 (N)
นำผงกระดูกยักษ์มาสร้างพระ
เป็นเรื่องเล่าของลุง เจือ อบอุ่น อายุ ๗๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๘ ม.๖ ต.ดอนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ศิษย์ฆราวาสที่ ลพ.อุ้น ใช้ให้ไปเอา ผงกระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ มาเป็นส่วนผสมในการทำ พระผงสมเด็จปรกโพธิ์ ปี ๒๕๔๕ แจกครั้งแรก งานปิดทอง ณ อุโบสถวัดตาลกง (หลังใหม่)
สืบเนื่องจากวันอาทิตย์หนึ่ง ราวปี ๒๕๕๑ หลังจากที่พระในวัดท่านฉันอาหารเพล เสร็จเรียบร้อย ก็เป็นเวลาของพวกลูกศิษย์ทั้งหลาย (ได้เวลากินข้าวก้นบาตรพระกันแล้ว) กับข้าวมากมายถูกนำมาวาง ดูแล้วในใจหมู่เอกคิด ดีกว่าภัตตาคาร (มีอาหารให้เลือกกินหลายอย่าง) ขณะนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่นั้น ก็มีการพูดคุยถึง ลพ.อุ้น กันต่าง ๆ นา ๆ แล้วก็มีลุงแก่ ๆ คนหนึ่งซึ่งหมู่เอก ไม่เคยพบปะพูดคุยกันเลย มานั่งข้าง ๆ ก่อนพูดขึ้นลอย ๆ ว่า
"แหม ๆ ตอนนั้นไปเอาผงกระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ให้ คุณพ่ออุ้น มาทำพระแจกงานปิดทอง นึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของ คุณพ่ออุ้น ยังขนลุกไม่หาย"
หมู่เอก ตอนนั้นกำลังจะตักข้าวเข้าปาก ก็ต้องหยุดชะงักเล็กน้อย พลัน !!! นึกถึงคำพูด
ของ ลพ.อุ้น ที่เคยเปรย ๆ ตอนแจกสมเด็จปรกโพธิ์ งานกฐินปี ๒๕๔๘ ให้ลูกศิษย์ว่า "เก็บไว้ให้ดีนะ มีผงกระดูกนางพันธุรัตน์ด้วยนะ"
หมู่เอกได้ที รีบสอบถาม "ลุง ๆ เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมว่า ความเป็นมาของผงนี้เป็นอย่างไร" แกบอกว่า กินข้าวให้อิ่มก่อนนะ เดี่ยวไปคุยกันที่ตู้พระ เพราะว่าจะมารับซองกฐินไปแจกให้พรรคพวกร่วมทำบุญสร้างวัด ครึ่งชั่วโมง ผ่านไป..........หลังจากสอบถามประวัติชื่อเสียง เรียงนามในขั้นต้น ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาระหว่าง หมู่เอก กับ คุณลุงเจือ อบอุ่น ที่จะมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบ ถึงความเป็นมาในการนำผงวิเศษ มากดเป็น พระสมเด็จปรกโพธิ์ ปี ๒๕๔๕ ครับ เรื่องจริง เหตุการณ์จริงครับ
หมู่เอก : ลุงเจือเมตตาเล่าเรื่องที่ไปนำผงที่เขานางพันธุรัตน์ ให้ทราบหน่อยครับ ผมก็เคยได้ทราบจาก ลพ.อุ้น บอกว่าแกให้ศิษย์ไปเอาผงมาทำองค์พระ และก็พบกับเหตุอัศจรรย์มากมาย
ลุงเจือ : ยิ้ม ๆ ตาเปล่งประกาย ระลึกถึงความหลังที่ไปนำผงสำคัญที่เขานางพันธุรัตน์ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนเล่าให้ฟังว่า
"ตอน พ.ศ. ๒๕๔๔ ก่อนงานปิดทอง ๑ ปี ลพ.อุ้น ได้ใช้ให้คนรู้จักมาตามถึงที่บ้าน บอกให้ไปพบที่วัดตาลกง ได้รับข่าวดังนั้น ก็รีบเดินทางมาวัดตาลกงทันที เมื่อพบกับ ลพ.อุ้น เจอหน้าท่านยังแทบไม่ทันจะได้พูดอะไร ลพ.รีบพูดก่อนเลย
ลพ.อุ้น : ไอ้เจือ มึงไปเอากระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ ให้กูหน่อย เขามาบอกให้กู
ลุงเจือ : เขาน่ะใครครับ ลพ.
ลพ.อุ้น : มึงไม่ต้องเสือกรู้ มึงไปเอามา
ลุงเจือ : ผมไม่รู้จักว่าเป็นอย่างไร และมันอยู่ตรงไหนของภูเขา ถ้า ลพ.ไม่บอก ผมคงไปเอา
ให้ ลพ.อุ้น ไม่ถูกหรอกครับ ภูเขาลูกออกจะใหญ่โต (ลุงเจือเล่าถึงตอนนี้แล้วก็ขำ)
ลพ.อุ้น : มึงเตรียมดอกไม้ธูปเทียน อาหารคาวหวาน ไปเซ่นที่ เจ้าพ่อเขาใหญ่ เดี่ยวจะมีคน
นำทางไปเอาให้ พูดจบท่านก็ให้รีบกลับไปเตรียมตัว พร้อมกับบอกให้ชวน ลุงทรึก สว่างโชติ หรือ ไอ้ทรึก (ลูกศิษย์ของ ลพ.อุ้น อีกคนหนึ่งไปเป็นเพื่อน)
เมื่อลุงเจือกลับบ้านก็ได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้ลุงทรึกฟัง ต่างคนต่างก็งง แต่ด้วยความที่เชื่อมั่นใน ลพ.อุ้น ก็ได้ชวนกันไปที่เขานางพันธุรัตน์ในวันรุ่งขึ้น
หลังจากที่เซ่นสังเวย สิ่งของต่าง ๆ กับ เจ้าพ่อเขาใหญ่ เสร็จ ลุงเจือยังเมตตาเล่าให้ฟังว่า
"ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่ามันอยู่ตรงไหน คิดขำ ๆ ถ้ามันอยู่บนยอดเขา ลุงคงไม่ปีนแน่ ๆ"
นั่งพูดกับไอ้ทรึกไม่ทันไร เสียงไก่ขัน หันไปมองตามเสียง เห็นไก่แจ้ตัวเมีย อยู่ตัวหนึ่ง
โก่งคอขัน นึกแล้วยังบอกไอ้ทรึก มึงว่าใช่คนนำทางเราป่าววะ
เจ้าไก่ตัวเมียเวลาโก่งคอขันเสร็จ ก็ค่อย ๆ บินขึ้นเขา ตอนนั้นลุงก็รีบเดินตามขึ้นไป
เดินไปอยู่พักใหญ่ สักครึ่งเขาน่าจะได้ ไอ้ไก่ตัวเมียนั้นก็หายไป แต่บริเวณที่ไก่หายไปนั้น เป็นแอ่งกว้าง ๆ เหมือนกระทะ ก็หยุดแล้วคิดในใจ ว่าน่าจะอยู่แถวนี้
ลุงช่วยกันเดินหากับไอ้ทรึก แต่ก็ไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของกระดูกนางพันธุรัตน์ มันเป็นอย่างไร เหนื่อยก็เหนื่อย เลยนั่งพักข้าง ๆ โขดหิน ไปเจอก้อนหินอยู่หนึ่งก้อนขนาดเท่าประมาณลูกนิมิตงานปิดทอง บ้านเรานี่แหละ เห็นแล้วก็เอ๊ะ !!! ไอ้ลูกนี้มันแปลกดี เลยเอามือลองไปจับ ปรากฏว่า "ก้อนหินแตกออกมาเป็นสองเสี่ยง พร้อมกับมี ผงละเอียดสีขาว เหมือนผงปูนอยู่ด้านใน"
ตอนจับครั้งแรก ความรู้สึกเย็นวาบ ๆ เหมือนน้ำแข็ง ความรู้สึกตอนนั้นว่า ใช่แน่ ๆ ผงขาวเหมือนกระดูก (หรือจะเป็นอุบายในการบอกของ ลพ.อุ้น) ก็เลยช่วยกันกอบใส่ถุงปุ๋ย ซึ่งขณะนั้นนำไปด้วย จำนวนครึ่งถุงปุ๋ย แต่เหตุอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นอีก เมื่อขณะแบกเดินลงมาจากเขานั้น ปรากฎว่าเดินได้ ไม่เกิน ๑๐ ก้าว สักที ก็ต้องวางถุงลง ทั้ง ๆ ที่มีจำนวนไม่มาก ตอนนั้นลุงก็ยกมือท่วมหัวก่อนกล่าวดัง ๆ ว่า
"เจ้าพ่อเขาใหญ่ ลูกได้รับมอบหมายจาก ลพ.อุ้น เจ้าอาวาสวัดตาลกง ให้มานำกระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ เพื่อที่จะนำไปสร้างเป็นพระสมเด็จ แจกในงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดตาลกง เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป อย่าให้ได้มีอุปสรรคใด ๆ มาขวางกั้น ขอให้ลูกได้นำผงวิเศษนี้กลับไปให้ครูบาอาจารย์ ด้วยเถิด"
หลังจากบอกกล่าวเสร็จ ก็ลองยกถุงที่บรรจุผงกระดูกฯ อีกครั้ง ปรากฏว่า ลุงตัวคนเดียวสามารถแบกลงมาได้ แต่เหตุอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นอีก ในขณะที่จะลงมานั้น มีลิงป่าจำนวนหลายร้อยตัว มากมายเต็มไปหมด ติดตามมาส่งทั้ง ๆ ที่ตอนขึ้นไปไม่มีสักตัว พอลงมาถึงตีนเขา หันขึ้นไปมองพวกลิงพวกนั้นก็หายไปหมด ไม่เหลือสักตัว (ลุงเจือเล่าให้ฟังพร้อมกับชี้ให้ดูขนที่ลุกซู่ตามตัว ให้หมู่เอกดู) แกบอกมาตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น
หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น ก็ได้เดินทางไปกราบ ลพ.อุ้น พร้อมนำผงให้ท่านดู ท่านเห็นผงแล้ว
ยิ้มน้ำหมากกระจาย หัวเราะชอบใจเป็นการใหญ่ บอก " นี่แหละๆ ของดี " พร้อมเล่าเหตุอัศจรรย์ที่เจอกับไก่ตัวเมียขันนำทาง และ ลิงป่ามาส่งหลายร้อยตัว
ลพ.อุ้น ได้แต่หัวเราะ ก่อนบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังว่า
"ลิง และไก่พวกนั้น เป็นทหารของเจ้าพ่อเขาใหญ่เขา มาต้อนรับ และมาส่งพวกมึง"
และนี่คือที่มา ของหนึ่งในส่วนผสมของผง สมเด็จปรกโพธิ์ปี ๒๕๔๕
หมายเหตุ เขานางพันธุรัตน์ยักษ์ เป็นภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนคนนอน อยู่ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่า นางพันธุรัตน์ยักษ์ (นิยายเรื่องสังข์ทอง) มาขาดใจตายบริเวณนี้ หลังจากที่อ้อนวอนให้พระสังข์ลงมาหา แต่พระสังข์ไม่ยอมลงจากเขา เนื่องจากอธิษฐานไม่ให้นางยักษ์ปีนขึ้นมาบนภูเขาลูกนี้ได้ ด้วยความที่เศร้าเสียใจ นางจึงได้ขาดใจตายบริเวณนี้ (ภูเขาเป็นรูปเหมือนผู้หญิงนอน)
นางยักษ์พันธุรัตน์ ก่อนสิ้นใจตายได้ทิ้งมนต์สำคัญบทหนึ่งไว้ให้พระสังข์ คือ มหาจินดามณีมนต์ เพื่อใช้เรียกเนื้อ เรียกปลา ด้วยเหตุนี้พระเกจิอาจารย์ยุคเก่า จึงมักนิยมสร้างพระเครื่อง หรือ วัตถุมงคลอันเกี่ยวเนื่องกับ นางพันธุรัตน์ยักษ์ และ พระสังข์ทอง และใช้มหามณีจินดามนต์ปลุกเสก ทำให้วัตถุมงคลนั้น ๆ เข้มขลังมีพลังอำนาจพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม เรียกลาภผลต่าง ๆ ได้ดี เป็นที่นิยม และเสาะแสวงหาของนักนิยมสะสมพระเครื่องโดยทั่วไป
ดังนั้น ใครมีพระสมเด็จปรกโพธิ์ ปี ๒๕๔๕ ของหลวงพ่ออุ้น ก็อย่าเก็บไว้เฉย ๆ อาราธนาขึ้นคอเถอะครับ รับรองว่า ลาภผล เงินทอง ไหลมาเทมาอย่างแน่นอน ไม่ได้โฆษณานะครับ เพราะผู้เขียนก็มีกับเขาองค์เดียวเท่านั้น ราคาที่ออกจากวัดครั้งหลังสุด ๒,๕๐๐ บาทต่อองค์ครับ ใครอยากให้นำมาบริการ ก็ติดต่อมาได้ ค่าบริการตกองค์ละ ๙๙ เหรียญ (พร้อมตลับ และค่าส่ง)
ขอขอบคุณข้อมูลจากผู้เขียน และขออนุญาติ นำมาเผยแพร่เพื่อบูชาพระคุณ ลพ. ณ โอกาสนี้ครับ  |
|