(D)

เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อเกษม เขมโก ออกวัดนางเหลียว ปีพ.ศ.๒๕๑๔ เนื้อทองฝาบาตร สภาพเก่าสวย คม ชัด พุทธคุณดี นะเมตตา รุ่นนี้มีประสบการณ์มาแล้วครับ
รายละเอียด
ประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก
สามเณรเกษม เมื่ออายุได้ ๑๒ ปี
-----------------------------------------------------
หลวงพ่อเกษม เขมโก ชาติกำเนิด และ ธรรมวิปัสสนาปฏิบัติ
จากความทรงจำของ เจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง ถอดจากเทปโดย อานนท์ ขัตติยะ
เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๕๕ วันพุธ เดือนยี่เหนือ ปีชวด ร.ศ. ๑๓๑ ค.ศ. ๑๙๑๒ ที่บ้านท่าเก๊าม่วง ติดแม่น้ำวัง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง บิดาชื่อ เจ้าหนูน้อย มารดาชื่อ เจ้าแม่จ้อน ณ ลำปาง (ภายหลังมาเปลี่ยนเป็น มณีอรุณ) เป็นลูกชายคนเดียว บิดารับราชการเป็นปลัดอำเภอ ชาติตระกูล ทั้งบิดา และมารดา มาจาก ตระกูล ณ ลำปาง เป็นหลาน เจ้าพ่อบุญวาทย์ วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย
หลวงพ่อเป็นคนร่างสันทัด ผิวขาว แข็งแกร่ง บุคลิกลักษณะดีมาแต่กำเนิด ว่องไว และสติปัญญาเฉลี่ยวฉลาด นุ่มนวล แสดงออกซึ่งลักษณะของการประนีประนอม แม้จะซุกซนก็เป็นธรรมดาของวัยเด็ก ไม่มีการแสดงออกซึ่งความแข็งกร้าว การศึกษาสามัญในวัยเด็ก เรียนที่โรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูล จบชั้นประถมปีที่ ๕ จบการศึกษาสามัญ ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ เข้าสู่ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ครั้งแรก โดยการบวชหน้าไฟ เมื่ออายุ ๑๒ ปี พ.ศ. ๒๔๖๘ บวชที่วัดป่าดั๊วะ บวช ๗ วัน อายุ ๑๕ ปี ปีพ.ศ. ๒๔๗๐ บวชสามเณรอีกครั้ง จำพรรษาที่วัดบุญยืน อายุ ๒๑ ปี ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ พระคุณเจ้า เจ้าคุณพระธรรมจินดานายก เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นอุปัชฌาย์ พระคุณเจ้า พระครูอุตรวงศ์ธาดา เป็นพระกรรมวาจา โดยได้รับฉายาจากพระอุปัชฌาย์ว่า "เขมโก" แปลว่า"ผู้มีธรรมอันเกษม"
ภายหลังอุปสมบทแล้วได้เข้าเรียนภาษาบาลี และปริยัติธรรม จากสำนักวัดศรีล้อม วัดบุญวาทย์วิหาร วัดเชตวัน และวัดเชียงราย ซึ่งมีครูสอน อาทิ ท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิโสภณ ( อดีตเจ้าคณะจังหวัลำปาง ) พระมหาตาคำ พระมหามงคล บุญเฉลิม มหามั่ว พรหมวงศ์ มหาปราโมทย์ (นาม) นวลนุช พระมหาโกวิท โกวิทยากร การศึกษาธรรมปริยัติ สอบได้นักธรรมเอกเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ อายุ ๒๔ ปี และเรียนภาษาบาลีที่สำนักวัดบุญวาทย์วิหารสามารถแปลพระธรรมบทได้ ๘ ภาค เรียนพระปาติโมกข์ สวดพระปาติมกข์ ในอุโบสถ วัดบุญวาทย์วิหารหลายปี ถึงเวลาสอบเปรียญ ๓ ท่านไม่ยอมสอบ ทั้งๆ ที่มีความสามารถมีความสนใจศึกษาและปฏิบัติทางสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน อาจารย์องค์แรกที่สอนวิปัสสนากรรมฐานที่ถือธุดงค์คุณคือ "หลวงพ่อครูบาแก่น ( พระอุบล สุมโน )" อดีตเจ้าอาวาสวัดประตูป่อง
ต่อมา เจ้าอธิการเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืนถึงแก่มรณภาพ ทางศรัทธา ญาติโยม จึงได้นิมนต์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืนจนถึงปี ๒๔๙๒ ก็ได้ยื่นใบลาออกจากเจ้าอาวาส ( ซึ่งจะเป็นรายละเอียดในการรำลึกจากความทรงจำของเจ้าประเวทย์ต่อไป )
ประพฤติธรรมอุกฤต
หลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสำนักปฏิบัติธรรมสุสานไตรลักษณ์ (ศาลาดำ) โดยปกติวิสัยของท่านเป็นผู้ที่พูดแต่น้อยอยู่แล้ว เมื่อท่านตั้งจิตอธิษฐานที่จะมุ่งมั่นในทางปฏิบัติธรรม ท่านจึงเว้นการสนทนากับผู้คนโดยสิ้นเชิง ดังมีเรื่องเล่ากันต่อมาว่าสมัยที่หลวงพ่อเดินทางไปจำพรรษาในป่าช้าศาลาวังทาน ตลอดสิ้นการพรรษาหลวงพ่อจะไม่ยอมเอ่ยปากเป็นคำพูดกับใครเลย เมื่อมีผู้เดินทางไปกราบนมัสการท่าน ท่านจะนั่งสงบนิ่ง โดยการวางเฉยถืออุเบกขาธรรมตลอด ซึ่งเรื่องนี้ต่อมาจึงน้อยนักน้อยหนาจะมีผู้เดินทางไปรบกวนหลวงพ่ออีก นอกจากบุคคลที่มีความประสงค์ที่จะนำภัตตาหารไปถวาย เมื่อถวายอาหารหลวงพ่อรับประเคนเสร็จ ผู้ที่มีจิตศรัทธาผู้นั้นก็กราบลาหลวงพ่อกลับสู่บ้านของตน จนกระทั่งสิ้นกาลตลอดพรรษานั้นจึงไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่จะได้รับฟังคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของหลวงพ่อ
ปฏิบัติธรรมท่ามกลางแสงแดด
มีอยู่มากมายในการประพฤติวิปัสสนากรรมฐานของหลวงพ่อเกษมที่ท่านได้บำเพ็ญเพียรมา อย่างเช่นเรื่องเกี่ยวกับหลวงพ่อออกไปนั่งบำเพ็ญสมณธรรมท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุเป็นเวลาหลายวันคือตอนเช้าหลังจากที่หลวงพ่อกระทำภัตตกิจเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะออกจากกุฏิ (กระท่อมที่มุงด้วยหญ้า) แล้วไปนั่งบำเพ็ญภาวนา เริ่มจาที่แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าและก็เริ่มร้อนแรงตามลำดับ แต่หลวงพ่อท่านไม่เคยที่จะแสดงอาการสะทกสะท้านเลยแม้สักนิดเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ใจแก่ผู้ที่ได้ไปเห็นหลายคนเช่นกันที่หลวงพ่อท่านนั่งบำเพ็ญอยู่อย่างนั้นหลายสิบวัน จนกระทั่งผิวหนังของหลวงพ่อออกสีคล้ำแทบจะเป็นรอยไหม้ เคยมีผู้มีจิตเป็นมหากุศลสงสารหลวงพ่อเคยนำเอาร่มไปกางกั้นกันแสงแดด แต่หลวงพ่อท่านก็ไม่ยินดีและยังบอกว่า ขออย่าได้ทำลายความตั้งใจของท่านเลย และชาวบ้านย่านนั้นจำต้องเอาร่มออกจากสถานที่ที่หลวงพ่อนั่งบำเพ็ญเพียร เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของหลวงพ่อ
ครั้นถึงฤดูฝนมาถึงหลวงพ่อก็จะนั่งสมาธิท่ามกลางสายฝน เหมือนไม่ได้มีธรรมชาติใด ๆ เกิดขึ้นกับท่าน ร่างของท่านยังคงนั่งสงบ เม็ดฝนจะตกมามากมายเพียงใดก็ตามหลวงพ่อก็ไม่เคยแสดงความหวั่นไหว จนกระทั่งหน้าฝนผ่านไปย่างเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งชาวเราทั้งหลายย่อมทราบกันดีว่า หน้าหนาวในเมืองไทยเรานั้น ดินแดนทางภาคเหนือนั้นชื่อว่ามีความหนาวเหน็บยิ่งนัก หลายครั้งที่อากาศหนาวถึงกับลบหลายองศา แต่ทว่าหลวงพ่อเกษมนั้นท่านมีขันติธรรมเป็นเลิศ ท่านได้กระทำสิ่งที่บุคคลทั้งหลายกระทำได้ยาก ท่านได้ทำการพิสูจน์จิตใจของท่านด้วยความเด็ดเดี่ยวหาผู้ใดเทียมได้
ด้วยความที่หลวงพ่อกระทำเหตุอันเป็นเรื่องอัศจรรย์ปานนี้ หลายครั้งที่เคยมีผู้เข้าไปถามหลวงพ่อว่า ระหว่างที่หลวงพ่อนั่งอยู่ท่ามกลางแสดงแดดที่มีอุณหภูมิ ระดับ 30-40 องศานั้น หลวงพ่อไม่ร้อนบ้างหรือ เพราะอย่าว่าแต่จะให้คนธรรมดาสามัญอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องออกไปนั่งท่ามกลางแดดเปรี้ยงอย่างนั้นเลย แม้แต่อยู่ในร่มเราก็ร้อนกันจนต้องอาบน้ำเพื่อผ่อนคลายความร้อนอยู่แล้ว แต่นี่หลวงพ่อกลับนั่งท่ามกลางเปลวแดดทั้งวันท่านไม่รู้สึกว่าร้อนหรือ?
ต่อคำถามที่ผู้คนมักจะถามหลวงพ่อทำนองนี้บ่อย ๆ ซึ่งท่านมักจะตอบเพียงว่า เมื่อร้อนเราก็อย่าไปร้อนกับมัน แม้มีฝนเราก็อย่าได้ไปกังวลกับมัน เมื่อมันหนาวเราก็อย่าไปหนาวกับมัน
จากคำกล่าวของหลวงพ่อเป็นเช่นนี้ หากว่าเราท่านไม่ได้นำเอาคำกล่าวของท่านมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนก็ดูเหมือนว่าเป็นเพียงคำพูดแบบธรรมดา แต่หากจะนำมาใคร่ครวญดูแล้วหลวงพ่อเกษมท่านได้แสดงธรรมขั้นสูงที่ท่านได้สำเร็จแก่ผู้ที่ได้เข้าไปกราบนมัสการเรียนถามแล้วคือ การไม่ไปยึดมั่นถือมั่นกับความทุกข์อันเกิดแต่ธรรมชาติ สามารถแยกแยะระหว่างความทุกข์ในกับทุกข์ภายนอกสามารถแยกจิตออกจากสภาพแวดล้อมได้อย่างสิ้นเชิง
ราคา 4,500 ฿
ค่าจัดส่ง : ฟรีทั่วประเทศไทยครับ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://www.charuntaree.co.cc
ร้านค้าออนไลน์ชลัญธรี มีวิธีการชำระเงิน และส่งสินค้า อยู่ 2 วิธี คือ
1. โอนเงินเข้าบัญชี
ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี นายจักรี กมลรัตน์ บัญชีเลขที่ 5192010189
เมื่อโอนเงินเสร็จแล้วโทรมาที่เบอร์ ( ปุ๊ สุวรรณภูมิ 0850310008 ) เบอร์บ้าน 027370055
ทำการแจ้งที่อยู่ที่ต้องการให้ส่งสินค้าทางโทรศัพท์ หรือแจ้งทางEmail
หลังจากนั้นจะส่งสินค้าให้ทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน รับประกันตลอดจนถึงมือผู้รับพอใจสินค้า ตามมาตรฐานสากลนิยม
2. นัดเจอกันตามความสะดวก |
|