ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย



(N)


คัดลอกจาก http://www.geocities.com/thatmahachai/info/abbot.htm

พระเดชพระคุณพระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) อายุ ๘๙ พรรษา ๕๙ (พ.ศ.๒๕๔๖) เจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย บ้านมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม

สถานะเดิม

ชื่อ คำพันธ์ ศรีสุวงค์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๕๘ โยมบิดาชื่อ นายเคน ศรีสุวงค์ โยมมารดาชื่อ นางล้อม ศรีสุวงค์ เป็นบุตรคนโต มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน ๒ คน คือ

๑. พระเดชพระคุณพระสุนทรธรรมากร (คำพันธ์ ศรีสุวงค์)

๒. นายพวง ศรีสุวงค์ (ถึงแก่กรรม)

และมีน้องร่วมมารดา แต่ต่างบิดากันอีก ๔ คน คือ

๑. นางสด วงษ์ผาบุตร (ถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗)

๒. ด.ช.บด แสนสุภา (ถึงแก่กรรม)

๓. ด.ญ.สวย แสนสุภา (ถึงแก่กรรม)

๔. นางกดชา เสนาช่วย (ถึงแก่กรรม)

การบรรพชา-อุปสมบท

วันที่ ๗ กันยายน ๒๔๗๕ (อายุ ๑๗ปี) ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองหอย ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม โดยมีพระอาจารย์เชื่อม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากได้บรรพชาแล้วก็ได้ศึกษาอักษรธรรม และหนังสือสูตรคาม แบบโบราณ ในขณะเดียวกันก็ได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฎฐานควบคู่ไปด้วย หลังจากบรรพชาได้ ๓ พรรษา ได้ออกเดินธุดงค์ทรงกรดไปที่จังหวัดเลย พร้อมกับพระภิกษุ ๒ รูป คือ พระภิกษุบุญ และพระภิกษุวัน ได้พบกับชีปะขาวคนหนึ่งชื่อว่าครุฑ ได้ศึกษาแนวทางการปฎิบัติจากชีปะขาวอยู่ประมาณ 3-4 เดือน ก่อนหน้าที่จะได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานนั้น เคยได้รับความรู้เรื่องกัมมัฏฐานมาจาก พระอาจารย์เสาร์ ซึ่งท่านไปอบรมประชาชนที่วัดโพนเมือง ท่านอาจารย์เสาร์ให้แนวทางในการ ปฏิบัติกรรมฐานไว้ว่า ให้กำหนดลมหายใจออก ท่านอาจารย์เสาร์ได้ให้ข้อคิดต่อ ไปอีกว่า ?ร่างกายของคนเรานั้น เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง มันทำงานอยู่ตลอดเวลา ลมหายใจเข้า-ออกนั้น มีความสำคัญมาก ถ้าลมไม่ทำงานคนเราจะตายทันที ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดลมหายใจ? นอกจากนั้นท่านอาจารย์เสาร์ยังได้ย้ำอีกว่า ?ให้คนเราตีกลองคือขันธ์ ๕ ให้แตก? ซึ่งก็หมาย ความว่า ท่านให้ทำความเข้าใจขันธ์ ๕ ให้จงดีให้เข้าใจตามสภาพที่เป็นจริง........

หลวงปู่ได้ศึกษาภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติกับหลวงปู่เสาร์ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นหลวงปู่คำพันธ์ ก็ได้นำเอาแนวทางการปฎิบัติของอาจารย์ทั้ง 2 มาเป็นแนวทางปฎิบัติกัมมัฎฐาน

หลวงปู่ได้จำพรรษาอยู่ที่จังหวัดเลยเป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นได้เดินธุดงค์ไปยังจังหวัดเชียงรายประมาณ 3-4 เดือน โยมบิดาได้เสียชีวิตลง หลวงปู่จึงได้เดินทางกลับมาทำบุญงานศพบิดา และได้เดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆในเขตจังหวัดนครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองคายและข้ามไปฝั่งลาวประมาณ 3-4 เดือน แต่ไม่ได้จำพรรษา แต่กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านเดิมอยู่ประมาณ 3 ปี และญาติโยชาวบ้านก็นิมนต์ท่านให้เข้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านเพื่อโปรดญาติโยมชาวบ้านบ้าง หลังจากออกพรรษาแล้ว หลวงปู่ก็ออกเดินธุดงค์ต่อ จนอายุถึง 40 ปี จึงหยุดเดินธุดงค์ แต่ก็พยายามศึกษาปฎิบัติธรรมกัมมัฎฐานมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๔๗๘ อายุ ๒๐ ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และเริ่มศึกษาพระปริยัติธรรม

พ.ศ. ๒๔๘๒ อายุ ๒๔ ปี มารดาก็ถึงแก่กรรม เวลานั้นเหลือน้องผู้หญิง ๒ คน ซึ่งยังเล็กมาก จึงได้ลาสิกขาบทออกไปเลี้ยงดูน้อง

พ.ศ. ๒๔๘๘ อายุ ๓๐ ปี ได้กลับเข้าอุปสมบทอีกครั้ง และได้ออกไปจำพรรษาที่วัดป่า เป็นเวลา ๓ พรรษา

ต่อมาก็ได้ปฏิบัติกัมมัฏฐานพร้อมเป็นครูสอน พระปริยัติธรรมด้วยที่วัดพระพุทธบาทจอมทอง บ้านหนองหอยใหญ่ ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม

พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้นำญาติโยมประมาณ ๕ ครอบครัว จากบ้านหนองหอยใหญ่ อ.นาแก มาสร้างบ้านและวัดใหม่ ที่โนนมหาชัย และให้ชื่อบ้านว่า ?บ้านมหาชัย? ในปัจจุบันนี้ ได้สร้างวัดธาตุมหาชัย (เดิมชื่อวัดโฆษการาม) จนเจริญรุ่งเรืองตราบถึงปัจจุบัน

การศึกษา

พ.ศ. ๒๔๗๙ อายุ ๒๒ ปี สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี สำนักเรียนคณะจังหวัดนครพนม วัดพระพุทธบาทจอมทอง บ้านหนองหอยใหญ่ อ.นาแก จ.นครพนม

พ.ศ. ๒๔๘๘ อายุ ๓๐ ปี สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท สำนักเรียนคณะจังหวัดนครพนม วัดพระพุทธบาทจอมทอง บ้านหนองหอยใหญ่ อ.นาแก จ.นครพนม

พ.ศ. ๒๔๘๙ อายุ ๓๑ ปี สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนคณะจังหวัดนครพนม วัดพระพุทธบาทจอมทอง บ้านหนองหอยใหญ่ อ.นาแก จ.นครพนม

เมื่อหลวงปู่สอบได้นักธรรมเอกได้แล้ว หลวงปู่ก็ได้พยายามศึกษาพิเศษ เช่น เรียนหนังสืออักษรธรรม อักษรขอมได้เป้นอย่างดี และยังทรงพระปาฎิโมกข์ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

งานการศึกษาพระปริยัติธรรม

พ.ศ. ๒๕๓๒ หลวงปู่ได้ตั้งสำนักเรียนวัดพระธาตุมหาชัย ทั้งแผนกธรรม-บาลีขึ้นจนสามารถมีลูกศิษย์สอบนักธรรม ได้เป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และมีลูกศิษย์สามารถสอบเปรียญธรรมได้ทุกปี ปีละหลายๆ รูป ทำให้การศึกษาแผนกธรรมบาลีอำเภอปลาปากดีขึ้นตามลำดับ

พ.ศ. ๒๕๓๔ หลวงปู่ได้จัดตั้งทุนมูลนิธิการศึกษาพระปริยัตธรรม แผนกธรรม-บาลีขึ้นที่วัดธาตุมหาชัย ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม เพื่อส่งเสริมและมอบทุนการศึกษาให้แก่พระภิกษุ สามเณร ที่มีความรู้ความสามารถสอบนักธรรมชั้นตรี โท เอก ได้ และสามารถสอบเปรียญธรรมได้

หลวงปู่ยังให้ทุนการศึกษาแก่ลูกศิษย์ที่ไปเรียนต่ออีกด้วย งานการศึกษาสงเคราะห์

พ.ศ. ๒๕๓๕ หลวงปู่ได้จัดตั้งกองทุนมูลนิธิการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ยากจน ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ในเขตอำเภอปลาปาก และทุกอำเภอในเขต จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 10 เดือนมกราคมของทุกๆ ปี หลวงปู่คำพันธ์จะมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนทุกอำเภอๆ ละ 9 ทุน และมอบทุนให้เป็นค่าอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนต่างๆ ด้วย

พ.ศ. ๒๕๓๕ หลวงปู่คำพันธ์ได้สร้างโรงเรียนมัธยมขึ้นที่บ้านนกเหาะ ตำบลโคกสูง อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนมตั้งชื่อโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ว่า ธรรมโฆษิตวิทยา มีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี และหลวงปู่คำพันธ์ยังได้เป็นผู้ อุปถัมภ์โรงเรียนแห่งนี้มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๕๓๘ หลวงปู่คำพันธ์ได้ขออนุญาตสร้างโรงเรียนสุนทรธรรมากรและในปัจจุบันนี้ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ชื่อว่า โรงเรียนมัธยมมหาชัยธรรมากร เพราะตั้งอยู่ ที่บ้านโนนศรีชมภูทางแยกเข้ามาบ้านมหาชัยหลวงปู่ก็ให้การอุปถัมภ์ในทุกวันนี้และได้จัดบรรพชา สาเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำ

งานการเผยแพร่

พ.ศ. ๒๕๓๒ หลวงปู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยพระธรรมฑูตฝ่ายกำกับการพระธรรมฑูตอำเภอปลาปาก

พ.ศ. ๒๕๓๓ หลวงปู่ได้ร่วมมือกับคณะสงฆ์และทางราชการออกไปอบรมประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ในเขตการปกครอง และร่วมกับหน่วยงานของราชการทุกหน่วยงานออกไปอบรมตามโครงการหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองของอำเภอปลาปากและยังได้ติดตาม พระธรรมฑูตจากส่วนกลางออกเยี่ยมเยียนประชาชนในเขต อำเภอปลาปากโดยสม่ำเสมอมาตลอดทุกปี

ตำแหน่งงานปกครอง

พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นเจ้าอาวาสวัดโฆษการาม (วัดธาตุมหาชัย ในปัจจุบัน)

พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นเจ้าคณะตำบลมหาชัย

พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นรองเจ้าคณะอำเภอปลาปาก

พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษา ธรรม-บาลี

พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นเจ้าคณะอำเภอปลาปาก

พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอปลาปาก

สมณศักดิ์

พ.ศ. ๒๕๑๘ พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ ?พระครูสุนทรธรรมโฆษิต?

พ.ศ. ๒๕๒๐ พระครูสัญญาบัตรชั้นโท ที่ ?พระครูสุนทรธรรมโฆษิต?

พ.ศ. ๒๕๒๘ พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ที่ ?พระครูสุนทรธรรมโฆษิต?

พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชาคณะ ชั้นสามัญ ราชทินนาม ?พระสุนทรธรรมากร?

งานสาธารณูปการ

พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นประธานสร้างอุโบสถ วัดพระพุทธบาทจอมทอง

พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นประธานสร้างหอระฆัง วัดพระพุทธบาทจอมทอง

พ.ศ. ๒๔๙๕ หลวงปู่ได้นำญาติโยมชาวบ้านหนองหอยที่พากันติดตามหลวงปู่มาได้สร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านมหาชัย ใช้ชื่อวัดว่า วัดโฆษการาม บ้านมหาชัย ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก

พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นประธานนำชาวบ้านมหาชัยสร้างวัดธาตุมหาชัย

พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นประธานสร้างพระคู่บ้านมหาชัย ?พระพุทธศักดิ์สิทธิ์?

พ.ศ. ๒๕๑๔ หลวงปู่ได้เป็นประธานนำญาติโยมชาวบ้านมหาชัยสร้างธาตุขึ้นภายในวัดซึ่งมีลักษณะ ทรงแปดเหลี่ยม สูง 15 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุด้วยพระองค์เอง

พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นประธานสร้างอุโบสถ วัดธาตุมหาชัย

พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นประธานสร้างกำแพงล้อมรอบวัดธาตุมหาชัย

พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นประธานสร้างกุฏิสงฆ์

พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นประธานสร้างวัดป่ามหาชัย (อรัญญคาม) และในปีเดียวกันนั้นเองหลวงปู่ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ประดิษฐานไว้ที่หน้าพระอุโบสถวัดโฆษการาม

พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นประธานสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหม่อีกหลังหนึ่ง และหลวงปู่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อวัดโฆษการามเป็นวัดธาตุมหาชัย จนถึงปัจจุบัน และในปีเดียวกันนั้นหลวงปู่ได้เป็นประธานสร้างศาลาการเปรียญ-หอสมุดภายในวัด

พ.ศ. ๒๕๒๙ หลวงปู่ได้สร้างหอพระไตรปิฎก หอระฆัง

พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นประธานสร้างโรงเรียนมัธยม ?โรงเรียนธรรมโฆษิตวิทยา?

พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นประธานสร้างโรงเรียนมัธยม ? โรงเรียนธรรมากรวิทยา?

พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นประธานสร้างพระธาตุมหาชัยครอบองค์เดิม

พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นประธานสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ณ วัดส้างพระอินทร์ ?พระพุทธการุณ?

พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นประธานสร้างโรงเรียนมัธยม ?โรงเรียนมหาชัยวิทยาคม?

พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นประธานสร้างตึกผู้ป่วย โรงพยาบาลปลาปาก

ลักษณะนิสัยทั่วไป

พระเดชพระคุณหลวงปู่เป็นพระมหาเถระ ที่มีอัธยาศัยใจคอกว้างขวาง เยือกเย็น มีความเมตตา กรุณาต่อศิษย์ ตลอดถึงญาติโยมทุกคนที่เข้าหาท่าน ใครก็ตามที่มีปัญหา หรือมีความทุกข์เข้าหาท่าน จะได้รับการต้อนรับจากท่านอย่างดียิ่ง เสมอกันหมด ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ต่อครูบาอาจารย์ และพระเถระที่อาวุโสกว่า หลวงปู่จะแสดงอาการอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ โดยไม่เคยจะแสดงอาการ แข็งกระด้างใดๆเลย ด้วยเหตุนี้หลวงปู่จึงเป็นที่เคารพนับถือของ ศิษยานุศิษย์และญาติโยมโดย ทั่วไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แล้ว หลวงปู่ก็ยังเป็นพระเถระที่มีความตั้งใจมั่นคง หนักแน่นอีกด้วย

จะเห็นได้จากการที่ท่านตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้ว จะต้องทำสิ่งนั้นให้สำเร็จให้จงได้ คงเป็นเพราะ ความตั้งใจจริงและความตั้งใจมั่นคงนี้เอง ที่ทำให้หลวงปู่ทำสิ่งใดก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี และรวดเร็ว เกิน ความคาดหมายทุกประการ ตัวอย่างเช่น พระธาตุมหาชัย, อุโบสถวัดธาตุมหาชัย, กำแพง ล้อมรอบวัดธาตุมหาชัย และกุฏิสงฆ์หลังใหม่ ๒ หลัง ซึ่งสิ่งก่อสร้างแต่ละอย่างล้วน แต่ใช้ค่าก่อ สร้างจำนวนมากทั้งสิ้น เมื่อญาติโยมที่มีความเคารพนับถือในตัวหลวงปู่ทราบ ต่างก็มีจิตศรัทธา ช่วย กันสละกำลังทรัพย์มาช่วยในรูปของกฐินบ้าง ผ้าป่าบ้าง จนงานก่อสร้างดัง กล่าวสำเร็จรวดเร็วเกินคาด อีกประการหนึ่ง โดยอุปนิสัยแล้ว หลวงปู่ท่านถือการ ปฏิบัติกัมมัฏฐานเป็นประจำนับตั้ง แต่อุปสมบทพรรษาแรก จนกระทั่งมรณภาพ

มรณภาพ

พระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพัน โฆษปัญโญ) ได้มรณภาพลงดัวยอาการอันสงบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2546 เวลาประมาณ 02.00 น. ที่วัดธาตุมหาชัย สิริรวมอายุ 88 ปี 71 พรรษา

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [พ. 19 มี.ค. 2557 - 19:53 น.]



โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [พ. 19 มี.ค. 2557 - 19:54 น.] #3262001 (1/3)


(N)


มหาวินิจ บวชเรียนที่กรุงเทพฯ มาพักที่วัดหลวงปู่ประมาณ 1 เดือน มีพฤติกรรมเดียวกันคือแอบกินข้ามมื้อเย็น โดยซ่อนอาหารไว้ในกลองแตก บนหอระฆังเก่า มหาวินิจเล่าเองว่า นึกประมาทว่าหลวงปู่คงไม่รู้ เพราะเป็นพระแก่เฒ่ามากแล้ว ตอนนั้นหลวงปู่น่าอายุราว 70 กว่าปี เดินก็ยังไม่ค่อยไหว มหาวินิจก็แอบกินข้าวมื้อเย็นเป็นปกติอยู่หลายวัน

วันหนึ่งกำลังกินเพลิน ๆ ได้ยินเสียงทักว่า กินข้าวกับอะไรล่ะ อร่อยไหม มหาวินิจจำเสียงได้ว่า เป็นใคร ก็ตกใจจนขาดสติ กระโดดลงจากหอระฆังซึ่งมีความสูงไม่น้อย คะเนว่าประมาณ 3เมตร วิ่งหนีไปทางบ้านวังจาน ตรงไปที่สระน้ำ จะไปซ่อนตัวที่นั่นพอถึงสระน้ำก็ก้มตัวหอบด้วยความเหนื่อย ได้ยินเสียงหลวงปู่ดังขึ้นข้างหลัง
“เป็นหนุ่มเป็นแน่นวิ่งมาแค่นี้ก็เหนื่อย”

หันกลับไปเห็นหลวงปู่ก็ตกใจ ก้มลงจะกราบ หลวงปู่เตะโครมเดียวสลบเหมือด

หลังจากนั้น หลวงปู่จึงให้พระเณรไปหามตัวมหาวินิจกลับวัด ทำน้ำมนต์รดให้จึงฟื้น

เรื่องพระโดนเตะจนสลบในครั้งเดียวนี้ มี 2 องค์ คือ หลวงพี่ที่ผมเล่ามาเมื่อตอนที่แล้ว กับมหาวินิจนี่แหละครับ

เหตุก็เกิดคล้ายกันเสมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน

มหาวินิจแปลกใจเป็นที่สุด ได้ปรารภกับ อ.เวทย์ ว่า
“ผมวิ่งไม่คิดชีวิตไปที่สระน้ำบ้านวังจานไกล จากวัดตั้งครึ่งกิโล แค่ยืนหอบ จะให้หายเหนื่อย หลวงปู่ก็มายืนอยู่ข้างหลัง ไม่รู้ท่านมาได้ไง ผมเห็นว่าเรื่องอัศจรรย์เพราะท่านแก่แล้ว จะตามผมทันในพริบตาได้อย่างไร”

เมื่อมีโอกาส อ.เวทย์ได้เรียนถามหลวงปู่ว่า
“มหาวินิจเขาสงสัยว่า หลวงปู่ตามเขาไปทันได้ยังไง”
“ปู่ก็เดินไปเรื่อย ๆ”
“เขาว่าเขาวิ่ง เร็วนะครับ หลวงปู่จะเดินทันได้ไง”
“ปู่เดินทางลัดมั้ง”

อ.เวทย์ ก็หมดคำถามเมื่อท่านตอบแบบลัด ๆ

มีอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสอดคล้องกับ เรื่องเดินทางลัดในวิธีของหลวงปู่

เฮียสันต์ (ชยันต์ รักเกียรติ) เป็นผู้เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์นี้แปลกมาก

ระหว่างงานวันเกิดหลวงปู่ ปี 2545 คณะชมรมพระเครื่องเมืองอุบลฯ นำโดย เฮียน้อย ไทยเจริญประธานชมรมได้พากันเหมารถตู้ไปร่วมงานของหลวงปู่

เวลานั้นหลวงปู่ กำลังอาพาธ ไม่แข็งแรง เดินไม่ค่อยจะไหว ออกจากกุฏิต้องนั่งรถเข็น เฮียน้อยก็วางแผนจะถ่ายรูปหลวงปู่โดยนั่งดักตรงประตูทางออกตั้งกล้องเตรียม ไว้

“พอหลวงปู่ออกมาเราจะนั่งตรงบันได เอ็งก็กดชัตเตอร์เลย ให้มีรูปเราอยู่กับหลวงปู่นะโว้ย”

เฮียน้อยบัญชาการแล้วทุกคนก็นั่ง คอยตามแผน

ระหว่างที่นั่งคอยอยู่นั้นได้ยินเสียงประกาศทางไมโครโฟน ว่า
“พระเดชพระคุณหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ ขณะนี้มาถึงศาลาแล้ว ญาติโยมทั้งหลายให้มารวมกันที่ศาลา จะได้เริ่มพิธีในบัดนี้”

คณะชมรม พระเครื่องเมืองอุบลฯ ทั้งโขยงก็สะดุ้งเฮือกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ไม่มีใครเห็นหลวงปู่ออกจากกุฏิตั้งแต่เมื่อไรแม้แต่คนเดียว

เฮียน้อย เกิดศรัทธาอย่างท่วมท้นในเรื่องแปลกนี้
“หลวงปู่จะแอบออกจากุฏิ โดยไม่ให้พวกผมเห็นนั้น เป็นไปไม่ได้แน่นอน ผมงงเป็นไก่ตาแตก อยู่ ๆ ท่านก็ไปโผล่ที่ศาลา นั่งอยู่บนธรรมาสน์เรียบร้อย”

เรื่องนี้ผมก็ เห็นแปลกด้วยคน ในภายหลังผมได้เรียนถาม อ.เวทย์ ท่านตอบว่า
“อ๋อ จำได้ ตอนนั้นหลวงปู่ลงมาทางบันไดหน้ากุฏิ ที่พวกชมรมฯ นั่งคอยนั่นแหละ ผมเป็นคนช่วยประคองท่านร่วมกันคนอื่น เอาท่านขึ้นนั่งรถเข็น เข็นไปศาลาไม่ได้แอบหลบไปทางอื่นไหน”

ฟังดูแล้ว เป็นเรื่องของคนจำนวนมาก ทั้งฝ่ายชมรมฯ ก็มาก ฝ่ายหลวงปู่ก็มาก เมื่อคนมากแล้วจะไม่มีใครเห็นใคร ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะฝ่ายหลวงปู่ ซึ่งเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ระมัดระวังเพราะว่าท่านอาพาธ อาการอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ว่าจะเล็ดลอดสายตาที่จ้องคอยอย่างนั้น

เกี่ยวกับเรื่องแปลก ๆ ของหลวงปู่นี้มีอยู่มาก ไม่ค่อยมีใครเผยแพร่เนื่องเพราะครั้งท่านยังมีชีวิตท่านไม่มีปฏิปทาในทางนี้ ไม่ชอบให้ใครในหมู่ลูกศิษย์เอาไปเขียน รวมทั้งผมท่านก็ไม่อนุญาตต่อเมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว ผมจึงกล้าเขียน และจะเขียนไปเรื่อย ๆ เท่าที่จะนึกออก เพื่อเชิดชูคุณวิเศษที่ท่านมีอยู่มากมายจนประจักษ์แก่ใจแก่ตาตนเองมาตลอด

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [พ. 19 มี.ค. 2557 - 19:55 น.] #3262003 (2/3)


(N)


เคยได้ยินผู้ใหญ่ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่คำพันธ์มาแต่ก่อนเล่าให้ฟัง เมื่อรู้ว่า"พุทธวงศ์"เป็นศิษย์หลวงปู่สิมมาแต่เดิมอย่างน่าตื่นใจไม่น้อยว่า ครั้งหนึ่งที่หลวงปู่สิมกับหลวงปู่คำพันธ์พบกัน หลวงปู่สิมจะกราบหลวงปู่คำพันธ์ในฐานะเป็น"ศิษย์ของอาจารย์ของอาจารย์"(หลวงปู่เสาร์เป็นพระอาจารย์หลวงปู่มั่นอีกชั้นหนึ่ง) และหลวงปู่คำพันธ์ก็จะกราบหลวงปู่สิมในฐานที่มีพรรษาสูงกว่า นับเป็นอริยปฏิปทาที่งดงามน่าประทับใจอย่างหาใดเปรียบมิได้อย่างแท้จริง
2.หลวงปู่สิมก็เคยกล่าวยกย่องหลวงปู่คำพันธ์ด้วยเช่นกันว่า "หลวงปู่คำพันธ์ที่นครพนมน่ะ เก่งเรื่องธาตุน๊ะ..!!!!"

โดยคุณ juraiwan (762)  [พ. 19 มี.ค. 2557 - 21:37 น.] #3262232 (3/3)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1