 (D)

กริ่งเขื่อนแดง ซึ่งสร้างและไปออกที่วัดศรีสุวรรณหรือวัดเขื่อนแดง ตั้งอยู่ทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตกหรือตำบลนครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อยู่ไม่ห่างไกลจากจังหวัดมากนักประมาณ 5-6 กม.
วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่โบราณอย่างน้อยอายุประมาณ 3-4 ชั่วอายุคน สมัยก่อนวัดเขื่อนแดงใช้เป็นวัดที่ประหารนักโทษอุฉกรรจ์ ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว สภาพของวัดจึงทรุดโทรมมากครับ
สืบเนื่องจากวัดเขื่อนแดงซึ่งเป็นวัดที่ชำรุดทรุดโทรมอยู่แล้ว และต่อมาได้มีคนร้ายลักลอบเข้าไปในพระอุโบสถตัดเอาเศียรพระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยเนื้อสำริด และพระอัครสาวกอีก 2 องค์ไป ชาวบ้านในระแวกนั้นจึงได้อาราธนาพระครูชอบ สุวณณกาโล มาเป็นเจ้าอาวาส
เมื่อพระครูชอบมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส สิ่งแรกที่ท่านทำการบูรณะวัดเขื่อนแดงก็คือ การบูรณะต่อเศียรพระประธาน และพระอัครสาวก รวมกัน 3 องค์ จึงได้ไปติดต่อ นายช่างจรัส พัฒนางกรู แห่งบ้านช่างหล่อ นายช่างเทพระกริ่งประจำพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราชแพ และท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) เมื่อนายช่างจรัส ได้เดินทางไปสำรวจพระทั้ง 3 องค์ เมื่อทราบว่าทางวัดขณะนั้นก็ยากจนเต็มที ด้วยความศรัทธา และความเมตตา นายช่างจรัส จึงได้ทำการเททองหล่อพระประธานขึ้นใหม่ทั้งองค์ด้วยเนื้อสำริด และทำการต่อเศียรพระสาวกให้อีก 2 องค์ โดยไม่คิดมูลค่าแต่ประการใดโดยช่างจรัส ขึ้นไปอยู่ที่วัดเขื่อนแดงเป็นเวลาถึง 5 เดือน
พระครูชอบยังเล่าถึงปฎิปทาของนายช่างจรัส ที่มีต่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น โดยไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว แล้วยังต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายไปในการนี้เป็นจำนวนมากอีกด้วย จัดหาคนเช่นนายช่างจรัส นี้ยากจริงๆระหว่างที่นายช่างจรัส ดำเนินการปั้นหุ่นพระประธานอยู่นั้น ด้วยความเมตตา ของนายช่างจรัส ที่เห็นว่าวัดเขื่อนแดงที่เป็นวัดที่ยากจนจริงๆ ท่านจึงนำพระครูชอบไปกราบหลวงปู่โต๊ะ ที่วัดประดู่ฉิมพลี และเล่าถึงความจำเป็นให้ฟัง โดยขออนุญาต หลวงปู่โต๊ะสร้างพระกริ่งขึ้นจำนวน 100 องค์ เพื่อนำไปออกให้สาธุชนบูชาเพื่อจะได้เป็นกำลังของวัดเขื่อนแดงสืบต่อไปภายหน้า โดยนำเอาแผ่นเงิน ทอง นาค ไปให้หลวงปู่โต๊ะ ลงอักขระยันต์ ตั้งพิธีโดยมีศาลเพียงตา ประกอบด้วยราชวัตรฉัตรธงถูกต้องตามพิธีเทพระกริ่ง
โดยนายช่างจรัส เป็นผู้ดำเนินการ
อาราธนา หลวงปู่โต๊ะ มาเป็นผู้ชุมนุมธาตุ และถือสายสิญจน์ ในการเทพระกริ่งโดยใช้แบบพระกริ่งจีนเล็ก ของท่านเจ้าคุณศรี วัดสุทัศน์เป็นแบบ เมื่อตัดชนวนปาดก้นเป็นท้องกระทะ บรรจุเม็ดกริ่งแล้วได้ตอกโค้ด"ต" เป็นอักษรขอมไว้ใต้ฐานองค์พระทุกองค์
เมื่อสร้างพระกริ่งเสร็จแล้ว ได้บรรจุในกล่องพร้อมกับพระที่นายช่างจรัสมอบให้อีกบางส่วน นายช่างจรัสและพระครูชอบ ได้นำเอาไปให้หลวงปู่โต๊ะปลุกเสก โดยพระครูชอบ เป็นผู้ยกเข้าไปไว้ในกุฎิที่หลวงปู่ปฎิบัติกรรมฐาน ทิ้งเอาไว้หลายเดือนจึงได้มาขอรับกลับคืนไปยังวัดเขื่อนแดง
เมื่อดำเนินการสร้างพระกริ่งเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 100 องค์ได้นำไปบรรจุใส่กล่อง พร้อมด้วยพระที่นายช่างจรัส มอบให้วัดเขื่อนแดงอีกบางส่วน นายช่างจรัส และพระครูชอบ ได้นำไปให้หลวงปู่โต๊ะปลุกเสก โดยพระครูชอบเป็นผู้ยกเอาเข้าไปไว้ในกฎิที่หลวงปู่ปฎิบัติกรรมฐาน ด้วยตัวของท่านเอง และทิ้งเอาไว้อีกหลายเดือนจึงได้มาขอรับกลับไปที่วัดเขื่อนแดง
ทั้งนี้ก็ด้วยความมีน้ำใจของช่างจรัส ที่มีความสัมพันธิ์อย่างใกล้ชิดกับหลวงปู่โต๊ะ เป็นสายสัมพันธิ์แห่งความเมตตาจนตกมาถึงท่านซึ่งไม่เคยรู้จักกับหลวงปู่โต๊ะมาก่อนเลย และเมื่อนำพระกลับมาที่วัดเขื่อนแดงแล้ว จึงได้เบิกพระเนตรพระประธาน และพระอัครสาวก ที่ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
กับยังได้ทำพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้งโดยได้นิมนต์หลวงปู่โต๊ะเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกที่วัดเขื่อนแดง ในปี 2512 จึงนับได้ว่าพระเครื่องจากวัดเขื่อนแดง หลวงปู่ได้ปลุกเสกให้เป็นเวลาเนินนานมากวาระหนึ่ง ในกุฎิวิปัสสนา ที่วัดประดู่ฉิมพลีและ ยังได้ทำพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้งที่วัดเขื่อนแดง
ดีด้วยเนื้อหา ที่นายช่างจรัส รวบรวมมาจากชนวนพระกริ่งวัดสุทัศน์ สมัยเป็นช่างเทพระกริ่งให้ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ และท่านเจ้าคุณศรี มาเทเป็นเนื้อพระกริ่งรุ่นนี้ ด้วยความเมตตา และด้วยใจอันบริสุทธิ์
และ หลวงปู่โต๊ะได้ลงแผ่นเงินทองนาค จับสายสิญจน์เททอง ปลุกเสกเดี่ยวและเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกอีกวาระ ขอขอบพระคุณ คุณนิรนาม ที่ตามสัมภาษณ์นายช่างจรัส พัฒนางกรูและท่านพระครูชอบเจ้าอาวาสวัดเขื่อนแดงและต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ นิพัทธ์ จิตรประสงค์ ที่บันทึกพระพิมพ์นี้ไว้ในหนังสือรวมภาพพระกริ่ง-พระหล่อ ของท่านไว้ให้เราได้ศึกษา
ที่มาจาก.....คุณ ศตกมล
******************************* |