ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : หลวงพ่อหิน วัดหนองสนมจังหวัดระยอง

(D)
หลวงปู่หิน ถาวโร ชมทางศรัทธาระยอง

คอลัมน์ อริยะโลกที่6

สุวิมล เรืองทับ

"ถ้ามีวัตถุมงคลของหลวงปู่หินอยู่กับตัวแล้ว ก็ไม่ต้องไปแสวงหาสิ่งใดอีก"
คำกล่าวของศิษยานุศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่าของหลวงปู่หิน หรือพระครูวิจารณ์ธรรมกิติ
พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองระยองและภาคตะวันออก

ถึงแม้ว่า หลวงปู่หิน ได้ละสังขารจากไปอย่างสงบ มานานกว่า 40 ปีแล้ว
แต่ความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวเมืองระยอง ยังคงมิรู้เสื่อมคลาย

และยังคงยึดถือในหลักคำสอนที่หลวงปู่หิน ได้พร่ำสอนญาติโยมว่า "อย่าตั้งตนไว้บนความประมาท"


อัตโนประวัติ พระครูวิจารณ์ธรรมกิติ หรือ หลวงปู่หิน มีนามเดิมว่า หิน หอมหวาน เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 3
ธันวาคม 2424 ตรงกับขึ้น 12 ค่ำ เดือน 1 ที่ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายปล่อง
และนางทบ หอมหวาน มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 5 คน หลวงปู่หินเป็นบุตรคนที่ 3

ในช่วงเยาว์วัย ด.ช.หิน อายุ 12-13 ปี ได้ไปอยู่ศึกษาเล่าเรียนหนังสือกับพระภิกษุที่วัดทับ
พออ่านเขียนได้เล็กน้อย ก่อนย้ายกลับมาอยู่กับครอบครัว ช่วยเหลือบิดามารดา ประกอบอาชีพทำนา

ครั้นอายุครบ 18 ปี นายหินได้เข้ารับราชการทหาร อยู่ประจำการในกรมกองนานถึง 5 ปี พออายุ 22 ปี
นายหินได้ออกจากราชการทหาร กลับมาอยู่กับครอบครัว ช่วยเหลือบิดามารดาประกอบอาชีพเช่นเดิม

เมื่ออายุได้ 24 ปี นายหิน ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดจันทอุดม
(วัดเก๋งที่ตั้งโรงพยาบาลระยองในปัจจุบัน) โดยมีพระครูสงฆ์ วัดจันทอุดม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดแอ่ว
วัดป่าประดู่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการเชิง วัดหนองสนม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ 3
กรกฎาคม 2477 ได้รับฉายาว่า "ถาวโร"

พระหินได้อยู่จำพรรษาเล่าเรียนอักขระสมัยกับอาจารย์ที่วัดหนองสนมเรื่อยมาจนถึง พ.ศ.2454 พรรษาที่ 8
ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองสนมและเป็นพระกรรมวาจาสวดนาค

พ.ศ.2466 ได้เป็นพระวินัยธรรม ฐานานุกรมในตำแหน่งของพระครูสมุทรสมานคุณ เจ้าคณะจังหวัดระยอง พ.ศ. 2468
ได้เป็นเจ้าคณะตำบลเนินพระ พ.ศ.2470 ท่านได้ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเนินพระ

พ.ศ.2481 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนาม
"พระครูวิจารณ์ธรรมกิติ" พ.ศ.2487 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2489
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทับ

หลวงปู่หิน เป็นพระสงฆ์อีกรูปหนึ่งที่มีเถระประวัติอันควรค่าแก่การศึกษา สำหรับชนรุ่นหลังเป็นอย่างยิ่ง
ตลอดชีวิตของการครองสมณเพศของท่าน ล้วนแต่มั่นคงอยู่ในศีลในธรรม

หลวงปู่หิน เป็นพระผู้ทรงธุดงคคุณ ชอบจาริกไปอยู่ตามขุนเขาป่าดงดิบเขตประเทศพม่า
โดยไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายใดๆ จนมีกิตติศัพท์เลื่องลือ เป็นที่ยอมรับในทางเมตตา คงกระพันชาตรี
และคาถาอาคมขลัง

นอกจากนี้ หลวงปู่หิน ยังแตกฉานในภาษาบาลี ขอม จนได้รับการยกย่องจากฝ่ายบ้านเมืองในสมัยนั้น
โดยแต่งตั้งให้ท่านเป็นกรรมการศึกษาอำเภอ วางแผนจัดการศึกษาและสร้างโรงเรียนไว้หลายแห่ง ทำให้วัดหนองสนม
เต็มไปด้วยชาวพุทธที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงปู่หิน

จนกระทั่ง วัดหนองสนม เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2505 หลวงปู่หิน ได้ละสังขารไปอย่างสงบ ณ กุฏิเจ้าอาวาสวัดหนองสนม
อันเป็นกุฏิที่ท่านสร้างและอยู่จำพรรษา จนถึงวาระสุดท้าย สิริอายุ 80 พรรษา 56 มีสัทธิวิหาริก
(ลูกศิษย์ที่ท่านบวช) รวมทั้งสิ้น 1,538 รูป
สำหรับวัตถุมงคล ของ หลวงปู่หิน นั้นท่านสร้างหลายแบบด้วยกัน ทั้ง รูปหล่อ มี ๒ รุ่น เหรียญมี ๓ รุ่น ผ้ายันต์ขาวแดง อันโด่งดัง และ ผ้ายันต์พัดโบก ทางด้านค้าขาย ท่านก็มี แต่วัตถุมงคลของท่าน นั้นทำน้อยมาก และ ปัจจุบัน หาพบเจอได้ยากยิ่ง

โดยคุณ toeirayong (394)(3)   [จ. 29 ธ.ค. 2551 - 21:58 น.]



โดยคุณ toeirayong (394)(3)   [จ. 29 ธ.ค. 2551 - 22:05 น.] #469088 (1/9)


(D)


เหรียญรุ่นแรก จัดสร้างในปี พ.ศ.๒๔๘๙ เนื่องในงาน ผูกพัทสีมา วัดหนองสนม เป็นเนื้อทองแดง กะไหล่เงิน และ กะไหล่ทอง

เหรียญนี้กะไหล่ทอง เป็นเนื้อกรรมการ ครับ หายากส์สุดๆครับ
กะไหล่ครบแต่เลอะๆไปหน่อย แค่นี้ก็หายากแล้วครับ ติหนิได้ครับ

โดยคุณ toeirayong (394)(3)   [จ. 29 ธ.ค. 2551 - 22:07 น.] #469093 (2/9)
เหรียญนี้ มรดกตกทอดครับ เนื้อทองแดง
ปู่แขวนมาก่อนครับ เลยหย่อนสวยไปหน่อย
แล้วก็หนังสือ แจก หลังจากท่าน มรณภาพครับ
เชิญ ติ-ชมครับ ผมมม

โดยคุณ toeirayong (394)(3)   [จ. 29 ธ.ค. 2551 - 22:08 น.] #469096 (3/9)


(D)


เหรียญนี้ มรดกตกทอดครับ เนื้อทองแดง
ปู่แขวนมาก่อนครับ เลยหย่อนสวยไปหน่อย

เชิญ ติ-ชมครับ ผมมม

โดยคุณ toeirayong (394)(3)   [จ. 29 ธ.ค. 2551 - 22:10 น.] #469100 (4/9)


(D)
แล้วก็หนังสือ แจกงานศพ ท่านครับ
ของปู่แกแหละ แหะๆๆ


ไปก็อบข้อความเขามา ว่า...
.......มีพระรูปหนึ่งที่ หลวงปู่ทิม มักเล่าให้ผมฟังอยู่เสมอว่า มีวัดหนึ่งซึ่งเรียกว่า “วัดหนองสนม” มี “ท่านพ่อหิน” เป็นเจ้าอาวาส ท่านเล่าว่า...หลวงพ่อหิน เป็นพระที่หลวงพ่อสังข์เฒ่า บวชให้ โดยมี หลวงพ่อแอ่ววัดป่าประดู่เป็นพระกรรมวาจาจารย์ได้รับฉายาว่า “ถาวโร” หลังจากที่บวชแล้ว ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดทับมาประมาณ พ.ศ. 2449

.......หลวงพ่อหิน ท่านได้เล่าเรียนวิชาอาคมต่างๆ จาก หลวงพ่อสังข์เฒ่า เนื่องจากอุปนิสัยของหลวงพ่อหินนั้นท่านเป็นคนดื้อและแข็งกร้าว เป็นคนอยากลองดี โดยเหตุที่พระอุปัชฌาย์ ของท่านเป็นพระที่ดุมาก มีระเบียบวินัยจัด ใครทำผิดวินัยแล้ว หลวงพ่อสังข์เฒ่าจะต่อว่าและดุด่าทีนที คนไหนที่ท่านดุด่าแล้วไม่รู้จักจำ ท่านจะไล่ออกจากนอกวัดทันทีแต่หลวงพ่อหินท่านไม่กลัวหลวงวพ่อสังข์เฒ่า ดุก็ดุไปถ้าท่านไม่ทำผิดวินัยซะอย่าง

.......เวลาวัดมีงานท่านก็ออกมาช่วยอะไรที่ไม่ดี ท่านก็ทำให้ดีขึ้น คาถาอาคมที่ตนเองเล่าเรียนมา ถ้าไม่รู้ท่านจะรีบถาม “หลวงพ่อสังข์เฒ่า” ทันทีจึงทำให้หลวงพ่อสังข์เฒ่าท่านรักหลวงพ่อหินมาก และก็ได้ถ่ายทอดวิชาต่างๆ ให้หลวงพ่อหินจนหมด

.......หลวงปู่ทิม ได้เล่าว่า หลวงพ่อหินมีวิชาคงกระพันสูง สามารถปลุกเสกผ้าและหมากพลูให้เป็นสัตว์ต่างๆได้สมัยที่ท่านไปกราบหลวงพ่อหินที่วัดหนองสนม ได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อเคยเอ่ยถามหลวงพ่อหินว่า “เรื่องคาถาอาคมนั้นมีจริงหรือไม่? และท่านพ่อมีความเชื่อในด้านคาถาที่เกี่ยวกับเสกของให้เป็นสัตว์นั้นเป็นจริงหรือ?”

.......หลวงพ่อหิน ได้ฟังเช่นนั้นท่านก็ไม่ตอบได้แต่ยิ้ม สักพักหนึ่งท่านก็กวักมือทำเป็นเรียกตัวอะไรให้ออกมาจากใต้โต๊ะ ปรากฏว่าเป็นลูกหนูตัวหนึ่ง ซึ่งท่านเอามือเคาะที่พื้นเบาๆ ลูกหนูตัวนั้นก็วิ่งไปที่มือของท่านหลวงปู่ทิมเห็นเช่นนั้นก็มองดู สักพักหนึ่งปรากฏว่าลูกหนูที่อยู่ในมือหลวงพ่อหินกลายเป็นเส้นด้ายขดหนึ่ง

.......ท่านมองหลวงปู่ทิมและพูดว่า “คาถาอาคมที่เราถืออยู่ทุกวันนี้ ถ้าคิดว่าเป็นจริงมันก็จริง แต่คนที่จะทำถึงขั้นนี้ได้ ต้องฝึกจิตมาเป็นอย่างดี” ซึ่งครั้งหนึ่ง “หลวงปู่ทิม” ก็เคยเสกผ้าให้เป็น “กระต่าย” กระโดดโลดเต้นให้ลูกศิษย์เห็นต่อหน้า “หลวงปู่แก้ว” มาแล้ว ซึ่งผมและโยมสาย แก้วสว่าง ก็อยู่ในเกตุการณ์วันนั้นด้วย

.......หลวงพ่อหิน ท่านสร้างวัตถุมงคลได้ขลังมาก เหรียญของท่านเยี่ยมยอดในด้านคงกระพัน ส่วนรูปหล่อของท่านก็หนักไปในด้านคงกระพันเช่นกัน จนคนในระยองต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า “ใครมีรูปหล่อของหลวงพ่อหินไม่มีวันหรอกที่จะเสียเลือดให้แก่ใคร” แสดงถึงว่า ถ้าใครคล้องเหรียญหรือรูปหล่อของท่านเชื่อขนมกินได้เลยว่า “แมลงวันไม่มีโอกาสได้ตอมเลือดอย่างแน่นอน”

.......อีกวิชาหนึ่งที่ หลวงปู่ทิม” เคยไปเรียนกับ “หลวงพ่อหิน” นั้นคือวิชาทำสีผึ้งเมตตา และหลังจากนั้นหลวงปู่ฯ ก็ได้ศึกษาเพิ่มเติมในสมุดโบราณที่จารึกโดย “หลวงพ่อสังข์เฒ่า” สีผึ้งของหลวงปู่ทิม ท่านทำได้ขลังและวิเศษมาก ผมเองทุกวันนี้ก็ใช้ติดตัวอยู่เสมอ เรื่องเมตตาไม่ต้องถามถึง เพราะตนเองใช้แล้วรู้สึกดี จึงใส่ตลับห้อยคอไว้ แต่ก็ได้ถูกเพื่อนๆ ที่รักใคร่พากันขอแบ่งไปนิดแบ่งไปหน่อยจนเวลานี้แทบจะไม่มีเหลืออีกเลยก็สมบัติผลัดกันชม จึงไม่คิดอะไรตัวเองตอนนี้ก็อายุมากขึ้นทุกวัน เรื่องเสน่ห์เห็นทีจำเป็นจะต้อง “หยุด” เสียทีถ้าไม่หยุดอนาคตคงจะไม่เหลืออะไรเป็นแน่ เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็ปวดหัวเต็มทนอยู่แล้ว เรียนผูกไม่ได้เรียนแก้ ก็เป็นเช่นนี้แหละ ผมพึ่งคิดได้ว่าคำพูดที่หลวงพ่อนิด วัดทับมา เคยพูดกับผมอยู่ประโยคหนึ่งที่ว่า “ถ้าเอ็งมัวแต่เรียนเรื่องเสน่ห์ สักวันหนึ่งเอ็งจะรู้ว่า “นรก” มันมีจริง

โดยคุณ ศตกมล (8.3K)  [อ. 30 ธ.ค. 2551 - 01:49 น.] #469265 (5/9)
เข้ามาเยี่ยมชม และศึกษาจ้า......

โดยคุณ kampeang (2.2K)(2)   [อ. 30 ธ.ค. 2551 - 12:37 น.] #469763 (6/9)
****สวยครับ นานๆจะมีให้เห็นสักองค์****

โดยคุณ จ่าอ๊อด (279)  [อ. 30 ธ.ค. 2551 - 17:13 น.] #469980 (7/9)
พระสวยข้อมูลเยี่ยมครับ สุดยอดครับ

โดยคุณ tewkeet (1K)  [อ. 30 ธ.ค. 2551 - 18:32 น.] #470038 (8/9)

โดยคุณ toeirayong (394)(3)   [ศ. 16 ม.ค. 2552 - 11:40 น.] #486397 (9/9)
ขอบคุณทุกท่าน ที่เข้าเยี่ยมชมครับท่าน

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


www1
Copyright ©G-PRA.COM