 (N)

จังหวัดนครปฐม เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน เป็นเมืองที่พระพุทธศาสนา ตลอดจนศิลปกรรมทางด้านศาสนาเฟื่องฟูชัดเจน
มากมายด้วยพระเกจิอาจารย์จากอดีตสู่ปัจจุบัน ล้วนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ปัจจุบันมีพระเถระใหญ่คือ "พระธรรมเสนานี" หรือ "หลวงพ่อชุณห์ กิตติวัณโณ" ชื่อที่ญาติโยมเรียกจนติดปาก
เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม มีความโดดเด่นในด้านงานปกครองคณะสงฆ์และงานเผยแผ่หลักธรรม ในฐานะพระนักเทศน์ ที่มีสำเนียงชัดถ้อยเรียงร้อย ก้องกังวานไกล สร้างคนให้เป็นคนดีมาแล้วมากมาย
ปัจจุบัน สิริอายุ 87 พรรษา 67 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังตะกู ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม
อัตโนประวัติ มีนามเดิม ชื่อ ชุณห์ ภูศรี เกิดเมื่อวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2468 เกิดที่บ้านวังตะกู หมู่ที่ 8 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นคร ปฐม เคยรับราชการเป็นครูสอนที่โรงเรียนประชาบาลบ้านบ่อด่าน วัดทัพยายท้าว
ในวัยเยาว์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดทัพหลวง จ.นครปฐม
กระทั่งเมื่ออายุครบเกณฑ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันพุธที่ 11 ก.ค. 2488 ณ วัดทัพหลวง โดยมีพระราชธรรมาภรณ์ วัดดอนยายหอม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวิหารการโกวิท วัดทัพหลวง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการไข่ วัดม่วงตารศ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายา กิตติวัณโณ มีความหมายว่า ผู้มีชื่อเสียงดีงาม
หลังอุปสมบท มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ จากสำนักเรียนวัดปากน้ำภาษีเจริญ
สร้างคุณูปการต่อชาวเมืองนครปฐมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานด้านการศึกษา ตั้งแต่ปีพ.ศ.2494 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการคุมสอบธรรมสนามหลวง เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดวังตะกู
เป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวงนักธรรมชั้นตรี ปัจจุบัน ยังเป็นกรรม การอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวงที่วัดไร่ขิง และที่สำคัญงานศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ในสำนักเรียนมีนักเรียนสอบบาลีได้ทุกปี โดยเฉพาะประโยค ป.ธ.9
นอกจากนี้ ยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษาจีน พูดและเขียนได้ อ่านและเขียนอักษรขอมก็ได้
งานเผยแผ่ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตประจำจังหวัดนครปฐม เป็นวิทยากรอบรมและบรรยายธรรมแก่ข้าราชการตำรวจสถานีภูธรจังหวัดนครปฐม เป็นวิทยากรอบรมและบรรยายธรรมแก่นักโทษในเรือนจำกลางประจำจังหวัดนครปฐม
ส่งเสริมกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ท่านได้อบรมศีลธรรมแก่ประชาชนในวันธรรมสวนะเป็นประจำ รวมทั้งนำข้าราชการคณะครู นักเรียน ตลอดถึงพุทธศาสนิกชน เวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นประจำทุกปี
งานสาธารณูปการ ท่านได้สร้างกำแพงรอบวัด ห้องสุขา ห้องสมุด ห้องอบรมพระวิปัสสนาจารย์จังหวัดนครปฐม โรงครัวของวัด ซ่อมอุโบสถหลังเก่าทำเป็นวิหาร
งานสาธารณสงเคราะห์ บริจาคเงินส่วนตัวเข้ามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ร่วมสร้างหอประชุมของอำเภอเมืองนครปฐม ตั้งทุนมูลนิธิโรงพยาบาลกำแพงแสน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ทอดผ้าป่าสามัคคี หาเงินเข้าชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีวัดอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน 30 กว่าวัด อีกทั้งเป็นประธานจัดให้มีการอบรมเรื่องโภชนาการแก่ประชาชนตำบลวังตะกู ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู
ส่วนงานในตำแหน่งหน้าที่ จัดประชุมพระสังฆาธิการทุกระดับในเขตปกครอง ตามมติมหาเถรสมาคมทุกปี คอยหมั่นตรวจเยี่ยมวัดต่างๆ ในเขตพื้นที่ปกครอง จัดปฏิบัติธรรมแนวมหาสติปัฏฐาน จัดสัมมนาเพิ่มความรู้ความสามารถแก่พระสังฆาธิการทุกระดับในปกครองทุกปี กวดขันเรื่องระเบียบวินัยแก่พระสังฆาธิการทุกระดับในเขตปกครองให้อยู่กันด้วยความเรียบร้อย
ท่านมีแนวความคิดส่งเสริมการสวดมนต์ให้สวดถูกอักขรวิธี ถูกสังโยค และใช้บทสวดมนต์ให้ตรงกับงานบุญต่างๆ มีการจัดอบรมซ้อมสวดพระกรรมวาจาจารย์ ก่อนการแต่งตั้งเป็นพระคู่สวด จัดอบรมกวดวิชานักธรรมชั้นเอก ก่อนสอบสนามหลวง ปีละ 15 วัน เป็นเวลานาน กว่า 20 ปี เน้นให้พระภิกษุ-สามเณรในจังหวัดนครปฐมทุกรุป ทำอุโบสถกรรม สวดพระปาฏิโมกข์ตลอดปี
ท่านยังมีโอกาสไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ อาทิ วัดไทยลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และได้รับอาราธนาไปดูงานด้านพระพุทธศาสนา ที่วัดเส้าหลิน วัดที่ปักกิ่งและกวางเจา สาธารณรัฐประชาชนจีน
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ เป็นเจ้าอาวาสวัดวังตะกู เจ้าคณะอำเภอเมืองนคร ปฐม รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม และเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ตามลำดับ
พ.ศ.2548 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2496 เป็นพระวินัยธร ฐานานุกรมของเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต (สมัยเป็นเลขานุการกรรมการสงฆ์จังหวัดภูเก็ต) พ.ศ.2514 รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูปฐมคณารักษ์
พ.ศ.2517 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระปฐมนคราภิรักษ์ พ.ศ.2523 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชคุณาภรณ์
พ.ศ.2538 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพคุณาภรณ์
พ.ศ.2545 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่ พระธรรมเสนานี
ด้วยวัย 87 ปี พระธรรมเสนานีได้ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของวัดและชาวพุทธอย่างดียิ่ง ให้คำปรึกษาชี้แนะสอนสั่งพระหนุ่มเณรน้อย ให้ตั้งมั่นในพระธรรมวินัย อยู่ในกรอบสมณะ เป็นแบบอย่างเสาหลักให้ศาสนิกชน เดินตามยามหลงทาง ยามทุกข์ใช้ธรรมะชโลมจิต เตือนใจให้คิดเตือนจิตให้สำนึก จนเกิดจุดประกายแสงสว่างขึ้นกลางใจ
ในฐานะเจ้าอาวาสวัดวังตะกู ประจักษ์ชัดในการอบรมพระสงฆ์ในสังกัด ให้มีระเบียบวินัยเคร่งครัด ปฏิบัติตามรอยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างบริบูรณ์
เป็นบุคคลที่ควรแก่การยกย่องโดยแท้!! |