ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : คิดถึง พี่หลวงแก่



(D)
วันหวยออกทีไร คิดถึง พี่หลวงแก่จัง อิอิ

วันนี้ได้ลุ้นอีกแล้วจ้าาาา สร้างความฝัน สวรรค์ วิมาน ได้ก็วันนี้แหละ 5 5 5 +

ถูกรางวัลที่ 1 จะเอาเงินไปทำไรดีน้าา <<< สวรรค์ของคนเล่นหวยอย่างเรา

!! ยังดีเดือนหนึ่งสร้างสวรรต์ได้ 2 วัน

ขอให้ทุก ๆ ท่านโชคดีกันนะครับ


โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 01:47 น.]



โดยคุณ toei89 (625)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 01:59 น.] #1023532 (1/32)

โดยคุณ pusit (1.7K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 02:31 น.] #1023537 (2/32)


(D)
รออยู่ครับ หลวงแก่

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 07:09 น.] #1023602 (3/32)
รออยู่ครับเช่นกันครับ.... หลวงแก่

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 07:16 น.] #1023607 (4/32)
คิดก็คิดน๊า ... แต่เปนห่วงกาป๊าวตังค์ตัวเอง อิอิอิ

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 07:48 น.] #1023645 (5/32)
ขอให้โชคดีกันทุก ๆ ท่านค่ะ
/
/

โดยคุณ หิรัญ (660)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 08:10 น.] #1023667 (6/32)
ด้ายโปรด..."จัด"หั๊ยด้วยครับท่านหลวงแก่

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 08:33 น.] #1023688 (7/32)
สวัสดีครับอาจารย์ภูษิต คุณหนุ่ม พี่สุบิน คุณครูหนุ่ย ท่านหิรัญ และน้องสาว

ขอให้มีความสุขสมหวังกับสิ่งที่รอคอยทุก ๆ วันที่ 1 / 16 ทุก ๆ เดือนกันถ้วนหน้ากันนะครับ

อยากให้อาจารย์ภูฯ ได้ถ่ายรูปถือเงินเยอะ ๆ แบบนี้จริง ๆ ในวันนี้ครับ อิอิ (แบ่งผมสัก 10 % ก็พอครับ 555+)


โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 08:45 น.] #1023701 (8/32)
ขอให้รวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))) อิอิ

โดยคุณ park_pinklao (95.8K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 08:55 น.] #1023712 (9/32)
พระพุทธเจ้าเสจ็ดปริพนิพานเมื่อ .... พรรษา นะ ผมจำไม่ได้

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:06 น.] #1023730 (10/32)
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวันเพ็ญ เดือน ๖ ขณะมีพระชนมายุ ๓๕ พรรษา
ในระหว่างเวลา ๔๕ ปี แห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ จวบจนทรงดับขันธปรินิพาน " เมื่อพระชนมายุ ๘๐ พรรษา "

เกิดปี พ.ศ. 1 พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพาน

80 = 100 x 100 x 100 x 100 อิอิ

โดยคุณ park_pinklao (95.8K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:08 น.] #1023740 (11/32)
ข้อมูลเยี่ยมเลยครับ คุณป๊อบ แต่
80 = 100 x 100 x 100 x 100 อิอิ
ผมไม่เข้าใจครับ 55555555

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:08 น.] #1023741 (12/32)
จริงป่าว เด่วบอกแม่น๊า ... ถ้าไม่ถูกโดน ...

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:12 น.] #1023747 (13/32)
พุทธประวัติ

พุทธกิจ ๔๕ พรรษา
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวันเพ็ญ เดือน ๖ ขณะมีพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ในระหว่างเวลา ๔๕ ปี แห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ จวบจนทรงดับขันธปรินิพานเมื่อพระชนมายุ ๘๐ พรรษานั้น พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับจำพรรษา ณ สถานที่ต่าง ๆ ซึ่งท่านได้ประมวลไว้ พร้อมทั้งเหตุการณ์สำคัญบางอย่างอันควรสังเกตดังนี้

พรรษาที่ ๑ (ปีระกา) ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสี

ภายหลังจากพระมหาบุรุษตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วพระองค์ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข คือสุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลส อาสวะ และปวงทุกข์ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เป็นเวลา ๗ สัปดาห์จากนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จดำเนินจากโพธมณฑล ดำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสี แคว้นกาสี ใช้เวลาเสด็จพุทธดำเนิน ๑๑ วัน เสด็จถึงป่าอิสิปตนฤคทายวันใน เวลาเย็นวันขึ้น ๑๔ ค่ำเดือน ๘ ปีระกา

พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา "ธัมมจักรกัปปนวัตตนสูตร" ทำให้เกิดมีปฐมสาวกและพระอริยบุคคลคือ พระอัญญาโกณฑัญญะเกิดสังฆรัตนะ คำรบพระรัตนตรัย มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขึ้นโดยบริบูรณ์ ในวันเพ็ญเดือน ๘ อันเป็นที่มาขาองการบูชาในเดือน ๘ คือ"อาสาฬบูชา"

พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดปัญจวัคคีย์ ได้บรรลุพระอรหันต์ทั้ง ๕ องค์ จากนั้นทรงแสดงธรรมโปรดพระยสะภิกษุสาวกองค์ที่ ๖ ของพระพุทธเจ้าได้บรรลุพระอรหัตตผล ครั้งนั้นมีบุตรเศรษฐีชาวเมืองพารณสี ๔ คน ซึ่งเป็นสหายรักของพระยสะ เข้าเฝ้าฟังธรรมได้อุปสมบท ๕๐ คน ได้สดับธรรมและอุปสมบทได้บรรลุพระอรหัตตผลด้วยกันทั้งหมด จึงเกิดมีพระอรหันต์รวมทั้งพระบรมศาสดาด้วย ๖๑ องค์

ในตอนปลายพรรษาที่ ๑ พระพุทธเจ้าเสด็จ ดำเนินไปยังดำบลอุรุเวลา ตำบลใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แคว้นมคธ อีกครั้งหนึ่งทรงทรมานอุรุเวลากัสสปด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ต่าง ๆ จนอุรุเวลากัสสปผู้เป็นคณาจารย์ใหญ่ของนักบวชชฏิล ละทิ้งลัทธิบูชาไฟยอมมอบตัวเป็นพุทธสาวกขอบรรพชา ทำให้ชฎิลผู้น้องอีกสองคนพร้อมบริวารออกบวชตามด้วยทั้งหมด ครั้นบวชแล้วได้ฟังเทศนาอาทิตตปริยายสูตรจากพระพุทธเจ้าก็ได้สำเร็จพระอรหัต ทั้งสามพี่น้องคณาจารย์ชฏิลพร้อมด้วยบริวารทั้งหมดรวมหนึ่งพันองค์ จากนั้นพระบรมศาสดาได้เสด็จสู่พระนครราชคฤห์

พรรษาที่ ๒-๓-๔ (ปีจอ-กุน-ชวด) ณ พระเวฬุวันวิหาร พระนครราชคฤห์

พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับจำพรรษา ณ ลัฏฐิวัน สวนตาลหนุ่มอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระนครราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์ผู้ครองพระนครและแคว้นมคธ เข้าเฝ้าพร้อมด้วยข้าราชบริพารจำนวนมาก ทรงสดับพระธรรมเทศนา ได้ธรรมจักษุ ประกาศพระองค์เป็นอุบาสกและถวายพระเวฬุวัน ซึ่งเป็นป่าไผ่สวนที่ประพาสพักผ่อนของพระเจ้าพิมพิสาร อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล จากพระนครราชคฤห์ นครหลวงของแคว้นมคธ เป็นที่ร่มรื่นเงียบสงบ มีหนทางไปมาสะดวก พระเจ้าพิมพิสารถวายเป็นสังฆาราม นับเป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา ณ ที่นี้ พระพุทธเจ้าทรง ประทับจำพรรษา ที่ ๒-๓-๔ เป็นลำดับการแห่งการประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้ตั้งมั่นในชมพูทวีป พระบรมศาสดาพร้อมด้วย พระอรหันต์สาวกทรงทุ่มเทจนพระพุทธศาสนาสามารถสถิตตั้งมั่นหยั่งรากลงลึกและ แผ่กิ่งก้านสาขาไปสู่ปริมณฑลด้านกว้างในชมพูทวีป

ในลำดับกาลนี้พระบรมศาสดาได้ทรงตั้งตำแหน่งคู่แห่งอัครสาวกคือ พรสารีบุตรเถระ เป็นอัครสาวกเบื้องขวา พระโมคคัลลานะ เป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย พระพุทธเจ้าทรงเสด็จนครกบิลพัสดุ์ เป็นครั้งแรกภายหลังจากตรัสรู้ อนาถบิณฑิกเศรษฐีแห่งนครสาวัตถีประกาศตนเป็นอุบาสก และเริ่มต้นสร้างพระเชตุวันมหาวิหารเพื่อถวายแด่พระบรมศาสดา

พรรษาที่ ๕ (ปีฉลู) ณ ป่ามหาวัน นครเวสาลี

ในพรรษานี้ พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาที่กูฏาคาร ณ ป่ามหาวัน นครเวสาลี (ไพศาลี) ในกาลนี้พระองค์ทรงเสด็จจากกูฏาคารไปโปรดพระพุทธบิดาปรินิพานที่ กรุงกบิลพัสดุ์ และโปรดพระญาติทั้งฝ่ายศากยวงศ์และโกลิยวงศ์ ที่วิวาทเรื่องแย้งน้ำในแม่น้ำโรหิณีเพื่อการเกษตรกรรมโดยประทับที่นิโครธารามอันเป้ฯพระอารามที่พระญาติทรงสร้างถวายอยู่ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระน้านางของพระพุทธเจ้าได้เข้าเฝ้าทูลอนุญาตให้สตรีละเรือนออกบวชในพระธรรมวินัย พระบรมศาสดาตรัสห้ามถึง ๓ ครั้ง

ต่อมาพระพุทธเจ้าเสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์กลับไปประทับจำพรรษาที่กูฏาคาร ป่ามหาวัน นครเวสลี ครั้นนี้พระนางมหาปชาบดีโคตรมี ถึงกับปลงผมนุ่งผ้ากาสวะเอง ออกเดินทางพร้อมด้วยเจ้าหญิงศากยะ ๕๐๐ องค์มายังป่ามหาวัน ณ ที่นี้ พระบรมศาสดาทรงอนุญาตให้มีภิกษุณีสงฆ์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยประทานอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีบวชเป็นภิกษุณีด้วยวิธีรับคุรุธรรม ๘ ประการ ส่วนเจ้าหญิงศากยะที่ตามมาทั้งหมดพระพุทธเจ้าตรัสอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์อุปสมบทให้

พรรษาที่ ๖ (ปีขาล) ณ มกุลบรรพต

ในพรรษานี้พระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาที่มกุลพรรพต (สันนิษฐานว่า ภูเขานี้อยู่ในแคว้นมคธหรือแคว้นโกศล หรือบริเวณใกล้เคียง) แต่ใน "ปฐมสมโพธิกถา" ระบุว่า "เสด็จไปสถิตบนมกุฎบรรพตทรงทรมานหมู่อสุร เทพยดา และมนุษย์ให้ละเสียพยศอันร้ายแล้วและให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

ในพรรษาที่ ๖ นี้ พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่นครสาวัตถีคือ การแสดงน้ำคู่กับไฟ เพื่อสยบพวกเดียรถีย์นักบวชนอกศาสนาพุทธ ในที่สุดแห่งยมกปาฏิหาริย์ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่พุทธบริษัทเพราะได้เห็นและได้ฟังธรรมเทศนาเป็นอเนก

พรรษาที่ ๗ (ปีเถาะ) ณ ดาวดึงส์เทวโลก

เมื่อพระพุทธเจ้าแสดง ยมกปาฏิหาริย์เสร็จสิ้นแล้ว พระบรมศาสดาเสด็จขึ้นเทวพิภพชั้นดาวดึงส์ทันที โดยทรงยกพระบาทขวาขึ้นจากจงกรมแก้วก้าวขึ้นเหยียบยอดภูเขายุคันธร แล้วยกพระบาทซ้ายก้าวขึ้นเหยียบยอดเขาสิเนรุ ทรงประทับนั่งบนปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ภายใต้ร่มไม้ปาริชาต ท้าวสักกะเทวราชจอมภพผู้ปกครองดาวดึงสเทวโลกสวรรค์ชั้นที่ ๒ ป่าสวรรค์ ๖ ชั้น เสด็จขึ้นสู่สุสิตเทวพิภพสวรรค์ชั้นที่ ๔ เข้าเฝ้าพระมหามายาเทพเจ้าผู้เป็นพระพุทธมารดา ทูลอัญเชิญให้เสด็จไปเผ้าพระบรมศาสดาตามพุทธประสงค์

พระพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดาตลอดสามเดือนเทพยาดาในโลกธาตุที่มาประชุมฟังธรรมอยู่ที่นั้นบรรลุมรรคผลสุดที่จะประมาณ ส่วนพระมหามายาเทพเจ้าผู้เป็นพระพุทธมาดา ได้ทรงบรรลุพระโสดาปัตติผลสมพระประสงค์ของพระบรมศาสดา

พรรษาที่ ๘ (ปีมะโรง) ณ เภสกลาวัน ใกล้เมืองสุงสุมารคีรี

เมื่อพระพุทธเจ้า ทรงเปิดโลกเสด็จลีลาลงจาดาวดึงสวรรค์ในท่ามกลางเทพยาดาและพรหมเป็นอันมาก มหาชนทั้งหลายต่างแซ่ซ้องสาธุการเสียงสนั่นหวั่นไหว พระบรมศาสดาทรงเสด็จดำเนินสูป่าไม่สีเสียดใกล้เมืองสุงสุมารคีรี แคว้นภัคคะ ทรงประทับจำพรรษาที่ ๘ ณ ป่าไม้สีเสียดเภสกลาวัน

ในกาลนั้นมีสองสามีภรรยาคฤหบดีชาวเมืองสุงสุมารคีรี มีนามว่านุกุลบิดา และนกุลมารดา เข้าเฝ้าพร้อมกับชาวเมืองคนอื่น ๆ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดทั้งสองสามีภรรยาได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ท่านนกุลบิดาได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็นเอตทัคคะในบรรดาอุบาสกผู้สนิทสนมคุ้นเคย ส่วนท่านนกุลมารดาก็เป็นเอตทัคคะในบรรดาอุบาสิกาผู้สนิทสนมคุ้นเคย

พรรษาที่ ๙ (ปีมะเส็ง) ณ วัดโฆษิตาราม เมืองโกสัมพี

ในพรรษที่ ๙ นี้ พระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาที่วัดโฆษิตารามซึ่งเป็นวัดสำคัญในกรุงโกสัมพี นครหลวงของแคว้นวังสะ พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมโปรดประชากรให้ตั้งอยู่ในมรรคผลเป็นพุทธมามกะ ปฏิญาณตนตั้งอยู่ในพระรัตนตรัยเป็นจำนวนมาก

แต่ในกาลนั้น ภิกษุสงฆ์ในเมืองโกสัมพีเกิดแตกแยกกันแม้พระพุทธเจ้าประทาน โอวาทแล้วก็ยังดื้อดึงตกลงกันไม่ได้ จนถึงกับแบ่งแยกกันทำอุโบสถ ฝ่ายหนึ่งทำอุโบสถทำสังฆกรรมภายในสีมาแต่อีกฝ่ายหนึ่งออกไปทำอุโบสถทำสัฆ กรรมภายนอกสีมา ภิกษุสงฆ์ได้เกิดการแตกแยกกันขั้นนี้เรียกว่า "สังฆเภท"

พรรษาที่ ๑๐ (ปีมะเมีย)ณ ป่ารักขิตวัน ตำบลปาริเลยยกะ

พระพุทธเจ้าทรงปลีกประองค์จากหมู่สงฆ์ผู้แตกแยกสร้างความวุ่นวายด้วยเหตุสังฆเภท พระบรมศาสดาเสด็จจากวัดโฆษิตารม กรุงโกสัมพี เสด็จไปยังแดนบ้านแห่งหนึ่งชื่อ "ปาริเลยยกะ" อยู่ใกล้กรุงโกสัมพี พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าไปประทับ ณ ร่มไม้ภัทรสาละพฤกษ์ในป่ารักขิตวัน ตำบลปาริเลยยกะ ทรงประทับจำพรรษาที่ ๑๐ ด้วยความสงบสุข โดยมีพญาช้างปาริเลยยกะคอยบำรุงดูแลพิทักษ์และรับใช้พระบรมศาสดาอย่างใกล้ชิด

พรรษาที่ ๑๑ (ปีมะแม) ณ ทักขิณาคีรี หมู่บ้านพราหมณ์เอกนาลา

ในพรรษาที่ ๑๑ พระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษา ณ ทักขิณาคีรี หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อว่า เอกนาลา

พรรษาที่ ๑๒ (ปีวอก) ณ เมืองเวรัญชา

ในพรรษาที่ ๑๒ นี้ พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาที่ปุจิมัณฑมูล ณ ควงไม้สะเดา ที่นเฬรุยักษ์สิงสถิต อยู่ใกล้เมืองเวรัญชา จากนั้นเสด็จออกจากเมืองเวรัญชา จาริกผ่านเมืองโสเรยยะ ผ่านเมืองท่าปยาคะ เสด็จออกจากเมืองโสเรยยะ ผ่านเมืองท่าปยาคะ เสด็จข้ามแม่น้ำคงคาที่ท่าเมืองปยาคะ แล้วเสด็จไปยังเมืองพาราณสี จากนั้นเสด็จจาริกไปนครเวสาลี เข้าประทับที่กูฏิบัติสำหรับพระภิกษุเป็นประถม กำหนดเป็นปฐมบัญญัติจัดเข้าในอุเทศแห่งพระปาฏิโมกข์ในพระพุทธศาสนา

พรรษาที่ ๑๓ (ปีระกา) ณ จาลิยบรรพต

ในพรรษที่ ๑๓ นี้ พระพุทธทรงประทับจำพรรษาที่จาลิยบรรพต

พรรษาที่ ๑๔ (ปีจอ)ณ พระเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี

ในพรรษานี้พระพุทธเจ้าทรงประทับที่พระเชตวันมหาวิหารเป็นพรรษาแรก มหาวิหารแห่งนี้อนาถบิณฑิกเศรษฐีผู้เป็นมหาอุบาสกคนสำคัญสร้างถวาย เป็นมหาวิหารที่ใหญ่โตยังความสะดวกและความสงบได้ยิ่งกว่าวิหารใดในชมพูทวีป พระพุทธเจ้าทรงประทับพรรษาอยู่ ณ มหาวิหารแห่งนี้ถึง ๑๙ ฤดูฝน พระธรรมส่วนใหญ่แสดงที่มหาวิหารแห่งนี้

พรรษาที่ ๑๕ (ปีกุน) ณ นิโครธาราม นครกบิลพัสดุ์

ในพรรษาที่ ๑๕ นี้ พระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาที่นิโค รธารามอารามที่พระญาติสร้างถวายอยู่ใกล้นรกบิลพัสดุ์ เมืองหลวงของแคว้นสักกะหรือศากยะ ที่ได้ว่า "กบิลพัสดุ์" เพราะเดิมเป็นที่อยู่ของกบิลดาบส ซึ่งเดิมอยู่ในดงไม้สักกะ หิมพานต์ประเทศ พระราชบุตรและพระราชบุตรี ของพระเจ้าโอกการาชพากันไปสร้างพระนครใหม่ในที่อยู่ของกบิลดาบส จึงขนานนามว่า "กบิลพัสดุ์" แปลว่า ที่อยู่หรือที่ดินของกบิลดาบส

พรรษาที่ ๑๖ (ปีชวด) ณ อัคคาฬวเจดีย์วิหาร เมืองอาฬวี

ในพรรษาที่ ๑๖ นี้ พระพุทธเจ้าเสด็จ มายังเมืองอาฬวี ทรงแสดงพุทธอิทธานุภาพปราบฤทธิ์เดชของอาฬวกยักษ์ ทรงพยากรณ์แก้ปัญหาที่อาฬวกยักษ์ทูลถาม ทำให้อาฬวกเกิดปัญญาเห็นแจ้งในธรรมสิ้นความโหดร้าย ตั้งอยู่ในภูมิโสดาปัตติผลมอบตนลงเป็นทาสพระรัตนตรัยตั้งมั่นอยู่ในอริยธรรม ทรงช่วยให้ประชากรชาวเมืองอาฬวีตั้งอยู่ในกัลยาณธรรมให้เป็นสมาบัติปลุกให้ เกิดความเมตตาปรานีกันทั่วหน้า

พรรษาที่ ๑๗ (ปีฉลู) ณ พระเวฬุวันวิหาร พระนครราชคฤห์

ในพรรษาที่ ๑๗ นี้ พระพุทธเจ้าเสด็จกลับไปประทับจำพรรษา ณ พระเวฬุวันวิหาร พระนครราชคฤห์ อันเป็น สังฆารามแห่งแรกในพระพุทธศาสนาอีกครั้งหนึ่ง

พรรษาที่ ๑๘-๑๙(ปีขาล-เถาะ) ณ จาลิยบรรพต

ในพรรษาที่ ๑๘ และพรรษาที่ ๑๙ นี้ พระพุทธเจ้าทรงเสด็จกลับไปประทับจำพรรษา ณ จาลิตบรรพต ซึ่งพระบรมศาสดาเคยประทับจำพรรษามาแล้วในพรรษาที่ ๑๓

พรรษาที่ ๒๐ (ปีมะโรง) ณ พระเวฬุวันวิหาร พระนครราชคฤห์

ในพรรษานี่พระพุทธเจ้าทรงเสด็จกลับมาประทับจำพรรษา ณ สังฆารามแห่งแรกนี้เป็นการประทับจำพรรษาสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ณ พระเวฬุวันวิหาร พระบรมศาสดาทรงโปรดองคุลิมาลโจรให้กลับใจได้ขอบวชและต่อมาก็ได้สำเร็จพระอรหัต ในลำดับกาลพรรษานี้ พระอานนท์ได้รับหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากประจำพระองค์พระพุทธเจ้า

พรรษาที่ ๒๑ - พรรษาที่ ๔๔ ณ พระเชตวันและบุพพาราม นครสาวัตถี

นับจากพรรษาที่ ๒๑ ถึงพรรษาที่ ๔๔ พระพุทธเจ้าทรง ประทับจำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี เป็นระยะเวลานานที่สุด พระบรมศาสดาทรงประทับจำพรรษา ณ พระเชตวันมหาวิหาร ๑๙ ฤดูฝน (ในพรรษาที่ ๑๔ ทรงประทับจำพรรษาที่พระเชตวันมาแล้ว ๑ พรรษา) อีก ๖ ฤดูฝนเปลี่ยนไปประทับ ณ วิหารบุพพาราม ที่นางวิสาขา มิคารมารดามหาอุบาสิกาสำคัญสร้างถวายอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับมหาเชตวันโดย ประทับสลับไปมา แต่มีคำอธิบายอีกนัยหนึ่งว่า เวลากลางวันประทับ ณ วิหารแห่งหนึ่ง และกลางคืนเสด็จไปแสดงธรรม ณ วิหารอีกแห่งหนึ่งเป็นสถานที่ประทับอันนับเนื่องด้วยชีวิตการประกาศธรรมของพระพุทธเจ้าตลอด ๒๔ ฤดูฝน

พรรษาที่ ๔๕ (ปีมะเส็ง) ณ เวฬุวคาม ใกล้นครเวสาลี

ในพรรษาสุดท้ายนี้ พระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาอยู่ที่ตำบล เวฬุวคาม ใกล้นครเวสาลี แคว้นวัชชี พระพุทธเจ้าทรงทำนิมิตโอภาสแก่พระอานนท์เป็นครั้งสุดท้ายและทรงปลงอายุสังขาร ในวันเพ็ญ เดือน ๓ ณ ปาวาลเจดีย์ ว่าพระตถาคตจักปรินิพพานแต่นี้ไปอีก ๓ เดือน

(คัดมาจากวิทยาลัยศาสนศึกษา เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยมหิดล)
https://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talktalk&No=174924

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:13 น.] #1023749 (14/32)
พี่ปาร์ครับผิดชอบน้องเค้าด้วยนะครับ 5555+

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:14 น.] #1023755 (15/32)
100 x 100 x 100 x 100

คือ กว้าง x ยาว x สูง x หนา

มั้งครับพี่ปาร์ค

โดยคุณ BankHiWay (7.8K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:17 น.] #1023760 (16/32)

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:20 น.] #1023767 (17/32)
มีหาเลขเด็ดหรือครับ เสี่ยแบงค์

ตังพร้อม รถพร้อม รอพี่หลวงแก่ 5555555+

โดยคุณ park_pinklao (95.8K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:22 น.] #1023773 (18/32)
เค้าบอกมาอีกต่อนะ ยังงัยถูกก็ใส่บาตรตอนเช้าใส่ปัจจัย รูปละ 100 นะครับ ให้กับผู้ที่ให้

โดยคุณ ArtMaN7007 (1.2K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 09:28 น.] #1023787 (19/32)
รอพี่หลวงแก่ด้วยจร้า

โดยคุณ CHOK77 (1.6K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 10:34 น.] #1023904 (20/32)

โดยคุณ หลวงแก่ (0)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 11:18 น.] #1023950 (21/32)
คิดถึงทุกๆท่านครับ
บน 084
ล่าง 79
........โชคดี.....นะครับ

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 11:20 น.] #1023951 (22/32)
เย้..สวัสดีครับพี่หลวงแก่ ขอบคุณมากนะครับ (เฮง ๆ รวย ๆ กันทุก ๆ ท่านนะครับ)



( ที่ 1 )

โดยคุณ ArtMaN7007 (1.2K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 11:35 น.] #1023962 (23/32)
ขอให้หล่อ ๆ รวย ๆ มีเมียเจ็ดคนนะคร๊าบบบบบ

โดยคุณ chok77 (1.6K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 12:31 น.] #1024012 (24/32)

โดยคุณ toei89 (625)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 12:43 น.] #1024041 (25/32)

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 13:13 น.] #1024086 (26/32)
ขอให้สวยวันสวยคืน มีสามิ๊ 7 คนนน อิอิอิอิ

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 13:15 น.] #1024092 (27/32)
โดยคุณ ArtMaN7007 [สมาชิกที่ผ่านการรับรองบุคคลแล้ว] [ดูรายการทั้งหมดของผู้ตั้งประมูล] (58.10.143.*) [1 Feb 2010 11:35] #1023962 (23/25)
ขอให้หล่อ ๆ รวย ๆ มีเมียเจ็ดคนนะคร๊าบบบบบ

----------------------------------------------------

สาธุ สมพรปากครับ ยินดีรับคำอวยพรคร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

เจ็ดคน 7 วัน แบ่งกันคนละวันลงตัว หวังว่าคงจะไม่ทะเลาะกันนะครับ 5555555+

โดยคุณ poppoomi (401)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 13:17 น.] #1024096 (28/32)
โดยคุณ สาวบางโพ [ดูรายการทั้งหมดของผู้ตั้งประมูล] (125.27.226.*) [1 Feb 2010 13:13] #1024086 (26/27)
ขอให้สวยวันสวยคืน มีสามิ๊ 7 คนนน อิอิอิอิ

---------------------------------------------------

































จะติด 1 ใน 7 ม่ะเรา กิ้วววววววววววววว ๆ ๆ ๆ

โดยคุณ หิรัญ (660)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 13:39 น.] #1024125 (29/32)
แป่ววววว..หาซื้อไม่ทัน

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 14:45 น.] #1024204 (30/32)

โดยคุณ saintjames (346)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 15:58 น.] #1024281 (31/32)
14 กุมภา วันวาเลนไทน์



โดยคุณ siaew (2.1K)  [จ. 01 ก.พ. 2553 - 15:58 น.] #1024282 (32/32)
ไม่ถูกง่ะ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1