงความพยายามอย่างเต็มที่ของทีมทนายไทย ดังคำพูดของ ดร.วีรชัย ที่กล่าวว่า...

“ผมไม่เคยพูดว่าเราชนะแน่ ปกติผมจะตอบสามคำ สู้เต็มที่ !!!

โดยคุณ คุณอั้ม (745)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 12:41 น.] #2787868 (2/33)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 12:44 น.] #2787872 (3/33)
ขอบพระคุณเนื้อหาข่าวและภาพจาก http://www.naewna.com/scoop/48833

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 16:23 น.] #2788023 (4/33)

โดยคุณ pradee2010 (4.6K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 17:19 น.] #2788074 (5/33)
สู้สู้ครับ คนไทย


โดยคุณ elec_sichol (8.5K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 17:44 น.] #2788103 (6/33)
ขอชื่นชมทีมทนายความของไทยทั้งหมด สุดยอดทุกท่านครับ


โดยคุณ dangnadong (729)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 19:22 น.] #2788211 (7/33)
ผมหมายถึงการย้ายคุณวีรชัย นะครับ

โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 19:47 น.] #2788252 (8/33)
รางวัลครุฑทองคำ

รางวัลครุฑทองคำ หรือรางวัลผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น เป็นรางวัลที่สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย มอบให้แก่ผู้บริหารราชการพลเรือน เพื่อประกาศเกียรติคุณบุคคลที่มีผลงานสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคมและระบบราชการ โดยเริ่มต้นโครงการในปี พ.ศ. 2529

คุณสมบัติ

สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น คือ เป็นข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการไม่ต่ำกว่าระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไปทุกส่วนราชการ (ยกเว้นกระทรวงกลาโหมและข้าราชการการเมือง) โดยจะต้องดำรงตำแหน่งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

การปฏิบัติงาน หมายถึง ความประพฤติและการปฏิบัติที่ควรแก่การยกย่องสรรเสริญให้เป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการทั่วไป
ความมีคุณธรรม
หลักการ
มนุษย์สัมพันธ์
บุคลิกภาพ
การอุทิศตนให้กับงาน
ผลงาน หมายถึง การปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อทางราชการ และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
ความชัดเจน
ความเชื่อถือ
การสร้างสรรค์
ความมีประสิทธิภาพ
การนำค่านิยมสร้างสรรค์ไปเป็นหลักปฏิบัติในการบริหารงาน ประกอบด้วย
กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบ
โปร่งใส
ไม่เลือกปฏิบัติ
มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

***********************************************************

ด้วยเพราะบุญเก่าที่ทำมาหรือเปล่า ชาตินี้จึงเจอคนดี อาจารย์ ดี ๆ ที่่สั่งสอน 6 - 7 ท่าน

ล้วนเป็นครูบาอาจารย์ที่ได้รับรางวัล ครุฑทองคำ ทั้งสิ้น จึงหล่อหลอม ให้สำนึกดีถึงชาติบ้าน

เมืองเป็นที่ตั้ง ไปทำงานภาคใต้ 4 ปี ที่ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ร่วมประสานงานกับ

พ.ต.อ.นพดล เผือกโสมณ ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ยิ่งทำให้

เชื่อมั่นในความศรัทธา ที่เราจะต้องตั้งมั่นทำความดี ให้ชาติ ให้แผ่นดิน ตามบทบาท

ตำแหน่งหน้าที่ให้ดีที่สุด............คนดีไม่มีวันตายอยู่ให้จดจำหรือมีชีวิตอยู่ให้ถูกคนก่นด่า

อยู่ที่สามัญสำนึกและองค์ความรู้ที่ศึกษาให้ถ่องแท้และทุกผู้คนซึมซับได้รับมา.... นั่นเอง

http://tv.truelife.com/content/2290182






:embara

โดยคุณ Chartoba (1K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 20:17 น.] #2788301 (9/33)
ผมคนไทยครับ พ่อกับแม่ผมก็คนไทย พ่อกับแม่สอนมาว่ามึงคนไทยเกิดบนผืนแผ่นดินไทย มึงต้องรักและหวงประเทศไทย ผมจำมาตลอดครับ

ขอบพระคุณเจ้าของกระทู้เป็นอย่างสูงครับ

โดยคุณ JOMPOL10 (4K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 20:27 น.] #2788317 (10/33)

โดยคุณ นายเก้ (3.4K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 20:34 น.] #2788326 (11/33)
เรื่องลึกๆผมไม่รู้ ผมรู้แค่
............
............
............................................................................................
คดีปปช.ฟ้อง นภดลเรื่องลงชื่อ สนับสนุนเขมร

ศาลฎีกาเลือกองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ทำคดีป.ป.ช. ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา หนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ที่ศาลฎีกา สนามหลวง วันที่ 26 มี.ค. 2556 เมื่อเวลา (10.00 น.) ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้ลงมติเลือกองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน เพื่อพิจารณาคดีหมายเลขดำ อม.3/2556 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในกรณีที่ นายนพดล ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่ 18 มิ.ย.51 ที่สนับสนุนให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทย
โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่ ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.
สำหรับคดี ป.ป.ช. มอบให้ทนายความยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกา ฯ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้บรรยายเหตุการณ์ที่มีการกล่าวหานายนพดล กระทำผิดว่า เมื่อนายสมัคร สุนทรเวช รับหน้าที่นายกรัฐมนตรีแล้ว วันที่ 3-4 มี.ค.2551 นายสมัครไปพบผู้นำกัมพูชาเรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และนายนพดล รมว.ต่างประเทศ ขณะนั้น จำเลยไปหารือกับนายสก อาน รองนายกฯ และรมต.ประจำสำนักนายกฯกัมพูชา ที่ทางกัมพูชาของให้ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร
จากนั้นจำเลยได้นำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ให้ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศพิจารณา ทางนายวีรชัย พลาศรัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายในขณะนั้น มีบันทึกช่วยจำคัดค้านเรื่องดังกล่าว
แต่จำเลยไม่เห็นด้วยจึงเสนอครม.ให้นายวีระชัย พลาศรัยพ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงทักท้วง แต่จำเลยยังยืนยันว่าไม่สามารถรวมงานกับอธิบดีที่มีความคิดเช่นนี้ได้
ต่อมาจำเลยยังเดินทางไปเขมรอีกหารือกับนายสก อาน เรื่องปราสาทพระวิหารรวมไปถึงการกำหนดเขตทางทะเลระหว่างประเทศ และจะทำแถลงการณ์ร่วม โดยนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ แบบปิดบังอำพรางและมีเหตุจูงใจแอบแฝงอยู่ และเมื่อนำเข้าที่ประชุมครม.โดยไม่มีเอกสารแจกให้ที่ประชุมพิจารณาล่วงหน้า เพียงแต่แสดงแผนที่บนจอภาพ ใช้เวลา 15 นาที ซึ่งโจทก์เห็นว่า คำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา นี้เป็นหนังสือสัญญาซึ่งต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ต้องขออนุมัติจากรัฐสภา และ จะต้องออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้เป็นไปตามหนังสือสัญญา และรับฟังความเห็นจากประชาชน
Source : News Center / Thanonline

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 21:23 น.] #2788388 (12/33)
http://shows.voicetv.co.th/intelligence/67656.html

ลองดูคลิปนี้ประกอบดูนะครับ อาจจะอธิบายอะไรดีขึ้นมาบ้าง
คือผมจะไม่บอกว่าคนนั้น คนนี้ขายชาติ ผมเชื่อว่าคนเราก็มีจิตสำนึกรักชาติกันทุกคนล่ะครับ

แต่ความจริงก็คือ งานนี้ เจ๊า กับเจ๊ง

เจ๊าก็คือ ศาลให้ทั้งสองประเทศไปตกลงกันเอง
เจ๊งก็คือศาลขีกให้ 4.6 เป็นของเขมร

------------------------------------------------
เรื่องมันจะไม่เลยเถิดมาจนบัดนี้ ถ้าเขมรขึ้นทะเบียนมรดกโลก และเราบริหารพื้นที่ 4.6 ร่วมกัน
เอาล่ะ เมื่อเรื่องขึ้นสู่ศาล ถามหน่อยสิ เราได้อะไร?

เราไม่ได้อะไรเลย นอกจากจากความสุ่มเสี่ยงต่างๆที่จะตามมา ใน 4.6 ที่เป็นพื้นที่พิพาท

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 21:29 น.] #2788401 (13/33)
ขอบคุณพี่สิทธิโชติ

โดยคุณ santana (1.3K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 21:54 น.] #2788447 (14/33)
ยอมให้เขมรยื่นขอจดทะเบียนเท่สกับยอมยกพื้นที่รอบๆประสาทใหมันรวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนด้วย คนไทยแหลมเข้าไปถูกจับ เขมรปลูกบ้านสร้างชุมชนในสมัยใครครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 22:31 น.] #2788507 (15/33)
โดยคุณ santana (533) (182.53.204.*) [20 Apr 2013 21:54] #2788447 (24/24)
ยอมให้เขมรยื่นขอจดทะเบียนเท่สกับยอมยกพื้นที่รอบๆประสาทใหมันรวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนด้วย คนไทยแหลมเข้าไปถูกจับ เขมรปลูกบ้านสร้างชุมชนในสมัยใครครับ
----------------------------------------------------------------------
สวัสดีครับ สบายดีนะครับ ไม่ได้คุยกันนานเลย พอดีประเด็นร้อน

อืม....ผมว่าผมหาไม่เจอนะครับ เนื้อหา ใน mou 51 ที่ยกพื้นที่ทับซ้อนให้มันไป
หรือท่านหาเจอ จะกรุณาเอามาเป็นวิทยาทาน ก็จะเป็นพระคุณมาก

โดยคุณ on-yala (2.2K)  [ส. 20 เม.ย. 2556 - 23:01 น.] #2788571 (16/33)
คนดีต้องส่งเสริมให้กำลังใจ

โดยคุณ marchtu23 (396)(1)   [ส. 20 เม.ย. 2556 - 23:34 น.] #2788642 (17/33)
ดีใจครับที่เรายังมีข้าราชการที่ดีๆแบบนี้อยู่ สู้ๆๆๆๆครับ คนไทยหัวใจอีกหลายล้านคนยังเป็นกำลังใจให้พวกท่านเสมอครับ

โดยคุณ santana (1.3K)  [อา. 21 เม.ย. 2556 - 13:45 น.] #2789133 (18/33)
คุณปัญญาครับ ลองเข้าไปดูเรื่องข้อต่อสู้ในคดีเขาพระวิหารว่าเขมรต่อสู้ไว้อย่างไร ก็จะเข้าใจไม่ได้ยกให้เขาตรงๆแต่ยอมรับการจัดการขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวเท่ากับยอมครับผมตอบไปแล้วเมื่อเช้าและโโนลบไปแล้ว ขี้เกียจแล้วครับพิมพ์ผ่านโทรศัพท์มันลำบาก ไถ

โดยคุณ dangnadong (729)  [อา. 21 เม.ย. 2556 - 15:52 น.] #2789234 (19/33)
เขาจะดันให้นพดลถูกให้ได้

โดยคุณ Chartoba (1K)  [อา. 21 เม.ย. 2556 - 17:55 น.] #2789345 (20/33)
Attn : Khun dangnadong

- เขาเรียกนาย นบ พะ ดัน ครับ . . .

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อา. 21 เม.ย. 2556 - 17:56 น.] #2789346 (21/33)
อ้อ..........ขอบคุณครับท่าน santana พอดีมาชุมพร ที่หาดละแม
เพิ่งมีโอกาสเข้าเวบ เพิ่งรู้มีกระทู้โดนลบ เสียดายไม่มีโอกาสได้อ่าน

ครับ.......ตามมุมของแต่ละท่านก็ว่ากันไป แต่สุดท้าย เดือนตุลานี้ ขอให้คำตัดสินทั้งหลาย
ที่จะเกิดขึ้น เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยด้วยเถิด

ขอบคุณท่านทนายที่ตั้งกระทู้นี้ ทำให้เราได้ถกประเด็น แลกเปลี่ยนกันเล็กๆน้อยๆ

เจอกันใหม่ครับ เดี๋ยวไปเดินชายหาดยามค่ำๆ ก่อน

โดยคุณ Nopparujkul (383)  [อา. 21 เม.ย. 2556 - 23:47 น.] #2789821 (22/33)
รางวัลแห่งการทำดีคือ...การโดนย้าย...ไทยแลนด์ออนลี่(เจริญเถอะครับ)

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [อา. 21 เม.ย. 2556 - 23:57 น.] #2789832 (23/33)

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 00:54 น.] #2791853 (24/33)


(N)
โดยคุณ dangnadong
เขาจะดันให้นพดลถูกให้ได้
----------------------------

ต้องขออภัยที่สิทธิโชติอีกครั้ง ว่าจะไม่ต่อกระทู้นี้แล้ว แต่ขออธิบายตรงนี้หน่อย
ผมเคยบอกว่า ผมเห็นด้วยกับนายนพดล ใน mou 51 เท่านั้นนะครับ ส่วนเรื่องอื่นๆของ
นายนพดลนั้น ผมไม่ขอเอ่ยถึง ผมถึงยกข้อมูลต่างๆมาประกอบความคิดของผม
ไม่ใช่การพยายามจะดันนายนพดลให้ถูกให้ได้

ซึ่งแม้แต่ท่านทูติเอง ก็ยังบอกเลยว่า นพดล ไม่ทำให้เสียดินแดน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1366628417&grpid=03&catid=&subcatid=

ผมถึงบอกว่า น่าเสียดายที่ mou 51 ฉบับนี้ ถูกยกเลิกไป ไม่งั้นข้อต่อสู้ของเรา
จะมีน้ำหนักมากขึ้นอีก

โดยคุณ santana (1.3K)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 14:02 น.] #2792360 (25/33)
เอาข้อมูลมาจากมติแม้วนี่เอง
นักกฎหมายที่รัะกฃาติทุกคนโดนคำถามแบบนี้ในขณะคดียังต่อสู้กันก็ต้องตอบแบบท่านวีระชัยครับ จะไปตอบว่านายเหล่ทำเสียทีเขมรก็เจ๊งเท่านั้น คำถามคนถามบีบให้ท่านทูตตอบไปในทางนี้อยู่แล้ว รอถาม ตอนคดีจบซิครับแล้วจะรู้อะไรดีๆอีกเยอะ

โดยคุณ santana (1.3K)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 14:06 น.] #2792364 (26/33)
ถามคำนึงครับถ้าคุณมีคดีฟ้องร้องกันอยู่นศาลแล้วทนายหรือพยานฝ่ายคุณไปนอนพักอยู่บ้านคู่ความไปกินเหล้าเที่ยวบ้านคู่ความกอดจูบกัน คุณยังจะไว้ใจจ้างมันว่าความให้ต่อไหม
โดยปกติ ติ๊งเหล่+ผู้ที่เกี่ยวข้อง หมดความชอบธรรมที่จะพูดเรื่องรักษาผลประโยชน์ของชาติตั้งแต่พากันเอาหน้าไปซุกจักกะแร้ฮุนเซนแล้ว

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 17:45 น.] #2792531 (27/33)
เดี๋ยวผมไปโหลด photoshop ก่อน ต่อไปต้องใช้ภาพแร๊ะ(อันเก่าเจ๊ง)
เดี๋ยวมาตอบประเด็นคาใจเรื่อง mou นะครับ

หวังว่ากระทู้คงไม่ถูกลบไปก่อนนะครับ

ปล.เพิ่งกลับมาจากชุมพร เพิ่งเข้าเวบ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกัน

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 19:55 น.] #2792645 (28/33)


(N)


เทียบประเด็นสู้ในศาลโลก "พระวิหาร"ใครมีโอกาสมากกว่ากัน
http://www.thairath.co.th/content/pol/340477

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 20:01 น.] #2792651 (29/33)
คือทางกัมพูชา เน้นมาก ในเรื่องแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 โดยที่ไม่พูดถึงแผนที่อันอื่นเลย
แล้วแผนที่ 1:200,000 ก็ถูกรับรองโดย mou 43

คราวนี้สิ่งที่นพดลทำใน mou 51 ก็คือ แผนที่ L7017 งัยครับ ที่แนบเข้าไปใน Mou 51


แผนที่ 1:200,000 ที่กัมพูชาใช้ คือเส้นสีเหลืองในภาพแรกข้างบน
ส่วนแผนที่ L7017 ที่นพดลใช้ คือเส้นประสีน้ำเงินน่ะครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 20:08 น.] #2792662 (30/33)
อันนี้ผมเจอโดยบังเอิญครับ พอดีมันตรงกับแนวคิดของผม ก็เลยนำมาลงใช้พิจจารณาอีกหนึ่งข้อมูล
-----------------------------------------------------------------------------------------------
แม่ลูกจันทร์ เขียน ใครกันหนา ที่จะทำให้ไทยเสียดินแดนเขาพระวิหาร

เมื่อประเด็นเขาพระวิหารร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง ก็มาดูกันชัดๆอีกครั้งว่า ใครกันหนา ที่จะทำให้ไทยเสียดินแดน

ปัญหาพิพาทเขตแดน เขมร-ไทย กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร เมื่อรัฐบาลกัมพูชาของนายกฯฮุน เซน ยื่นเรื่องร้องเรียนไปถึงยูเอ็นว่าถูกประเทศไทยบุกรุกคุกคามอธิปไตย

ล่าสุด คณะมนตรีความมั่นคงซึ่งมี 5 ชาติพี่เบิ้ม อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน เป็นหัวขบวน ก็เตรียมประชุมฉุกเฉินเพื่อสอบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว!!

นี่คือลีลาการทูตของกัมพูชาที่ต้องการ ดึงองค์กรระหว่างประเทศให้เข้ามาช่วยกดดันประเทศไทย

สร้างภาพให้กัมพูชาเป็นฝ่ายถูกข่มเหงรังแก

ป้ายขี้ให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้ร้ายในเวทีโลกไปเต็มๆ!!

แค่นี้ยังไม่พอ ยังเตรียมยื่นฟ้องศาล โลกให้ตัดสินปัญหาเขตพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตร.กม. ว่าอยู่ในเขต แดนกัมพูชา? หรือเป็นดินแดนของไทย?

โดยใช้คำพิพากษาศาลโลกเมื่อปี 2505 ที่ตัดสินให้เขมรชนะคดีปราสาทพระวิหารเป็นหลักฐานสำคัญ

แสบริดสีดวงทวารมั้ยล่ะพวกเรา??

ถามว่า ไทยมีหลักฐานอะไรที่จะพิสูจน์ ต่อศาลโลกว่าพื้นที่รอบเขาพระวิหาร 4.6 ตร.กม.อยู่ในเขตแดนของไทย??

หลักฐานสำคัญก็คือ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่ “นพดล ปัทมะ” อดีต รมว. ต่างประเทศ ไปลงนามที่ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม

แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้มีข้อความระบุชัดเจนว่า กัมพูชาจะขึ้นทะเบียนมรดกโลก “เฉพาะตัวปราสาทอย่างเดียว” โดยไม่ ล่วงล้ำดินแดนไทย

และไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทับซ้อนที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้จัดทำหลักเขตแดนอย่างเป็นทางการ

นี่คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ไม่ได้เป็นของเขมรแน่นอน!!

เพราะถ้าพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. อยู่ใน เขตกัมพูชาจริง กัมพูชาคงไม่ขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกเฉพาะแค่ตัวปราสาทอย่างเดียว

แต่ต้องรวมพื้นที่รอบตัวปราสาททั้งกระบิขึ้นเป็นมรดกโลกพร้อมกัน!!

น่าเสียดาย ที่แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับนี้ ต้องเป็น “โมฆะ” ไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

ก็เท่ากับไทยสูญเสียหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้สู้คดี

และถ้าหากประวัติศาสตร์ซํ้ารอย ไทยต้องเสียดินแดนแถมให้เขมรอีก 4.6 ตร.กม.ฟรีๆ

จะเจ็บปวดแค่ไหนโปรดใช้สะดือตรอง??

ความจริงปัญหาเขาพระวิหารอาจไม่ บานปลาย ถ้าไม่ถูกเอาไปขยายผลเป็นประเด็นการเมือง

แต่เมื่อประเด็นปราสาทพระวิหารกลาย เป็นปัญหาระดับอินเตอร์ ไทยกับกัมพูชาในฐานะคู่กรณีก็ต้องสู้กันยิบตา

ล่าสุด กัมพูชาพลิกลิ้นไม่ยอมรับว่าบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตร.กม. เป็นพื้นที่ทับซ้อนของไทย

โกหกหน้าด้านๆ ว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นของเขมรฝ่ายเดียว!!

“แม่ลูกจันทร์” เป็นห่วงว่าเมื่อต้องสู้กันเรื่องเขตแดนทีไร ไทยมักเสียเหลี่ยมเขมรทุกที

เพราะเขมรอ้างแผนที่ฝรั่งเศส-สยาม แต่ไทยอ้างแผนที่แอล 7017 ของ อเมริกา

ในบันทึกข้อตกลงปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2543 ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รมช.ต่างประเทศ เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย ได้ระบุว่าการจัดทำหลักเขตแดนให้ยึดตามแผนที่ฝรั่งเศส-สยาม (คศ.1904) เป็นแนวทาง

แต่ไม่ได้ระบุแผนที่แอล 7017 ของอเมริกาที่ไทยใช้อ้างอิง!!

ก็เท่ากับเราไปยอมรับแผนที่ฝรั่งเศสของเขมรฝ่ายเดียว

ถ้าเป็นอย่างนี้ ไทยก็เสียเปรียบเขมรตามเคย.


แม่ลูกจันทร์
-----------------------------------------------------------------------------------

http://talk.mthai.com/topic/64972

โดยคุณ santana (1.3K)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 21:23 น.] #2792838 (31/33)
แผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 กับแผนที่ L7017/L7018

ประเด็นว่า เมื่อนำแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 มาทาบลง บนแผนที่ L7017/L7018 แล้วจะพบว่า เส้นเขตแดนตามแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ทำให้ไทยเสียดินแดนเป็นจำนวนมากนั้น มีข้ออธิบาย ดังนี้

1) แผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 และแผนที่ L7017/L7018 เป็น แผนที่ที่มีวิธีการจัดทำ (Projection) แตกต่างกัน จึงมีลักษณะแตกต่างกัน

2) L7017/L7018 จัดทำโดยใช้พื้นผิวของรูปทรงกระบอก (Mercator Projection) ซึ่งจะแสดงระยะทางที่ถูกต้อง แต่ขนาดของ ภูมิประเทศจะคลาดเคลื่อน ในขณะที่แผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ซึ่ง จัดทำโดยใช้ Sinusoidal Projection (ลักษณะคล้ายหัวหอม) จะแสดง ขนาดภูมิประเทศถูกต้อง แต่ระยะทางคลาดเคลื่อน

3) เนื่องด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกันของแผนที่ทั้ง 2 ชุด จึงไม่ สามารถนำแผนที่มาทาบกันได้ เพราะขนาดและรูปทรงของภูมิประเทศและ เส้นเขตแดนจะแตกต่างกันมาก

โดยคุณ santana (1.3K)  [อ. 23 เม.ย. 2556 - 21:49 น.] #2792898 (32/33)
สงครามข้อมูลข่าวสาร แต่ละฝั่งต่างหยิบยกแต่เรื่องดีของตัวขึ้นมาแสดงและปกปิดเรื่องเสีย
เมื่อเป็นคดีขึ้นมาศู่ศาลเมื่อไร เมื่อนั้นชาวบ้านจะได้รับรู้เรื่องจริง มีรเยอะแยะครับทั้งที่ว่าmou43 ทำให้ไทย เสียเปรีัยบ
ผมยืนยันคำเดียวครับในตอนนี้ว่า โดยปกติวิสัยคู่ความไม่ว่าฝ่ายใดจะยกข้อเท็จจริงข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างเฉพาะที่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของตนเท่านั้น
ถ้าเอ็มโอยู 43 ทำให้เขมรมีเปรียบ มันคงยกขึ้นอ้างแล้วละไม่รอให้ฝ่ายไทยยกขึ้นมาก่อนหรอก

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 24 เม.ย. 2556 - 00:39 น.] #2793122 (33/33)


(N)
สิ่งที่ปกปิดเอาใว้คือขั้นตอนการส่งเอกสารประกอบต่างๆ ศาลโลก ขอแผนที่แผ่นดินของแต่ละฝ่ายไปดูซึ่งจะต้องส่งให้ภายในวันที่ 26 นี้ล่ะครับ

การแถลงด้วยวาจาเป็นเพียงยกแรก แต่คนจำนวนมาก มีความรู้สึกเหมือนกับว่า เราชนะแล้ว

ผมก็อยากให้ผมคิดผิด ในเรื่อง mou 43 และแผนที่ 1:200,000 ที่รับรองโดย mou ฉบับนี้
สิ่งที่ผมเป็นกังวลคือ มันจะยื่นแผนที่ 1:200,000 ไป ซึ่งยื่นแน่ และศาลเชื่อมัน และตัดสินเป็นคุณแก่มัน โดยอ้างว่าก็ไทยไปรับรองเอาใว้นี่ นั่นคือสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น

ที่ผมบอกว่า ผมเห็นด้วยกับคุณนพดล ใน mou 51 ก็เพราะเขมรมันลงนามร่วมกับเรา มันขึ้นทะเบียนปราสาทก็ขึ้นไป แต่พื้นที่ 4.6 ยังเป็นพื้นที่ทับซ้อน ที่ต้องบริหารร่วมกัน หรือปักปันเขตแดนต่อไปในอนาคต

และเราก็ไม่ต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลให้สุ่มเสี่ยง ให้เสียเงินเสียทอง

ซึ่งเมื่อดูจากแนวทางการตัดสิน(จากข่าวไทยรัฐ ตามภาพ) ถ้าเราชนะ ก็หมายความว่าเราอยู่ที่เดิม

แต่ถ้าเขมรมันชนะล่ะ?..............................

สุดท้ายก็ขอเอาใจช่วยคนทำงานทุกภาคส่วนอีกครั้งครับ ท่านยังต้องเหนื่อยอีก

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1