ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : หลวงปู่ดี วัดสุวรรณ



(N)


จังหวัดนครปฐม ดินแดนแห่งส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย และพระสงฆ์โด่งดังมากมาย ในอดีตเมื่อราว 30 กว่าปีก่อนมีพระเกจิอาจารย์ดังองค์หนึ่งที่น่าสนใจคือ "หลวงพ่อดี สุวัณโณ" อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ชื่อเสียงของท่านอาจไม่แพร่หลายนัก เพราะท่านเป็นพระที่เก็บตัว แต่ชาวบ้านแถบพุทธมณฑล ศาลายา ต่างนับถือในตัวท่านเป็นอย่างมาก

ในด้านพระเครื่องของ ท่านมีประสบการณ์มากมายทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรก...จนรุ่นสุดท้าย ศิษย์บางคนโดนมาหนักๆ แต่ก็รอดมาได้อย่างเหลือเชื่อ รถกระบะโดนรถไฟชน มีคนรอดตายได้แบบไม่น่าเชื่อ

พื้นเพท่านเป็นชาวต.มหาสวัสดิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ตรงกับพ.ศ.2446 ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

เมื่อเยาว์วัยได้ช่วยบิดา-มารดาทำมาหาเลี้ยงชีพ กระทั่งอายุ 18 ปี จึงสนใจที่จะเข้าศึกษาเล่าเรียน แต่สมัยนั้นโรงเรียนหายากจึงเข้าบรรพชาเป็นสามเณร ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่มีการศึกษาเจริญรุ่งเรือง โดยเหตุที่พระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) ท่านส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา
เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว จึงอยู่ศึกษาที่วัดกลางบางแก้ว โดยเรียนสนธิมูลกัจจายน์กับพระอาจารย์เนียม ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ในวัดกลางบางแก้ว ภายใต้การควบคุมดูแลจากหลวงปู่บุญอย่างใกล้ชิด และศึกษาอักขระขอมกับ พระอาจารย์แสง อาจารย์ในสำนักวัดกลางบางแก้ว ผู้เชี่ยวชาญทางอักขระวิธีจนมีความรู้เป็นอย่างดี

ถึงปีพ.ศ.2466 มีอายุล่วงเข้า 20 ปี จึงเข้าอุปสมบทที่วัดงิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) วัดงิ้วราย (อาจารย์วิปัสสนาชื่อดัง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการพุฒ วัดกกตาล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระปลัดบุญ วัดแค เป็นอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "สุวัณโณ" หลังอุปสมบทแล้ว ได้อยู่เฝ้าปรนนิบัติอุปัชฌาย์ตามประเพณี ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสุวรรณ ซึ่งในขณะนั้นมี "หลวงพ่อเนียม" เป็นเจ้าอาวาส

เหตุที่ท่านมาจำพรรษาที่วัดสุวรรณก็เพราะว่า หลวงพ่อเนียม เจ้าอาวาสเป็นอาจารย์ของท่านเมื่อครั้งเป็นสามเณรนั่นเอง ภายหลังหลวงปู่บุญได้ส่งมาปกครองวัดสุวรรณ ระหว่างนั้นท่านได้ออกธุดงค์ ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความวิเวก เจริญวิปัสสนาอยู่เสมอ บางปีท่านก็จะไปจำพรรษาอยู่ที่อื่นๆ เช่น ที่วัดขนอนคด ราชบุรี วัดกกตาล และที่สระบุรีบ้าง ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเนียมมรณภาพ ชาวบ้านซึ่งได้เห็นท่านมีจริยวัตรอันน่าเลื่อมใส

จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา

ระหว่างที่ "หลวงพ่อดี สุวัณโณ" อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านนี้ ท่านก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้รวบรวมกำลังศรัทธาของสาธุชนทั้งหลาย สร้างสาธารณกุศลต่างๆ บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถซึ่งชำรุดทรุดโทรมจนมีความ สวยงาม เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น สร้างกุฏิสงฆ์ใหม่หลายหลัง สร้างศาลาการเปรียญให้กว้างขวาง เพียงพอแก่การใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้แก่กุลบุตร-กุลธิดาได้เข้าศึกษาหาความรู้

นอกจากนั้นยังสร้างถาวรวัตถุอีกมากมาย จนวัดสุวรรณกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านย่านนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดีนั้นแปลกกว่าพระคณาจารย์อื่นๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านคือ "ความดี" ซึ่งชนะความชั่วทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ ยากจะหาเถระใดปฏิบัติได้เช่นท่าน ท่านดีจริงๆ ดีจนไม่น่าเชื่อ แม้เด็กวัดจะเดินชนท่าน ท่านก็ยิ้มเฉย แผ่เมตตาให้ จนเป็นที่เกรงใจของเด็ก คือ ชนะความชั่วด้วยความดี พระลูกวัดชกต่อยกัน ท่านก็เรียกมาไต่ถามด้วยความเมตตา จนพระไม่กล้ากระทำความผิดอีกต่อไป ด้วยคุณธรรมความดีของท่านนี่เอง

เมื่อท่านสร้างมงคลวัตถุสิ่งใดออกมาแจกจ่าย จึงมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

โดยเฉพาะ "ธงมหามงคล" ครั้งหนึ่ง ท่านปัดกวาดห้องพระภายในกุฏิเจ้าอาวาสเก่า ท่านได้พบธงลงยันต์ผืนหนึ่งมีความสวยงามมาก เป็นแบบฉบับที่ดี ที่ท่านพึงพอใจ (ภายหลังทราบว่าเป็นธงของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม) ท่านจึงนำมาศึกษาจนมีความเข้าใจเป็นอย่างดี แล้วทำแจกจ่ายแก่บรรดาศิษย์ให้ทดลองนำไปใช้ ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดีในทางมหาลาภ ร้านค้าใดมีธงของท่านปักไว้ ก็ทำมาค้าขายได้ดี เงินทองเข้าร้านร่ำรวยไปตามๆ กัน จนท่านลงไม่ทัน เพราะธงนั้นต้องลงอักขระด้วยมือ

บางรายนำไปใช้คุ้มครองบ้านเรือนก็ได้ผล ขโมยเข้าบ้านไม่ถูก เดินไปทางไหนเห็นกอไผ่บังหน้าเต็มไปหมด มีอยู่หลายรายนำไปใช้ป้องกันฝนตก ก็ได้ผล เพราะถึงฤดูก่อนเข้าพรรษา มีชาวบ้านต้องทำพิธีบวชลูกหลานกันมาก ตามบ้านนอกพื้นดินบริเวณบ้านเป็นลานดิน หากฝนตกลงมาการจัดงานก็ลำบาก จึงได้ใช้ธงหลวงพ่อดีเอาขึ้นปักไว้บนหลังคาบ้าน จุดธูปบอกกล่าว ปรากฏว่าฝนไม่ตกลงมาบริเวณงาน แต่รอบๆ ทั่วไปตกลงมาเป็นเทน้ำ เรื่องนี้ร่ำลือกันมาก

นอกจากธงมหามงคลแล้ว หลวงพ่อดีท่านยังสร้างเหรียญขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2506 รุ่นแรก ลักษณะแบบใบเสมา มีรูปท่านครึ่งองค์ เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน 5,000 เหรียญ แจกจ่ายไปจนหมด ปรากฏว่าทางเมตตามหานิยมเป็นเอก ส่วนทางคงกระพันชาตรีก็แน่เหมือนกัน พวกชาวเรือหางยาวที่แล่นผ่านหน้าวัดท่านเอาไปใช้ เกิดมีเรื่องยิงกันบนเรือ ต่างคนต่างไม่เป็นไร เพราะต่างคนต่างมีเหรียญหลวงพ่อดี ทำไปทำมาเมื่อสอบถามกันได้ความ มีเหรียญเหมือนกันคือ เหรียญหลวงพ่อดี จึงเลิกวิวาทกัน หันมาดีกันสมชื่อของท่าน

จนกล่าวขวัญว่า "ใครมีเหรียญหลวงพ่อดี ต้องดีกันอยู่เสมอ"

ต่อมาเหรียญรุ่นหนึ่งหายาก ท่านจึงสร้าง รุ่น 2 เป็นชนิดกลม เนื้ออัลปาก้า ขึ้นมาอีก 3,000 เหรียญ ปรากฏว่าหมดในวันออกเหรียญรุ่น 2 นี้หายากอีก ท่านจึงสร้างรุ่น 3 เป็นแบบรูปไข่ เนื้อทองแดง ครั้งนี้ท่านเปลี่ยนเป็นสร้างรูปเต็มองค์ เพราะสร้างครึ่งองค์แล้วมีคนท้วงว่าขัดกับลักษณะของหลวงพ่อ ซึ่งเป็นพระใจดี แต่ให้รูปทั้งทีให้แค่ครึ่งเดียว ไหนๆ จะให้กันทั้งทีต้องให้ทั้งองค์

จนกระทั่งอายุได้ 89 ปี พรรษาที่ 68 จึงถึงแก่มรณภาพด้วยวัยชรา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2536 ก่อนมรณภาพท่านสั่งให้เก็บสังขารท่านไว้ แต่เจ้าอาวาสรูปถัดมาจัดงานพระราชทานเพลิง เกิดปาฏิหาริย์ร่างท่านไม่ไหม้ไฟ

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [จ. 17 พ.ย. 2557 - 19:09 น.]



โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [จ. 17 พ.ย. 2557 - 19:11 น.] #3528295 (1/2)
เมื่อกล่าวถึง"วัดสุวรรณาราม" หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักแต่หากเป็นคนศาลายา จ.นครปฐม แล้วล่ะก้อ ทุกคนก้อต้องร้องอ๋อ วัดสุวรรณารามนี้ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่เริ่มมีการขุดคลองมหาสวัสดิ์ โดย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้ขุดคลองมหาสวัสดิ์ เชื่อมต่อคลองบางกอกน้อยกับแม่น้ำนครชัยศรี ในปีพ.ศ.2403 เพื่อใช้เป็นเส้นทาง เสด็จไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ และจากบันทึกของผู้สร้าง วัดสุวรรณารามนี้ได้แต่งตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ.2424 ตรงกับสมัย พระบามสมเด็จพระจุลจอลเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรือง ของเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ หรือเป็นยุคสมัยที่มีเกจิอาจารย์ชื่อดังมากที่สุดก็ว่าได้ อดีตวัดสุวรรณารามแห่งนี้ มีเจ้าอาวาสมาแล้ว รวม 117 รูป และหนึ่งในนั้นก้อคือ "หลวงปู่ดี สุวัณโณ" หรือนามเดิมของท่านคือ
"นายดี พุทธสัยยาสน์" หลวงปู่ดี ท่านเป็นพระที่รักสงบวิเวก และชอบธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆและชอบศึกษาเล่าเรียนวิชา อักขระสนธิมูลกัจจาย ตามแบบฉบับพระอริยสงฆ์ผู้เจริญหลวงปู่ท่านเป็นคนนครชัยศรีโดยกำเนิด ท่านเกิด ญ.ตำบลศาลายา ครั้งอดีต เส้นทางการเดินทางลำบาก โยมบิดา มารดา จึงนิมนต์ท่าน มาจำพรรษาที่วัดสุวรรณารามซึ่งเป็นวัดละแวกบ้านเกิดท่าน และด้วยอุปนิสัยท่าน ซึ่งเป็นพระที่ใจดี มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ ไม่ว่าคนนั้นจะยากดีมีจน ท่านก้อเมตตา ต่อทุกคนที่มาหาท่านโดยเท่าเทียมกันจึงทำให้ผู้คน หลั่งไหลมาทั่วทุกสารทิศ และต่อมาชาวบ้าน จึงรวมตัวกัน นิมนต์ท่านครองเจ้าอาวาส ซึ่งท่านก้อได้ปฏิบัติศาสนกิจ ดูแลภิกษุสามเณรในวัดด้วยความยุติธรรมเรียบร้อยมาตลอด แต่ด้วยการที่ท่าน สนใจด้านวิปัสนากรรมฐานและด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบท่านจึงลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดสุวรรณรามในสมัยนั้น และได้ออกจาริกแสวงบุญ ไปในสถานที่ต่างๆ จนเวลาล่วงผ่านไป ทางวัดสุวรรณารามก้อขาดเจ้าอาวาส และด้วยจริยวัตรของท่าน ลูกศิษย์ลูกหา ต่างพากันพูดถึงในความดีงาม จึงรวมตัวกันนิมนต์หลวงปู่ ขอบารมีท่านกลับมาปกครองดูแล วัดสุวรรณราม เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งขณะนั้น ทางวัดได้ทรุดโทรมลงไปมาก ท่านจึงกลับมายังวัดสุวรรณาราม และครองตำแหน่งดังเดิม หลังจากนั้น ท่านได้เริ่มทะนุบำรุงวัดและพระอุโบสถซึ่งมีพระพุทธสุวรรณ บวรรังสี ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก และหนึ่งในการสร้างครั้งนั้น ก้อได้บารมีของหลวงพ่อสด แห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเมตตาร่วมเป็นประธานด้วย จึงสำเร็จลุล่วงโบสถ์แห่งนี้ชาวบ้านว่า หากไม่มีผู้บารมีมาสร้าง ก้อไม่เสร็จสมบูรณ์อย่างนี้ และท่านยังได้สนับสนุน การก่อสร้างโรงเรียน ให้แก่กุลบุตรกุลธิดา ได้เข้าศึกษาเล่าเรียนด้วย ซึ่งนี่ก้อเป็นเพียวส่วนหนึ่ง ของคุณงามความดีของท่าน ความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านละแวกนั้นได้ประสบพบเห็น มามากต่อมากแล้ว และสิ่งที่ทำให้คนในละแวกนั้น เชื่อว่าท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆก้อคงไม่พ้นวัตถุมงคลของท่าน ซึ่งชาวบ้านแถบนั้นใส่ติดตัวกัน ตั้งแต่รุ่นพ่อสู่รุ่นลูก และก้อพุดเป็นเสียงเดียวกันว่า"มีหลวงพ่อมิตายโหง" ก้อน่าจะจริงเพราะเหตุการณ์แต่ละครั้ง ที่เป็นข่าวเช่น โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ ที่ไฟไหม้จนมีคนตายมาก แต่มีบางคนห้อยแหรียญหลวงปู่ดี กระโดจากตึกสูง 4 ชั้นลงมาก้อไม่เป็นอารัย และอีกหลายครั้ง ที่รถไฟชนจนรถพังยับ แต่คนในรถ กลับบาดเจ็บไม่เท่าไหร่ หรือบางคนโดนทำร้าย ก้อรอดได้อย่างปาฏิหาร์ย์ นี่คงเป็นเพียงประสบการณ์ที่ได้รับรู้มาบ้างเท่านั้น และทุกเรื่องล้วนแล้วแต่เป็รเรื่องจริง และคนที่ประสบอุบัติเหตุก้อมีตัวตนจริงๆ มิได้โกหกกัน ชาวบ้านศาลายา ต่างรู้ดีถึงพุทธคุณ แห่งวัตถุมงคลของท่าน

โดยคุณ NIPONPAN (908)  [อ. 18 พ.ย. 2557 - 17:26 น.] #3529220 (2/2)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1