 (D)

ในสมัยสงครามอินโดจีนนั้น ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์หนึ่งที่ถูกเครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิด จนสร้างความเสียหายแก่ผู้คนเป็นจำนวนมาก พระเกจิอาจารย์ขณะนั้น หลายๆท่านจึงได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นมาแจกจ่ายทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และประชาชน เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ
โดยพระอาจารย์หนู แห่งวัดโพธิ์ ท่าเตียน ท่านก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ที่แปลกกว่าก็คือที่จะเล่าให้ฟัง ดังต่อไปนี้ กล่าวคือ พระอาจารย์หนูท่านเป็นพระสงฆ์จาก จังหวัดสุรินทร์มีเชื้อสายเป็นชาวเขมร (ส่วย)ซึ่งก่อนหน้านั้นท่านได้เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์แห่งน้ี ซึ่งท่านมีวิชาอาคมแก่กล้า และเชี่ยวชาญทางพระเวทย์วิิทยาคม กับไสยศาสตร์เป็นอย่างมาก เมื่อเห็นชาวบ้านเสียขวัญกำลังใจ จึงได้เมตตาสร้างพระเครื่องขึ้นมาเพื่อแจกประชาชนนำไปป้องกันอันตรายจากการทิ้งระเบิด และเนื่องจากพระอาจารย์หนูท่านมีความชำนาญในวิชาอาคมและไสยศาสตร์ ในการสร้าง พระเครื่องของท่านจึงได้ดำเนินการแบบพิศดารผิดไปจากการสร้างพระเครื่องของอาจารย์อื่นๆ ท่านไม่เอาวัสดุจำพวกโลหะ ผงวิเศษ หรือ ดินมาสร้าง แต่ท่านได้นำเอา เถ้ากระดูกผีของคนตาย ซึ่งตามหลักของวิชาไสยศาสตร์ถือว่าเป็นวัตถุอาถรรพณ์ชนิดหนึ่ง มาเป็นมวลสารหลักในการสร้างองค์พระ ซึ่งในการสร้างพระอย่างนี้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าเชี่ยวชาญถึงจะสามารถทำได้ เพราะของแบบนี้ย่อมมีแรงอาถรรพณ์อยู่ในตัว โดยพระอาจารย์หนูได้ทำพิธีพลีกรรมก่อนทุกครั้งตามวิชาที่ท่านร่ำเรียนมา แล้วพระอาจารย์หนูยังได้เอา "ว่านโพง" มาบดให้ละเอียดผสมรวมเข้าไปด้วย สำหรับว่านโพงนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ว่านกระสือ" เชื่อกันว่าเป็นว่านที่มีวิญญาณสิงอยู่ มักขึ้นอยู่ตามป่าลึก ซึ่งหากมีคนหรือสัตว์พลัดหลงเข้าไปก็อาจจะถูกวิญญาณที่สิงอยู่ในต้นว่านดูดเลือดกินจนตายไป ซึ่งว่านชนิดนี้เกจิอาจารย์ไสยศาสตร์ที่มีวิชาอาคมชอบเลี้ยงเพื่อไว้เฝ้าบ้าน หรือบางทีก็ใช้วิชาอาคมสะกดให้วิญญาณออกไปทำร้ายศัตรู
การเลี้ยงว่านโพงหรือว่านกระสือนี้จะเลี้ยงยากกว่าว่านชนิดอื่นๆ ต้องเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าจริงๆเท่านั้นถึงจะเลี้ยงได้ และการเลี้ยงต้องใช้ "เลือดสดๆ" ของสัตว์ต่างๆ มารดที่ต้นว่านแทนการรดด้วยน้ำเปล่าธรรมดาเหมือนพืชทั่วไป ซึ่งพระอาจารย์หนูท่านได้ทำพิธี "ขุดว่าน" ตามตำรา แล้วเอาหัวว่านมาตากให้แห้ง บดเป็นผงให้ละเอียด ผสมกับเถ้ากระดูกผีของคนตาย รวมเข้าด้วยกัน สร้างเป็นพระเครื่องขึ้นมา
ส่วนในเรื่องการปลุกเสกนั้น พระอาจารย์หนูท่านไม่ได้จัดปลุกเสกแบบพิธีพุทธาภิเษก เพราะเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และประเทศไทยอยู่ในภาวะขับขัน แต่ท่านปลุกเสกด้วยวิชาอาคมตามตำราที่เรียนมาด้วยตัวท่านเพียงท่านเดียว
ในการสร้างพระผงกระดูกผีของพระอาจารย์หนูมีจำนวนไม่มากนัก ตอนแรกๆ ก็ไม่ค่อยมีคนสนใจกันเท่าไหร่ เพราะกลัวไปว่า สร้างมาจากวัตถุอาถรรพณ์ดังกล่าว แต่พอคนที่ได้รับแจกไปแล้วมีประสบการณ์กันมาก ปากต่อปากก็เล่าลือต่อๆ กันไป จึงมีคนแห่มาขอกันมากมาย เพราะแต่ละคนที่มีพระผงกระดูกผีของพระอาจารย์หนูล้วนแต่มีประสบการณ์รอดพ้นจากอันตรายต่างๆ ได้อย่างเหลือเชื่อ คนที่ไม่มีก็อยากได้ อนึ่ง
..มีเรื่องเล่าติดปากกันมานานแล้ว เกี่ยวกับพระผงกระดูกผีของพระอาจารย์หนูรุ่นนี้ว่ามีคนนำไปใช้แล้วมีปรากฏการณ์ที่แปลกๆ ประหลาด ไม่น่าเชื่อ เช่น เดินกลางคืนคนเดียวในที่เปลี่ยวกลับมีคนอื่นเห็นว่าเดินกันหลายคน อย่างนี้เป็นต้น และยังมีประสบการณ์ที่แปลกๆ กว่านี้อีกมาก แต่เท่าที่รับฟังมาก็ไม่ค่อยได้ยินว่าพระผงกระดูกผีของพระอาจารย์หนูโทษกับคนใช้ผู้ใดเลย เนื่องจากพระอาจารย์หนูนั้นได้ทำพิธีพลีกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้สะกดตามตำราไว้ก่อนแล้ว จึงไม่ให้โทษแก่ผู้ใช้แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าคนใช้หากมีโอกาสก็ควรจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าของเถ้ากระดูกผีที่นำมาสร้างพระเครื่องบ้างก็ยังดี
พระผงกระดูกผีพระอาจารย์หนูนั้นจึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีอาชีพเสี่ยงภัย รับราชการทหาร (และโดยเฉพาะตาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ตำรวจ หรือผู้ประกอบอาชีพที่ต้องมีหน้าที่เดินทางไกล หรือทำงานกลางคืน หรือต้องไปธุระตอนกลางคืนเสมอๆ หรือผู้ต้องอยู่เฝ้าบ้านเฝ้าเรือกสวนไร่นา เพียงคนเดียว ควรมีไว้แขวนบูชาติดตัวอย่างเป็นเนืองนิจ พุทธคุณแรงมากๆๆๆ
เนื่องจากปลุกเสกให้เน้นหนักไปทางด้านคุ้มครอง เตือนภัย ยามมีเหตุคับขัน และเมตตา มหานิยม และเรียกโชค-เร่งลาภ
หรือท่านผู้ใด้มีใจใฝ่ทางด้านเสี่ยงโชคทุกชนิด ก็ควรมีไว้พกติดบูชาอย่างเป็นเนืองนิจ (หากงวดใดมีโชคลาภ จะมีเสียงคนแว่วมาบอก ในฝัน ตอนสะลึมสะลืม ช่วงประมาณสัก ตี 4 ตี 5 จะมาประจำ) หรือหากจะเกิดเหตุอะไรกับเราจะตะโกน เอะอะมะเทิ่ง!!! ทั้งๆที่ในบ้านไม่มีใคร หรือนอนกันหมดแล้ว ก็ไม่ต้องตกใจ!!!แต่ประการใด เขามาเตือนให้รู้ว่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้น (ถ้าตะโกนนี้จะเกิด "เรื่องไม่ดี" แต่ถ้าเสียงมาแบบเบาๆ นิ่มๆ ไม่ตะโกน!!! จะเป็น "เรื่องดี" ลองดูน่ะครับ เจอมากับตัวแล้ว) น่าใช้งานมากๆๆๆ ครับ
องค์นี้เป็นพิมพ์พระกรุวัดสามปลื้ม (สามเหลี่ยมใหญ่) สีออกหม่นๆ สวยงามมากๆๆๆ เห็นเม็ดมวรสารเด่นชัดเจน คนที่ชอบแบบแรงๆ+ได้ผลเร็ว+ได้ผลจริง+และมีประสบการณ์มาแล้ว ไม่ควรพลาด ราคาพิเศษ สอบถามราคากันได้น่ะครับ ไม่แพง ราคาพิเศษเบาๆ ช่วงนี้ "นาทีทอง" (ถ้าให้จัดส่งให้ ขอค่าส่ง EMS 50 บาท ด้วยน่ะครับ) ส่งรวดเร็วทันใจ ใครเจรจาดี พูดจาไพเราะน่าฟัง อัธยาศัยถูกคอ ถูกใจกัน อาจได้ของดีราคาถูกไปใช้งาน รีบๆ หน่อยน่ะครับ (ของดี ราคาถูก พออยู่ได้ คือหัวใจของลูกค้าของเรา) ผู้ที่สนใจ โปรดเรียกใช้และติดต่อโดยตรงที่ คุณชนันท์ 089-491-6819 (ติดต่อได้ทุกเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการฯ และไม่มีสาขาอื่น) |