ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ศิษย์เอกหลวงปู่บุญที่เรียนวิทยาคมได้เยอะที่สุด



(N)
หลวงปู่เพิ่มแห่งวัดกลางบางแก้ว ท่านเป็นศิษย์แห่งหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว สุดยอดเกจิระดับตำนานของเมืองไทย ในส่วนตัวหลวงปู่เพิ่มนั้นท่านเป็นพระที่สมถะอยู่ในธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดและยังเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์เป็นอย่างมาก จนชาวบ้านในสมัยนั้นต่างนับถือบูชาท่านไม่แพ้ในยุคของหลวงปู่บุญเลยทีเดียว นอกจากนี้ท่านยังมีชื่อเสียงด้านวิชาอาคมและพลังจิตที่สูงส่ง พระเครื่องของท่านล้วนเข้มขลังและศักสิทธ์ยิ่งนัก และนี้คือหนึ่งในประสบการณ์ของผู้ที่บูชาพระเครื่องของหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:03 น.]



โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:04 น.] #2780583 (1/7)


(N)


เหรียญหลวงปู่เพิ่ม รุ่นที่ 4 เว้นห่างจากเหรียญรุ่นที่ 3 นานถึง 4 ปี จึงมีการสร้างขึ้นโดยพระปลัดใบ คุณวีโร กับผู้เขียนเป็นผู้ไปติดต่อช่างเจริญ (ขณะนั้นอายุ 71 ปี) ร้านสุพรรณศิลป์ ถนนตะนาว กรุงเทพฯ เป็นผู้แกะแบบพิมพ์ ช่างเจริญผู้นี้มีฝีมือแกะเหรียญดีมาก เป็นช่างเก่าแก่ เหรียญวัดสุทัศน์รุ่นเก่า ๆ มักจะแกะโดยช่างเจริญ ขณะผู้เขียนไปติดต่อนั้น คุณลุงเจริญเลิกแกะแล้วเพราะสายตาไม่ค่อยดี แต่ด้วยอยากได้ฝีมือแกะดีผู้เขียนและพระปลัดใบจึงอ้อนวอนจนท่านมีความเมตตา บอกว่าขอแกะให้เป็นงานชิ้นสุดท้าย แต่จะรีบร้อนไม่ได้เหรียญรุ่นนี้จึงไปให้ท่านแกะให้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2516 เพื่อให้ใช้ทันงานทำบุญวันเกิดหลวงปู่เพิ่มครบรอบ 89 ปี ในปี พ.ศ. 2517 การแกะพิมพ์ใช้เวลานานถึง 2 เดือนเต็ม จึงเริ่มลงมือปั๊มได้เหรียญรุ่นนี้จัดว่าเป็นเหรียญที่มีความงามมากที่สุดใน จำนวนเหรียญทุกรุ่นและใบหน้าหลวงปู่มีความเหมือนมาก ถึงแม้จะแกะเป็นรูปนั่งสมาธิเต็มองค์ ใบหน้ามีขนาดเล็กแต่ก็มีความเหมือนมีชีวิตชีวา นับว่าไม่เสียโอกาสที่ให้ช่างเจริญนายช่างฝีมือเยี่ยมผู้มีวัยสูงบรรจงแกะ เป็นงานชิ้นสุดท้ายของท่าน

เหรียญรุ่นที่ 4 ซึ่งออกในงานทำบุญวันเกิดเดือนมกราคม 2517 นี้เป็นเหรียญรูปพัดยศของหลวงปู่ ตรงกลางเป็นรูปหลวงปู่นั่งสมาธิเต็มองค์ ห่มพาดสังฆาฏิรอบขอบเป็นลายกนกเช่นเดียวกับพัดยศชั้นเจ้าคุณของท่าน ด้านพื้นข้างองค์ของหลวงปู่เป็นลวดลายพื้นพัดเช่นกัน ช่องลายใต้ฐานมีอักษรไทยเป็นเลขไทยตัวเล็ก ๆ เขียนว่า 󈬁” หากไม่สังเกตให้ดีจะมองไม่เห็น ตัวเลขนี้แสดงถึงปี พ.ศ. 2517 นั่นเอง ด้านหลังของเหรียญเป็นยันต์ “นะโมพุทธายะ” แบบพุทธซ้อนตรงกลางแล้วมีอักษรไทยเขียนด้านล่างอ่านว่า “หลวงปู่เพิ่มอายุครบ 89 ปี” บรรทัดล่างอ่านว่า “วัดกลางบางแก้ว” ส่วนมุมบนข้างขอบเหรียญจะมีรอยหลวงปู่ลงจาร “เฑาะว์มหาอุด” บางอันก็จะลง “เฑาะว์มหาพรหม” แบบเฑาะว์ขึ้นยอดก็มี เหรียญรุ่นนี้ตัดขอบชิดลายแบบไม่มีห่วง ฝีมือแกะแบบตื้น ๆ แต่ลายละเอียดคมชัด

ใบหน้าของหลวงปู่สังเกตด้วยกล้องจะพบว่ามีชีวิต และมีเค้าหน้าเหมือนชนิดใกล้เคียงมากทีเดียว ลวดลายของเส้นมีศิลป์งดงาม จึงนับว่าเป็นเหรียญที่มีความงดงามมาก

เนื้อของเหรียญชนิดทองแดงพระปลัดใบ และผู้เขียนได้รวบรวมแผ่นยันต์ที่หลวงปู่เป็นผู้ลงจารจำนวนหลายแผ่นกับ ตะกรุดเก่า ๆ ไม่ทราบหลวงพ่อและพระบูชาหัก ๆ ชนวนพระชัยวัฒน์หลวงปู่บุญ โลหะสัมฤทธิ์เก่า ๆ หลายชนิด เอาไปหลอมหล่อผสมกับทองแดงแล้วจึงปั๊มเป็นเหรียญรุ่นนี้ขึ้น ได้จำนวน 3,000 เหรียญ มีเศษเหลือนิดหน่อย ผู้เขียนจำไม่ได้ แต่ไม่ถึง 100 เหรียญ ทองแดงที่ผสมเทเป็นแผ่นไว้ก็หมดลง จึงยุติลงแค่นั้น เหรียญทองแดงที่ปั๊มได้ทดลองตัดขอบครั้งแรกให้ช่างทำพิมพ์ตัดหยักตามลายด้าน ขอบล่างแต่การตัดลำบาก จึงทำพิมพ์ตัดใหม่ไม่หยักตาม ลาย เหรียญที่ตัดตามหยักลายทำได้เพียงสามเหรียญเท่านั้นเอง นอกนั้นทีเหลือจึงตัดเรียบตามแนวขอบทั้งหมด เหรียญรุ่นนี้ชนิดทองแดงกะไหล่ทองหมดทุกเหรียญ

นอกจากเหรียญเนื้อทองแดง 3,000 เหรียญดังกล่าวแล้ว ยังได้สร้างเหรียญชนิดเนื้อเงิน โดยเอาชนวนของเหรียญทองแดงผสมลงในเนื้อเงินเล็กน้อยแล้วปั๊มเอาไว้ได้ 90 เหรียญเท่านั้น

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:04 น.] #2780584 (2/7)
เหรียญรุ่นสี่จึงจัดว่าเป็นเหรียญรุ่นที่ดีทั้งเนื้อ เหรียญและมีความงดงาม นับว่าเป็นเหรียญรุ่นเดียวของหลวงปู่ที่มีการผสมทำเนื้อเหรียญเป็นพิเศษ รวมทั้งการปลุกเสกและลงจารด้วยมือหลวงปู่ครบทุกเหรียญ ใครมีไว้เป็นโชคดีจงเก็บรักษาไว้ให้ดีเถิด เพราะจัดเป็นเหรียญรุ่นเดียวที่หลวงปู่ลงจารแผ่นยันต์หลอมเนื้อเหรียญด้วย องค์ท่านเองและยังมีตะกรุดหลวงปู่บุญ ตลอดจนมงคลวัตถุอื่น ๆ ผสมอยู่เนื้อของเหรียญอีกด้วย หรือใครมีโอกาสพบเห็นจงรีบเก็บไขว่คว้าเอาไว้โดยไว

ประสบการณ์ของเหรียญรุ่นสี่นี้ที่แน่ ๆ คือ ทางแคล้วคลาดและเมตตามหานิยม มีคนประสบมาไม่น้อย คุณครูแสวง สินยังผล เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า หลังจากมาบวชกับหลวงปู่แล้วก็ได้แขวนเหรียญรุ่นสี่ของหลวงปู่เพียงเหรียญ เดียวเท่านั้น เพราะหาเหรียญรุ่นแรกไม่ได้ประกอบกับชอบเหรียญรุ่นนี้เพราะมีความสวยงาม จึงอัดพลาสติกแขวนคอประจำ มีประสบการณ์ทางด้านเมตตามหานิยมดีมากจนตนเองประหลาดใจ และมีอยู่ครั้งหนึ่งขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านตอนเช้าจะไปสอนหนังสือ รถบรรทุกสองคันวิ่งแซงกันมาสวนกับจักรยานยนต์ของคุณแสวงสุดวิสัยจะหักหลบทัน ปรากฏว่ารถบรรทุกคันที่แซงมาแทนที่จะเลือกชนจักรยานยนต์ของคุณแสวงกลับหัก เข้าหารถบรรทุกด้วยกันชนกันสนั่นหวั่นไหวตกลงไปข้างถนนทั้งคู่ คนขับรถบรรทุกคันที่แซงไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก แต่คนขับรถคันที่ถูกชนบาดเจ็บสาหัส พอดีกับตำรวจจราจรอยู่ใกล้ ๆ กันนั้นมาทันเหตุการณ์ คนขับรถคันที่แซงจึงหนีไม่ทันโดนจับไป คุณแสวงเล่าต่อไปว่า เขาหยุดดูเหตุการณ์ตลอดจนตำรวจจับคนขับรถก็เข้าไปดู และได้ยินคนขับพูดว่าเขากลัวจะชนต้นไม้ใหญ่จังหักเข้าไปชนรถบรรทุกอีกคัน หนึ่งซึ่งเขาแซงขึ้นมา แต่เมื่อชนแล้วขึ้นมาดูก็แปลกใจว่าบริเวณนั้นไม่มีต้นไม้ใหญ่เลยแม้แต่ต้น เดียวทำไมเขาจึงเห็นมีต้นไม้ใหญ่ได้ นับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก คุณครูแสวงเล่าว่าตัวเขาเองขณะเกิดเหตุการณ์นั้นตกใจมากหักหลบไม่ทันในใจนึก ว่าแหลกเหลวแน่ แต่ก็พ้นเหตุการณ์วิกฤตมาได้ด้วยบารมีของเหรียญหลวงปู่เพิ่มที่แขวนในคอ เพียงเหรียญเดียวเท่านั้น

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:07 น.] #2780592 (3/7)


(N)


" เบี้ยแก้ "เป็นวัตถุมงคลชนิดหนึ่งที่มีมานานแล้ว ถือว่ากันว่าเป็นวัตถุมงคลที่มีค่ามากมายมหาศาล เพราะมี
พุทธคุณ สรรพคุณ หลายด้าน เช่น

ด้านคงกระพัน
สามารถป้องกันศาสตราวุธได้มากมายหลายชนิด เช่น มีด ไม้ ของแหลม แต่สมัยก่อนนั้นยังไม่มีปืน ซึ่งภายหลัง
หลังจากที่มีอาวุธปืนใช้แล้ว มีผู้ทดลองไปใช้ ปรากฏว่าสามารถป้องกันอาวุธปืนได้ แต่ต้องไม่อยู่ในระยะประชิด หรือไม่ใช่
ระยะ "เผาขน"

ด้านแคล้วคลาด
แบ่งเป็นเรื่องของการแคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัตเหตุ หรือเรื่องของการถูกทำร้าย แคล้วคลาด
จากสิ่งที่ชั่วร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิญญาณ เรื่องของคุณไสย ภูติผีปีศาจ
ผู้ที่มี " เบี้ยแก้ " จะไม่มีทางตายโหงด้วยอุบัติเหตุ
ผู้ที่มี " เบี้ยแก้ " จะไม่ถูกผี ปีศาจ หรือวิญญาณชั่วร้ายหลอกหลอน
ผู้ที่มี " เบี้ยแก้ " จะไม่ถูกคุณไสย หรือพลังงานที่ชั่วร้ายทำร้าย อย่างแน่นอน
ผู้ที่มี " เบี้ยแก้ " จะปลอดภภัยจากอันตรายทุกอย่างทุกประการ

ด้านร้ายกลับเป็นดี
ผู้ที่มี " เบี้ยแก้ " ไว้บูชา ไม่ว่าจะเป็นของครูบาอาจารย์ท่านใดก็ตาม จะมีคุณสมบัติในเรื่องช่วยให้เรื่องร้ายๆ หรือ
เรื่องที่ไม่ดีต่างๆ ให้กลับกลายเป็นเรื่องที่ดี อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของคำว่า " เบี้ยแก้ " ที่มีความหมายว่า แก้ในสิ่ง
ที่ไม่ดี ให้กลับเป็นดีขึ้นได้

ด้านการ "บรรเทาโรคต่างๆ"
ผู้ที่เป็นโรคต่างๆ ทั้งที่ร้ายแรงและไม่ร้ายแรง " เบี้ยแก้ " สามารถ "บรรเทา" ให้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ซึ่งหลายคน
ก็พอใจในอาการที่ดีขึ้น
แต่ต้องเรียนชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ซึ่งหมายความว่าทุกคนอาจจะได้รับผลจาก " เบี้ยแก้ " ไม่
เหมือนกัน บางคนอาการดีขึ้น บางคนก็หาย หรือบางทีก็ไม่หายเลย
แต่ที่แน่ๆ จะดีขึ้นกว่าเก่าแน่นอน....แต่จะดีขึ้นมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัย และองค์ประกอบหลายอย่าง
จึงขอแนะนำว่า ผู้ที่จะนำ " เบี้ยแก้ " ไปใช้ในเรื่องของการบรรเทาโรคภัยได้เจ็บนั้น ขอให้เป็นผู้ที่หมดหนทางการ
รักษา โรคที่ฉุกเฉิน หรือรักษาที่ไหนไม่หาย เป็นโรคเริ้อรังที่ทรมาน หรือหมดโอกาสในทางแพทย์แผนปัจจุบันแล้วเท่านั้น
เบี้ยแก้ ไม่ใช่แร่วิเศษ ที่สามารถจะช่วยให้ท่านหายได้ ตามใจ....ที่ปรารถนา
ขอเน้นว่า......หากเป็นโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ท่านควรไปหาแพทย์แผนปัจจุบันก่อน เพราะแผนปัจจุบันนั้นมีเครื่องมือ
อุปกรณ์ และยาที่ทันสมัยมากกว่า มีการตรวจหาสาเหตุ และวิเคราะห์โรคด้วย
แต่ถ้าทางแผนปัจจุบันไม่รับ หรือหมดหนทางที่จะเยียวยา หรือหมดโอกาสแล้ว ลองใช้ " เบี้ยแก้ " ดู ก็ไม่น่าจะ
เป็นเรื่องที่เสียหาย เพราะถ้าเป็นขนาดนี้แล้ว รักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ (อาจ) ตาย จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่น่าลอง ใช่หรือไม่ ?
โรคภัยไข้เจ็บที่ "แร่ปรอท" สามารถช่วยได้มีมากมาย หากโรคนั้นไม่เกี่ยวกับ "กรรม" ที่เคยทำไว้ในอดีต แต่การที่จะ
ดีขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ดังนี้
1. ระยะเวลาที่เป็นโรค ต้องดูด้วยว่าโรคที่เป็นนั้น เป็นมานานแค่ไหน ? ถ้าเป็นมานาน จะใช้แร่ปรอทรักษาให้หาย
หรือให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วทันใจคงไม่ได้ ต้องใข้เวลารักษาพอสมควรกกับโรคที่เป็น
2. อาการของโรค ถ้าเป็นโรคที่มีอาการหนักมาก หรือบริเวณที่เป็นค่อนข้างมาก จะให้หายหรือดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทันใจก็คงไม่ได้เช่นกัน ต้องใจเย็นๆ จะบรรเทาขึ้นทีละน้อยๆ จนเป็นที่พอใจ
3. ความสมดุลย์ของแร่กับโรค ถ้าเป็นโรคที่มีอาการหนักมาก หรือบริเวณที่เป็นค่อนข้างมาก เช่น อัมพฤกษ์
อัมพาตทั้งซีก ฯลฯ จะใช้แร่แค่ชิ้นเล็กๆ คงไม่ได้ผลมาก ต้องใช้จำนวนเนื้อแร่ให้มากตามไปด้วย
ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูล

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:11 น.] #2780595 (4/7)


(N)
ภาพบูชาของหลวงปู่เพิ่ม ที่สร้างในปี2518 ออกในนนามมูลนิธิวิทยา

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:15 น.] #2780604 (5/7)


(N)
แบบครึ่งองค์ ที่ออกในปี2518 มูลนิธิเพิ่มวิทยา จัดสร้าง
พิธีใหญ่ นิมนต์พระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ มาเสกกันหลายรูปอาทิเช่น หลวงพ่อเงิน วัดดอนายายหอม
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงปู่เขียว วัดหรงบน อาจารย์นำ วัดดอนศาลา หลวงพ่อคลิ้ง วัดถลุงทอง หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงปู่แช่ม วัดดอนยายหอม หลวงพ่อสุด วัดกาหลง หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ หลวงพ่อผ่อง ( ปรมาจารย์ผ่อง ) วัดจักรวรรดิ์ เป็นต้น

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:17 น.] #2780605 (6/7)


(N)


พระเกจิอาจารย์ที่มาเสกวัตถุมงคลของมูลนิธิเพิ่มวิทยา

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [ส. 13 เม.ย. 2556 - 21:18 น.] #2780608 (7/7)


(N)
2

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1