 (N)

พ่อท่านคล้อย ฐานธมฺโม เป็นชาวหลังสวนโดยกำเนิด มีนามเดิมว่า คล้อย พุ่มเสมียน เป็นบุตรของโยมพ่อพุ่ม และโยมแม่แจ้ม พุ่มเสมียน ในใบสุทธิของท่านระบุว่าพ่อหลวงเกิด วันที่ ๔ มกราคม ๒๔๖๕ ตรงกับวันพุธ แรม ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีวอก แต่จากปากคำของพ่อหลวงท่านยืนยันว่าท่านเกิดวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๔๖๓ ที่บ้านปากลา ตำบลขันเงิน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร มีพี่น้องด้วยกัน ทั้งหมด ๕ คน
การอุปสมบท
ในวันเยาว์ พ่อท่านคล้อยเป็นเด็กที่อยู่ใกล้ชิดกับพระบวรพุทธศาสนามาโดยตลอด เมื่อจบการศึกษาชั้น ป.๔ ได้ไปศึกษาเรียนนอโมกับอักขระวิธีจากพระอาจารย์ชุบ สุวณฺโณ วัดปากสาก เป็นเวลานานหลายปี ต่อมาท่านเจ้าคุณเทพฯ หรือพระธรรมจารีย์มุณีวงศาจารย์( จันทร์ โกสโล ) วัดขันเงิน อดีตเจ้าคณะจังหวัดชุมพร มาทำธุระที่วัดปากสากเห็นบุคลิกท่าทางของพ่อหลวงแล้วเกิดความประทับใจ จึงได้ชวนให้มาอยู่ที่วัดขันเงิน พ่อหลวงได้ปรนนิบัติรับใช้ท่านเจ้าคุณเทพฯ เป็นเวลานานกว่า ๑๐ ปี ในระหว่างนั้นท่านเจ้าคุณเทพฯ พยายามเกลี้ยกล่อมให้พ่อหลวงอุปสมบทตลอดเวลา แต่ก็ไม่สำเร็จพ่อหลวงบ่ายเบี่ยงขอผัดผ่อนเรื่อยมา จนกระทั่งบั้นปลายชีวิตของเจ้าคุณเทพฯ ท่านได้ขอร้องแกมบังคับให้พ่อหลวงบวชสักที เมื่อบวชแล้วจะไปไหนก็สุดแล้วแต่ พ่อหลวงถามกลับว่าจะบวชไปเพื่ออะไร ท่านเจ้าคุณเทพฯตอบว่า อย่างน้อยๆก็ช่วยดูแลท่านในยามแก่ พ่อหลวงจึงได้ตัดสินใจอุปสมบท ที่อุโบสถวัดขันเงิน ในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ เมื่ออายุได้ ๓๕ ปี โดยมีท่านเจ้าคุณเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระสมุห์ชุ่ม ติกฺขปญโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า ฐานธมฺโม และต่อมา ในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเงิน
การศึกษาพุทธาคม
พ่อท่านคล้อยเป็นผู้ที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติและสนใจในการศึกษาพระเวทวิทยาคม มีพระอาจารย์ดีที่ไหน ท่านจะต้องเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อขอเรียนสรรพวิชาต่างๆเสมอ นอกจากการศึกษานอโมและอักขระวิธีจากพระอาจารย์ชุบ วัดปากสาก ท่านยังได้ศึกษาสรรพวิชาการต่างๆ จากยอดพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้ออันเกรียงไกรหลายรูปอาทิเช่น พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา หลวงพ่อคงวัดบ้านสวน พระอาจารย์หมุน วัดเขาแดง จากนั้นได้ไปศึกษาเพิ่มเติมจาก หลวงพ่อแดง วัดแหลมสอ เรียนวิชาประสานกระดูกกับพระครูอาทรธรรมวัตร วัดปากสระ ฯลฯ เมื่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเงิน ได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากตำราของหลวงพ่อแดง พุทฺโธ อดีตเจ้าอาวาสที่เป็นพระเกจิร่วมยุคร่วมสมัยกับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แม้ว่าพ่อหลวงจะเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเรื่องของการเจริญวิปัสสนากรรมฐานหรือพระเวทวิทยาคม หากท่านได้ทราบข่าวว่าพระเกจิอาจารย์รูปใดมีวิชาการพิสดารลึกซึ้ง พ่อหลวงก็จะไปขอต่อวิชาด้วย
วิชาเฉพาะตัวที่สร้างชื่อเสียงกิตติคุณให้กับพ่อหลวงมากที่สุดก็คือ " การเป่าทองเข้าตัว " วิชาเป่าทองเข้าตัว เป็นวิชาที่พ่อหลวงได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์คงซึ่งเป็นอาจารย์ของขุนแผน การเป่าทองเข้าตัว ส่วนใหญ่แล้วท่านจะกระทำในเวลากลางคืน โดยพ่อหลวงจะนั่งบนตั่งแล้วให้ผู้ที่ประสงค์จะเป่าทองเข้าตัว นั่งเรียงแถวหน้ากระดานหันหน้าเข้าหาท่าน จากนั้นพ่อหลวงจะเริ่มภาวนาพระคาถาต่างๆ อันเชิญคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาประสิทธิประสาทแก่ผู้ขอ รับการเป่าทองเมื่อจบพระคาถา พ่อหลวงจะหยิบเหล็กจารจุ่มลงในขวดน้ำมันมนต์ซึ่งมีกลิ่นหอมมาก แล้วนำมาทาบริเวณหน้าผากลงอักขระบนหน้าผากเสร็จแล้วหยิบทองคำเปลวมาปึกหนึ่ง โดยไม่ต้องนับว่ากี่แผ่น วางบนฝ่ามือของผู้ที่รับการเป่าทองแล้วจับมือพร้อมแผ่นทองคำเปลวไปกดที่หน้า ผาก ถึงตอนนี้พ่อหลวงก็จะปล่อยให้ผู้รับการเป่าทองเอามือกดหน้าผากไปเรื่อยๆ จนกว่าจะทำให้คนสุดท้ายแล้วจึงเวียนมาเป่าทองให้กับคนแรก ความรู้สึกในขณะที่ท่านกำลังเป่าทอง หลายคนบอกว่าเหมือนมีอะไรวิ่งเข้าไปในศีรษะ ขั้นตอนนี้สำคัญมากพ่อหลวงบอกว่า ใครปรารถนาหรือประสงค์จะขอสิ่งใด ให้อธิษฐานในเวลานี้ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรือเกินวาสนาบารมีที่สั่งสมมาก็จะได้ตามความปรารถนา แผ่นทองจะเข้ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวาสนาของแต่ละบุคคลเมื่อเป่าเสร็จแล้ว พ่อหลวงจะให้ผู้รับการเป่าคลี่แผ่นกระดาษหุ้มทองคำเปลวออก นับดูว่าได้จำนวนกี่แผ่น ส่วนที่เหลือให้แบมือทั้งสองข้างออกวางประกอบให้สันมือชิดกันแล้วท่านจะหยิบ เหล็กจารอันเดิมจุ่มลงในขวดน้ำมันมนต์ชโลมน้ำมันมนต์ให้ทั่วฝ่ามือทั้งสอง ข้าง นำทองคำเปลวที่เหลือแกะออกปิดลงที่ฝ่ามือจนหมดแล้วนำมือมาประกบกันถูไปมา ประมาณ ๒-๓ ที เป็นอันเสร็จพิธี
นอกจาการเป่าทองเข้าตัวแล้วพ่อหลวงยังมีสุดยอดวิชาอีกอย่างหนึ่งคือ น้ำมนต์ดอกบัวทอง ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งที่ใช้ในการเสี่ยงทายโชควาสนา โดยในสมัยก่อนพ่อหลวงมักใช้วิชานี้ควบคู่ไปกับการเป่าทองเข้าตัว โดยให้ไปหาดอกบัวที่ขึ้นตามธรรมชาติ โดยไม่มีการใส่ปุ๋ยหรือสารเคมีกะประมาณว่าอีก ๒-๓ วันจะบาน เมื่อได้มาแล้วให้เขียนชื่อลงบนกลีบบัว อธิษฐานแล้วนำไปปักที่แจกันหน้าพระประธาน จากนั้นพ่อหลวงก็จะนั่งอธิษฐานจิตตามพิธีกรรมต่างๆที่ท่านร่ำเรียนมาถ้าดอก บัวบานเร็วแสดงว่ามีโชคดี พ่อหลวงจะทำนายทายทักไปตามเกณฑ์
พ่อหลวงได้ก่อสร้างอุโบสถและศาลาอเนกประสงค์ของวัดถ้ำเขาเงินสำเร็จลุล่วงไป ในเวลาไม่นานนัก ตึกฐานธมฺโม โรงพยาบาลหลังสวนก็ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว และยังมีสาธารระประโยชน์ต่างๆที่พ่อหลวงตั้งใจกระทำต่อไป แต่ทุกอย่างเมื่อมีจุดเริ่มต้นก็มีที่สิ้นสุดเป็นปกติธรรมดาของโลกมนุษย์ หลังจากงานบูชาครูประจำปี ๒๕๓๙ เป็นต้นมา สุขภาพของพ่อหลวงได้เสื่อมถอยลงตามลำดับ จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันศุกร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๙ พ่อหลวงก็ได้ละสังขารไปในขณะที่ภารกิจต่างๆที่ท่านริเริ่มไว้ยังเหลือเพียง บางส่วนก็จะเสร็จสิ้นตามความประสงค์ของพ่อหลวง และความมหัศจรรย์ต่างๆ เกิดขึ้นจากพลังจิตอันแกร่งกล้าของพ่อหลวงได้กลายเป็นตำนานที่ศิษยานุศิษย์ ทั้งหลายไม่อาจลืมได้
โดยศิษย์พ่อหลวง
จากหนังสือชีวประวัติและภาพพระเครื่อง หลวงพ่อคล้อย ฐานธมฺโม
วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร
(ทีมงานพระเกจิ)
ต้องขออนุญาตนำลงเพื่อเผยแพร่บารมีหลวงพ่อ ไว้ ณ.ที่นี้ด้วยครับ |