| หัวข้อกระทู้ : วันนี้ขอเป็นสาระสักหน่อยนะครับ นอกจากดูเพลินแล้วต้องได้ความรู้ด้วยครับ |
 (D)

สำหรับพระรัชกาลที่ได้มีการสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้น เดิมทีเดียวมีการสร้างด้วยวัสดุหลายอย่างแต่ส่วนมากจะเป็นโลหะกับไม้ หรือดินหรือแกะด้วยหิน หรือหินอัญมณี
แต่ต่อมาเมื่อวิวัฒนาการต่างชาติเริ่มแผ่ขยายมาสู่ประเทศไทย ทำให้ไทยได้่รู้จักวัสดุที่ทำจากทรายบริสุทธิ์ที่นำมาหล่อหรือที่เราเรียกกันว่า "แก้ว" นั่นเองครับ
จากวัสดุดังกล่าวในสมัยก่อนนั้นถือว่าเป็นของที่มีค่าเพราะกระทำได้ยากเนื่องจากต้องใช้้เทคโนโลยีชั้นสูงในการหลอมละลาย จึงจะได้แก้วมาแต่ยังไม่บริสุทธิ์สีจะออกขาวขุ่นและมีสีขาวเพียงสีเดียว
ต่อมาเมื่อไทยได้รู้จักคำว่าแก้วมากขึ้น การใช้แก้วทำประโยชน์จึงมีมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ ขุนนาง หรือเศรษฐีผู้มีอันจะกิน ต่างก็ได้พยายามสรรหาวัสดุพิเศษเพื่อนำมาสร้างเป็นพระพุทธรูปซึ่งถือเป็นของมีค่าเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และนี่ละครับคือที่มาของพระพุทธรูปหล่อด้วยแก้วนอก สมัยรัชกาล ซึ่งเราจะพบเห็นตามพิพิธภัณฑ์ หรือวัดต่างๆจำนวนมาก ซึ่งในการสร้างนั้น ผู้สร้่างจะนำพระที่หล่อด้วยแก้วจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพงมาแล้วจะให้ช่างซึ่งสมัยก่อน จะเป็นช่างสิบหมู่ ตีแผ่นทองบางๆ ประกอบขึ้นเป็นพระเกศสำหรับครอบไว้บนเศียรพระ ทำฉัตรและฐานด้วยโลหะหรือไม้ ลงชาดปิดทองอย่างสวยงาม คล้ายกับพระแก้วมรกตในปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันจะ้พบเห็นได้น้อยมาก
บังเอิญโชคดีเมื่อสองสามวันก่อน นั่งอยูในสนามพอดีเลยขอแบ่งๆกันมา ตั้งใจว่าจะมาทำฐานและตีแผ่นทองพร้อมฉัตร วันนี้ได้โอกาสเลยนำมาแบ่งให้พวกพ้องน้องพี่ชมกันก่อนครับ เมื่อได้ทำฐานและฉัตรเรียบร้อยเมื่อไรแล้ว คงจะนำมาให้ชมกันอีกครั้ง ครับ 
สำหรับองค์นี้หน้าตัก ๔ นิ้ว หากใช้กล้องส่องผิวจะเห็นว่ามีอายุเนื่องจากผิวแก้วจะไม่ใสตึงหรือเนียนแบบแก้วใหม่ และเนื้อในจะขุ่นไม่ใส เนื่องจากสมัยก่อนไม่สามารถทำแก้วให้ใสบริสุทธิ์ได้เหมือนปัจจุบัน ครับ 
ถือว่าเป็นความรู้นะครับ เพราะผมเชื่อว่าหลายท่านอาจจะคิดว่ามีเฉพาะเนื้อโลหะอย่างเดียว ครับ  |
|
|